+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 12
จาก 12 โพส

กระทู้: [๒๕๕๑/๐๖/๑๐] ระเบียบ ขสมก. ว่าด้วยการบริหารจัดการและกำกับดูแลรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส

    [๒๕๕๑/๐๖/๑๐] ระเบียบ ขสมก. ว่าด้วยการบริหารจัดการและกำกับดูแลรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ

    ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ
    ว่าด้วยการบริหารจัดการและกำกับดูแลรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ
    พ.ศ.2550


    อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 26 (2) แห่งพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ .ศ. 2519 จึงให้ออกระเบียบไว้ดังนี้

    ข้อ 1 ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการบริหารจัดการและกำกับดูแลรถโดยสารเอกชนร่วมบริการ พ.ศ. 2550”



    ข้อ 2 ระเบียบนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศเป็นต้นไป



    ข้อ 3 ตั้งแต่วันที่ใช้ระเบียบนี้ ให้ยกเลิกระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพท้ายนี้ รวมทั้งประกาศ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน
    3.1 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับ การเข้าร่วมเดินรถ การเพิ่มรถ การโอนกรรมสิทธิ์รถ การเปลี่ยนรถ การเปลี่ยนตัวคู่สัญญา และการ ย้ายสังกัดของรถเอกชนร่วมบริการ ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ พ.ศ. 2545

    3.2 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าร่วมเดินรถ การเพิ่มรถ การโอนกรรมสิทธิ์รถ การเปลี่ยนรถ การเปลี่ยนตัวคู่สัญญา และการย้ายสังกัดของรถเอกชนร่วมบริการ ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) พ.ศ. 2546

    3.3 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าร่วมเดินรถ การเพิ่มรถ การโอนกรรมสิทธิ์รถ การเปลี่ยนรถ การเปลี่ยนตัวคู่สัญญา และการย้ายสังกัดของรถเอกชนร่วมบริการ ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 2) พ.ศ. 2547

    3.4 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการเข้าร่วมเดินรถ การเพิ่มรถ การโอนกรรมสิทธิ์รถ การเปลี่ยนรถ การเปลี่ยนตัวคู่สัญญา และการย้ายสังกัดของรถเอกชนร่วมบริการ ทั้งรถโดยสารธรรมดาและรถโดยสารปรับอากาศ (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 3) พ.ศ. 2548
    3.5 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการจัดระเบียบการเดินรถโดยสารขนาดเล็ก เส้นทางหมวด 1 ที่ทำสัญญานำรถโดยสารขนาดเล็กเข้าร่วมเดินรถโดยสารประจำทาง .ศ. 2534

    3.6 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการจัดระเบียบการเดินรถโดยสารขนาดเล็ก เส้นทางหมวด 4 พ.ศ. 2534

    3.7 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการเปลี่ยนรถ การโอนกรรมสิทธิ์รถโดยสารขนาดเล็ก พ.ศ. 2527

    3.8 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการจัดระเบียบการเดินรถ และการดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาของรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ พ.ศ. 2544

    3.9 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยการจัดระเบียบการเดินรถ และการดำเนินการเกี่ยวกับสัญญาของรถตู้โดยสารปรับอากาศร่วมบริการ พ.ศ. 2544 (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) .ศ. 2544

    3.10 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยมาตรฐานการกำกับดูแลรถเอกชนร่วมบริการ พ.ศ. 2547

    3.11 ระเบียบองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ว่าด้วยมาตรฐานการกำกับดูแลรถเอกชนร่วมบริการ (แก้ไขเพิ่มเติมครั้งที่ 1) พ.ศ. 2548


