ร้องทุกข์...ถูกรถเมล์ทับกลับตกเป็นผู้ต้องหา
นสพ.คมชัดลึก
คอลัมน์สายตรวจระวังภัย โดยพรรณทิพา จิตราวุฒิพร

14 สิงหาคม 2557


นายคัมภีร์ กรวงษ์ วัย 20 ปี ร้องทุกข์มายังทีมข่าวสายตรวจระวังภัย อ้างว่า ถูกรถเมล์เฉี่ยวชนขณะขี่รถจักรยานยนต์ เป็นเหตุให้เพื่อนเสียชีวิต ตัวเองบาดเจ็บสาหัส แต่ตำรวจกลับไม่แจ้งข้อหาคนขับรถเมล์ หลังทราบเรื่องทีมข่าวระวังภัยลงพื้นที่ตรวจสอบ





นายคัมภีร์ อ้างว่า เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา ได้ขี่รถจักรยานยนต์ผ่านบริเวณปากซอยเพชรเกษม 14 ย่านท่าพระ โดยมี น.ส.ประกายกาญ อินทระสายันต์ เพื่อนสาวคนสนิทซ้อนท้าย แล้วถูกรถประจำทางสาย 89 เฉี่ยวชนทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำ เป็นเหตุให้ น.ส.ประกายกาญ เสียชีวิต ขณะที่ตัวเองบาดเจ็บสาหัส


นายคัมภีร์ อ้างด้วยว่า หลังเกิดเหตุพนักงานสอบสวน สน.ท่าพระ ไม่ได้เรียกตัวเองสอบปากคำ แต่กลับเรียกคนขับรถเมล์เข้าสอบปากคำเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งคนขับรถเมล์รายนี้อ้างว่าไม่ได้เฉี่ยวชน โดยมีพยานซึ่งอ้างว่าเป็นผู้โดยสารบนรถอีกคนยืนยันว่า นายคัมภีร์ ขี่รถจักรยานยนต์ล้มเอง เพราะเบรกกะทันหัน เนื่องจากมีรถแท็กซี่จอดขวางทางอยู่ นายคัมภีร์ต้องขอเข้าให้ปากคำต่อพนักงานสอบสวนเอง โดยยืนยันว่า รถประจำทางชนโดนตัวนายคัมภีร์ จึงทำให้รถจักรยานยนต์ล้มและถูกล้อหลังรถเมล์ทับที่แขนขวา และมีพยานอีกคนที่ยืนยันว่าเห็นรถเมล์เฉี่ยวชนรถจักรยานยนต์ของนายคัมภีร์ แต่พนักงานสอบสวนกลับเตรียมจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีนายคัมภีร์เพียงฝ่ายเดียว


"พนักงานสอบสวนแจ้งว่าจะสอบปากคำหลังออกจากโรงพยาบาล แต่เมื่อวันที่ 18 เมษายน ผมออกจากโรงพยาบาลแล้วเขาก็ไม่ได้เรียกสอบ จนต้องขอเข้าให้ปากคำเองในวันที่ 28 กรกฎาคม และยังมีพยานอีกคนที่เขาเห็นเหตุการณ์ยืนยันว่าวันเกิดเหตุรถเมล์เสียการทรงตัวเพราะเหยียบแผ่นเหล็กบนถนนเป็นเหตุให้กระแทกตัวผม รถจักรยานยนต์ผมจึงล้ม และถูกล้อหลังรถเมล์ทับที่แขนขวา แต่ตำรวจกลับจะแจ้งข้อหาผมเพียงฝ่ายเดียว ซึ่งเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม เพราะเหตุที่เกิดขึ้นคนขับรถเมล์ต้องมีความผิดด้วย" นายคัมภีร์ กล่าว





ทีมข่าวสายตรวจระวังภัย สอบถามไปยัง พ.ต.อ.มานะ เผาะช่วย ผกก.สน.ท่าพระ ได้รับการยืนยันว่า คดีดังกล่าวยังไม่มีการสรุปสำนวนการสอบสวน เพราะต้องรอสอบปากคำพยานเพิ่มอีกหลายปาก เนื่องจากยังมีข้อสงสัยในหลายประเด็น เพราะที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิดจึงไม่มีหลักฐานที่จะยืนยันได้อย่างชัดเจน


"ยังไม่ได้สรุปสำนวนการสอบสวน ซึ่งได้กำชับให้พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีสอบสวนพยานเพิ่มเติมอีกหลายปาก รวมถึงให้ตรวจสอบพยานแวดล้อมต่างๆ ให้ครบถ้วน ในที่เกิดเหตุไม่มีกล้องวงจรปิด จึงทำให้ตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ยากขึ้น คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ" พ.ต.อ.มานะ กล่าว


ผกก.สน.ท่าพระ ยืนยันว่า จะให้ความเป็นธรรมแก่ทั้ง 2 ฝ่าย ซึ่งจะต้องสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานให้กระจ่างทุกประเด็น พยานหลักฐานส่วนไหนยังขาดหาย ก็ต้องตรวจสอบให้ครบถ้วน ก่อนจะสรุปสำนวนการสอบสวน ขณะนี้ได้สอบพยานไปแล้วหลายปาก หลังจากสอบพยานเสร็จสิ้นทั้งหมด จะรีบสรุปสำนวนคดีทันที



http://www.komchadluek.net/detail/20140814/190104.html