    ข้อ 4 ในระเบียบนี้

    “องค์การ” หมายความว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

    “ผู้อำนวยการ” หมายความว่า ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

    “รถโดยสาร” หมายความว่า รถโดยสารเอกชนที่มีนิติบุคคลเป็นคู่สัญญากับองค์การ มีสิทธิครอบครองหรือเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ และเป็นรถใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG หรือเป็นรถที่ประกอบใหม่ หรือเปลี่ยนตัวถังใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG หรือดัดแปลงเครื่องยนต์ไปใช้ก๊าซ CNG ซึ่งมีคุณลักษณะตามที่องค์การกำหนดและผ่านเกณฑ์การตรวจสภาพจากกรมการขนส่งทางบก และกรณีดัดแปลงเครื่องยนต์ ต้องผ่านการตรวจสอบ และรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่องค์การกำหนดด้วย

    “มาตรฐาน 2 ข” หมายความว่า รถโดยสารปรับอากาศ มีจำนวนที่นั่งเกิน 30 ที่นั่ง มีที่ยืน

    “มาตรฐาน 2 จ” หมายความว่า รถโดยสารปรับอากาศ มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 20 ที่นั่ง ไม่มีที่ยืน

    “มาตรฐาน 3 ก” หมายความว่า รถโดยสารธรรมดา มีจำนวนที่นั่งเกิน 30 ที่นั่ง มีที่ยืน

    “มาตรฐาน 3 จ” หมายความว่า รถโดยสารธรรมดา มีจำนวนที่ 13 - 24 ที่นั่ง

    “มาตรฐาน 3 ฉ” หมายความว่า รถโดยสารธรรมดา มีจำนวนที่นั่งไม่เกิน 12 ที่นั่ง ไม่มีที่ยืน

    “ผู้ประกอบการ” หมายความว่า นิติบุคคลที่มีสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับองค์การมีสิทธิครอบครองรถโดยสารในฐานะผู้เช่าซื้อตามสัญญาเช่าซื้อก่อน หรือขณะทำสัญญาเช่าซื้อรถโดยสาร หรือมีกรรมสิทธิ์ในรถโดยสารที่เข้าร่วมเดินรถกับองค์การ

    “ผู้ประจำรถ” หมายความว่า พนักงานหรือลูกจ้างของนิติบุคคลที่ปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสาร ซึ่งได้รับใบอนุญาตตามกฎหมายและมีใบอนุญาตผ่านการอบรมจากองค์การ

    “ค่าประกันภัย” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดทำประกันภัยคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ และการจัดทำประกันภัยประเภท 3 ตามวงเงินคุ้มครองที่องค์การกำหนด

    “ค่าตอบแทน” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องชำระให้กับองค์การ ในการบริหารจัดการ กำกับดูแลรถโดยสารตามเงื่อนไขสัญญา และใบอนุญาตประกอบการขนส่ง และค่าใช้จ่ายที่ผู้ประกอบการต้องชำระให้กับองค์การในการเดินรถแต่ละเส้นทาง ตามมูลค่าเส้นทางที่องค์การกำหนดไว้ในสัญญา

    “มูลค่าเส้นทาง” หมายความว่า ระดับการจำ แนกเส้นทางตามมูลค่าทางการตลาดซึ่งองค์การเป็นผู้กำหนด

    “เส้นทาง” หมายความว่า เส้นทางที่องค์การได้รับอนุญาตกำหนดให้เป็นเส้นทางเดินรถในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

    “รถใหม่” หมายความว่า รถที่ไม่เคยผ่านการใช้งานมาก่อน


  2. #2
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    ส่วนที่ 1
    หมวด 1
    การขอเข้าร่วมเดินรถ

    ข้อ 5 องค์การในฐานะผู้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่ง มีสิทธิยื่นขอกำหนดเส้นทางรถโดยสารต่อกรมการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์จะขอนำรถโดยสารเข้าร่วมเดินรถกับองค์การจะต้องเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการเดินรถโดยสารประจำทาง มีสัญชาติไทย และเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ หรือมีสิทธิครอบครองรถโดยสารที่จะนำเข้าร่วมเดินรถโดยชอบด้วยกฎหมาย โดยผู้ประกอบการหนึ่งมีสิทธิเข้าร่วมเดินรถได้มากกว่า 1 เส้นทาง แต่ 1 เส้นทางเดินรถจะมีผู้ประกอบการของรถประเภทละไม่เกิน 1 นิติบุคคล

    สิทธิในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ที่องค์การได้รับจากกรมการขนส่งทางบก เป็นขององค์การ และองค์การมีสิทธิคัดเลือกผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติเหมาะสมและสามารถปฏิบัติตามกฎระเบียบ คำสั่ง ที่องค์การกำหนดไว้



    ข้อ 6 การขอเข้าร่วมเดินรถต้องทำเป็นหนังสือตามแบบพร้อมหลักฐานที่องค์การกำหนดยื่นต่อองค์การ ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ พิจารณาขออนุมัติต่อผู้อำนวยการ



    ข้อ 7 การจัดทำสัญญา การชำระค่าธรรมเนียมต่าง ๆ ดำเนินการหลังจากได้รับอนุมัติจากองค์การ และผ่านการอนุมัติบรรจุรถในบัญชี ขส.บ. 11 จากกรมการขนส่งทางบกแล้ว



    ข้อ 8 ผู้ประกอบการจะโอนสิทธิ หรือหน้าที่ในการประกอบการเดินรถตามสัญญาทั้งหมด หรือส่วนหนึ่งส่วนใดให้กับบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ได้ หากฝ่าฝืนองค์การมีสิทธิบอกเลิกสัญญา และเรียกให้ชดใช้ค่าเสียหายได้



    ข้อ 9 นิติบุคคลที่เข้าร่วมเดินรถ ต้องมีคุณสมบัติดังนี้

    9.1 ทุนจดทะเบียน
    9.1.1 รถมาตรฐาน 2 ข และรถมาตรฐาน 3 ก มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 20 ล้านบาท ชำระเต็มมูลค่า
    9.1.2 รถมาตรฐาน 3 จ และรถมาตรฐาน 2 จ มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 10 ล้านบาท ชำระเต็มมูลค่า
    9.1.3 รถมาตรฐาน 3 ฉ มีทุนจดทะเบียนไม่น้อยกว่า 5 ล้านบาท ชำระเต็มมูลค่า

    9.2 ต้องมีอู่จอดรถและสำนักงาน ซึ่งมีพื้นที่จอดรถให้เพียงพอกับจำนวนรถที่เข้าร่วมเดินรถกับองค์การ มีท่าต้นทางและปลายทางที่เหมาะสม และไม่กีดขวางการจราจรในเส้นทางตามใบอนุญาตประกอบการขนส่ง

    สำนักงานของผู้ประกอบการ ต้องมีสถานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล องค์การสามารถติดต่อประสานงานได้ หากมีการเปลี่ยนแปลงต้องแจ้งให้องค์การทราบเป็นลายลักษณ์อักษรทุกครั้ง


    9.3 ต้องมีแผนการดำเนินงาน
    9.3.1 แผนการเดินรถและการบริการ
    9.3.2 แผนพัฒนาบุคลากร
    9.3.3 แผนการซ่อมบำรุง
    9.3.4 แผนด้านความปลอดภัย
    9.3.5 แผนด้านสิ่งแวดล้อม

    9.4 ต้องไม่มีหนี้ค้างชำระกับองค์การ

    9.5 ผู้ประกอบการต้องจัดส่งผู้ประจำรถเข้ารับการอบรมที่องค์การ และได้รับใบอนุญาตก่อนขึ้นปฏิบัติหน้าที่บนรถโดยสารประจำทางจากองค์การ



    ข้อ 10 รถโดยสารที่ขอเข้าร่วมเดินรถต้องมีคุณลักษณะดังนี้
    10.1 เป็นรถใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG
    10.2 เป็นรถที่ประกอบขึ้นใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG
    10.3 เป็นรถที่ปรับปรุงตัวถังใหม่ และดัดแปลงเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG
    10.4 ต้องเป็นรถที่มีมาตรฐานตามที่ทางราชการกำหนด และผ่านการตรวจสภาพจากกรมการขนส่งทางบก
    10.5 ต้องติดตราเครื่องหมาย ใช้สีของรถตามที่องค์การกำหนดและได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก



    ข้อ 11 รถโดยสารที่เข้าร่วมเดินรถกับองค์การต้องจัดทำประกันภัยไม่ต่ำกว่าประเภท 3 วงเงินคุ้มครองไม่น้อยกว่าที่องค์การกำหนด

    การจัดทำประกันภัยเป็นหน้าที่ของผู้ประกอบการ และองค์การเป็นผู้ประสานงานในการจัดทำประกันภัย โดยผู้ประกอบการเป็นผู้รับภาระค่าประกันภัย

    กรณีเอกชนไม่สามารถทำประกันภัยประเภท 3 ตามวรรคแรก ให้เข้าร่วมเป็นสมาชิกกองทุน และชำระเงินสมทบกองทุนตามระเบียบที่องค์การกำหนด ทั้งนี้ เอกชนยังคงต้องรับผิดชอบในความเสียหายที่เกินจากความรับผิดชอบของกองทุน ตามสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับองค์การ



    ข้อ 12 หลักประกันสัญญา และหลักประกันค่าเสียหาย


    12.1 หลักประกันสัญญาในอัตราร้อยละ 5 ของค่าตอบแทนตลอดอายุสัญญา โดยคู่สัญญาต้องนำเงินหลักประกันสัญญาตามวงเงินดังกล่าวมาวางในวันทำสัญญากับองค์การ

    12.2 หลักประกันค่าเสียหาย
    - รถมาตรฐาน 2 ข และรถมาตรฐาน 3 ก คันละ 30,000 บาท
    - รถมาตรฐาน 3 จ คันละ 25,000 บาท
    - รถมาตรฐาน 2 จ คันละ 20,000 บาท
    - รถมาตรฐาน 3 ฉ คันละ 10,000 บาท



    ข้อ 13 อายุสัญญาเข้าร่วมเดินรถ

    13.1 รถมาตรฐาน 2 ข รถมาตรฐาน 3 ก และ รถมาตรฐาน 3 จ
    13.1.1 รถโดยสารใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG 15 ปี ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานตามที่องค์การกำหนด
    13.1.2 รถโดยสารที่เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG 10 ปี และปรับปรุงสภาพรถใหม่ ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานตามที่องค์การกำหนด
    13.1.3 รถโดยสารที่ดัดแปลงเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG 7 ปี ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานตามที่องค์การกำหนด

    13.2 รถมาตรฐาน 2 จ ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG 10 ปี ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานตามที่องค์การกำหนด

    13.3 รถมาตรฐาน 3 ฉ ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG 5 ปี ผ่านการตรวจรับรองมาตรฐานตามที่องค์การกำหนด

    อายุสัญญาเริ่มนับจากวันที่กำหนดไว้ในสัญญาเป็นต้นไป และผู้รับสัญญาจะต้องเดินรถให้ครบทุกคันภายในระยะเวลาที่องค์การกำหนด ทั้งนี้ต้องไม่เกินกว่าเงื่อนไขที่กรมการขนส่งทางบกอนุญาต

    กรณีใบอนุญาตประกอบการขนส่งสิ้นอายุ ไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุใบอนุญาต ให้ถือว่าอายุสัญญาสิ้นสุดลงด้วย โดยผู้รับสัญญาไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าเสียหาย ค่าชดเชย หรือค่าใช้จ่ายใด ๆจากองค์การ




    ข้อ 14 กรณีผู้ประกอบการต้องการขอเพิ่มรถ ต้องดำเนินการเช่นเดียวกับการขอเข้าร่วมเดินรถใหม่


  3. #3
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 2
    การเปลี่ยนรถ

    ข้อ 15 การเปลี่ยนรถโดยสาร ให้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้
    15.1 รถที่ขอเปลี่ยนต้องเป็นรถที่อยู่ในสัญญาเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งขององค์การ
    15.2 รถที่จะนำเข้าทดแทน ต้องเป็นรถใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG หรือเป็นรถที่ประกอบขึ้นใหม่ที่มีเครื่องยนต์ใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG มีลักษณะตามเงื่อนไขที่กำหนดในใบอนุญาตประกอบการขนส่งของแต่ละเส้นทาง พร้อมจะนำไปตรวจสภาพ จดทะเบียนที่กรมการขนส่งทางบก
    15.3 ผู้ประกอบการที่ขอเปลี่ยนรถ ต้องไม่มีหนี้สินค้างชำระหรือคดีความค้างดำเนินการ
    15.4 เมื่อได้รับอนุมัติให้เปลี่ยนรถ ผู้ขอเปลี่ยนรถต้องติดตรา เครื่องหมายและ พ่นสีของรถตามที่องค์การกำหนดและได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก
    15.5 การร้องขอเปลี่ยนรถ ผู้ประกอบการต้องทำเป็นหนังสือยื่นต่อองค์การ ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการพิจารณาขออนุมัติต่อผู้อำนวยการ


  4. #4
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 3
    การขอนำรถออกนอกเส้นทาง

    ข้อ 16 ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอที่ ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ พร้อมหลักฐานตามที่องค์การกำหนด ก่อนวันใช้รถออกนอกเส้นทางไม่น้อยกว่า 3 วัน (ไม่นับวันหยุดราชการ) และได้รับอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบกก่อนจึงจะดำเนินการได้



    ข้อ 17 การขอนำรถออกนอกเส้นทาง อนุญาตให้ในกรณีดังนี้

    17.1 ใช้เป็นรถโดยสารส่วนบุคคล เพื่อกิจธุระส่วนตัวของผู้ประกอบการ
    17.2 ใช้เป็นรถโดยสารไม่ประจำทาง เพื่องานของทางราชการ หรือเพื่องานสาธารณะประโยชน์



    ข้อ 18 การอนุญาตให้นำรถออกนอกเส้นทาง อนุญาตให้เฉพาะกรณีที่มีจำนวนรถที่ใช้ในการขนส่งแต่ละเส้นทางมีเหลืออยู่เกินกว่าจำนวนรถขั้นต่ำตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่ง


  5. #5
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 4
    การแจ้งหยุดการเดินรถชั่วคราว

    ข้อ 19 ผู้ประกอบการต้องยื่นคำขอเป็นหนังสือต่อองค์การ แจ้งสาเหตุที่ต้องหยุดการเดินรถเป็นการชั่วคราวโดยทันทีที่ไม่สามารถนำรถออกวิ่งได้ตามสัญญา กรณีแจ้งหยุดรถเพื่อการซ่อมแซมต้องยื่นคำร้องขอหยุดรถต่อองค์การ และได้รับอนุญาตจากผู้อำนวยการหรือผู้ที่ได้รับมอบหมาย เมื่อซ่อมเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต้องนำรถให้องค์การตรวจสภาพก่อนนำรถออกวิ่ง

    การละเว้นไม่ดำเนินการ องค์การจะถือเป็นการหยุดการเดินรถโดยไม่แจ้งสาเหตุ และเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการ คันละ 200 บาทต่อวัน หากมีค่าใช้จ่ายอื่นใดอันเนื่องมาจากการหยุดเดินรถอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบ


  6. #6
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 5
    การเลิกสัญญา

    ข้อ 20 สัญญาเข้าร่วมเดินรถสิ้นสุดในกรณีต่อไปนี้
    20.1 ครบอายุสัญญา
    20.2 องค์การมีสิทธิบอกเลิกสัญญาผู้ประกอบการที่กระทำผิดสัญญา หรือฝ่าฝืนข้อบังคับ ระเบียบ คำสั่ง ประกาศ ขององค์การ และกฎหมายต่าง ๆ เป็นเหตุให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ขององค์การอย่างร้ายแรง รวมทั้งกรณีอุบัติเหตุร้ายแรงที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อชีวิต และทรัพย์สินของประชาชนและผู้ใช้บริการ การพิจารณาความเสียหายในกรณีใดเป็นความเสียหายร้ายแรงเป็นสิทธิขององค์การ
    20.3 ผู้ประกอบการขอเลิกสัญญาก่อนสิ้นสุดอายุสัญญา เมื่อองค์การตรวจสอบแล้ว ไม่เกิดความเสียหายต่อการบริการ รวมทั้งไม่ขัดต่อเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่งและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
    20.4 ผู้ประกอบการไม่แจ้งความประสงค์ขอต่อสัญญาเข้าร่วมเดินรถ ภายใน 1 ปี ก่อนวันสิ้นอายุสัญญา
    20.5 ใบอนุญาตประกอบการขนส่งถูกยกเลิก หรือไม่ได้รับอนุญาตให้ต่ออายุจากกรมการขนส่งทางบก



    ข้อ 21 องค์การมีสิทธิบอกเลิกสัญญา หากผู้ประกอบการไม่ชำระค่าตอบแทนติดต่อกันเกินกว่า 2 งวด และองค์การทวงถามแล้ว



    ข้อ 22 องค์การมีสิทธิบอกเลิกสัญญา กรณีผู้ประจำรถหรือผู้ประกอบการ กระทำความผิดในลักษณะเดิม มีการลงโทษแล้วยังกระทำผิดซ้ำเนือง ๆ ซึ่งองค์การพิจารณาแล้วเห็นว่าผู้ประกอบการมีเจตนาจงใจไม่แก้ไขปรับปรุงให้ดีขึ้น



    ข้อ 23 องค์การมีสิทธิพิจารณาเลิกสัญญาเป็นรายคัน หรือเลิกสัญญาทั้งหมด ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับมูลความผิดและความเสียหายที่เกิดขึ้น ประกอบกับการให้ความร่วมมือของผู้ประกอบการในการบรรเทาความเสียหายที่เกิดขึ้น



    ข้อ 24 องค์การมีสิทธิบอกเลิกสัญญา กรณีผู้ประกอบการนำรถโดยสารที่เข้าร่วมเดินรถกับองค์การไปให้บุคคลอื่นเช่าหรือเช่าช่วง หรือเช่าซื้อ

    เมื่อองค์การบอกเลิกสัญญา องค์การมีสิทธินำรถหรืออนุญาตให้ผู้อื่นเดินรถในเส้นทางตามสัญญาได้ทันที ทั้งมีสิทธิริบหลักประกันตามสัญญาหรือเรียกร้องจากธนาคารผู้ค้ำประกันให้ชำระเงินตามหลักประกัน นอกจากนี้ผู้รับสัญญาจะต้องรับผิดชอบชำระเงินใด ๆ ในส่วนที่เกินจากหลักประกันดังกล่าว (หากมี) ให้แก่องค์การจนครบถ้วน


  7. #7
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 6
    การขอถอนรถ

    ข้อ 25 ผู้ประกอบการที่มีความประสงค์ขอถอนรถออกจากสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับองค์การ จะกระทำได้ภายใต้เงื่อนไขดังนี้
    25.1 ไม่มีหนี้สินค้างชำระและคดีความค้างดำเนินการ
    25.2 จำนวนรถต้องไม่ต่ำกว่าเงื่อนไขขั้นต่ำตามใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
    25.3 ผู้ประกอบการต้องหยุดการเดินรถในเส้นทางนั้น และลบตราเครื่องหมายที่เกี่ยวข้องกับองค์การ พร้อมยื่นคำร้องขอถอนรถเป็นหนังสือผ่านฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ ขออนุมัติถอนรถต่อผู้อำนวยการ



    ข้อ 26 หนี้สินใดๆ ที่ผู้ประกอบการหรือผู้ประจำรถก่อให้เกิดขึ้นก่อนการอนุมัติให้ถอนรถ และยังมิได้แจ้งให้องค์การทราบ หากมีการทวงถามหรือฟ้องร้องหลังจากการถอนรถไปแล้ว องค์การสงวนสิทธิ์ฟ้องร้องอันเนื่องจากการปกปิดข้อเท็จจริงที่ไม่แจ้งให้องค์การทราบก่อนมีการถอนรถ


  8. #8
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 7
    ค่าธรรมเนียม

    ข้อ 27 ค่าธรรมเนียมการเข้าร่วมเดินรถ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    27.1 รถมาตรฐาน 2 ข คันละ 60,000 บาท
    27.2 รถมาตรฐาน 3 ก คันละ 40,000 บาท
    27.3 รถมาตรฐาน 3 จ คันละ 20,000 บาท
    27.4 รถมาตรฐาน 2 จ คันละ 10,000 บาท
    27.5 รถมาตรฐาน 3 ฉ คันละ 5,000 บาท



    ข้อ 28 ค่าธรรมเนียมทำสัญญา (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    28.1 รถมาตรฐาน 2 ข คันละ 1,000 บาท
    28.2 รถมาตรฐาน 3 ก คันละ 1,000 บาท
    28.3 รถมาตรฐาน 3 จ คันละ 1,000 บาท
    28.4 รถมาตรฐาน 2 จ คันละ 500 บาท
    28.5 รถมาตรฐาน 3 ฉ คันละ 500 บาท



    ข้อ 29 ค่าธรรมเนียมการเปลี่ยนรถ (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)
    29.1 รถมาตรฐาน 2 ข คันละ 5,000 บาท
    29.2 รถมาตรฐาน 3 ก คันละ 2,500 บาท
    29.3 รถมาตรฐาน 3 จ คันละ 2,000 บาท
    29.4 รถมาตรฐาน 2 จ คันละ 1,000 บาท
    29.5 รถมาตรฐาน 3 ฉ คันละ 1,000 บาท



    ข้อ 30 ค่าธรรมเนียมการนำรถออกนอกเส้นทาง คันละ 50 บาทต่อวัน (ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)


  9. #9
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 8
    ค่าสิทธิผลประโยชน์และค่าตอบแทน

    ข้อ 31 ผู้ประกอบการต้องชำระค่าโฆษณาบนตัวรถโดยสาร หรือรูปแบบอื่นๆ ทุกประเภทตามที่ตกลงในสัญญากับองค์การ



    ข้อ 32 ค่าตอบแทนที่ผู้ประกอบการต้องชำระให้กับองค์การตลอดอายุสัญญา เป็นไปตามสัญญาที่ได้ตกลงไว้กับองค์การ ตามประกาศกำหนดมูลค่าเส้นทางขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ


  10. #10
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    หมวด 9
    หน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ประกอบการ

    ข้อ 33 ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องกระทำการหรือละเว้นกระทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมาย ระเบียบ คำสั่ง ประกาศของทางราชการ หรือของผู้ให้สัญญา หากผู้ประจำรถกระทำผิดให้ ถือเป็นการกระทำผิดของผู้ประกอบการตามระเบียบนี้ด้วย



    ข้อ 34 ผู้ประกอบการต้องจัดทำประวัติผู้ประจำรถตามแบบที่กฎหมายกำหนด ส่งให้องค์การทุกครั้งที่มีการรับผู้ประจำรถเข้าทำงาน และทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลง



    ข้อ 35 ผู้ประกอบการต้องจัดหาผู้ประจำรถปฏิบัติหน้าที่ให้เพียงพอตามจำนวนรถที่ปรากฏ ในเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่งและสัญญาเข้าร่วมเดินรถ ด้วยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ โดยผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบในเงินค่าจ้าง เงินเดือน ค่าเบี้ยเลี้ยง และสิทธิต่างๆ อันพึงได้รับตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานไม่ต่ำกว่าอัตราค่าจ้างที่กฎหมายกำหนด



    ข้อ 36 ผู้ประกอบการนำรถไปใช้ในกิจการอื่นนอกจากการรับ - ส่งผู้โดยสาร ตามเงื่อนไขใบอนุญาตประกอบการขนส่งหรือตามที่องค์การกำหนดมิได้ เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากองค์การแล้ว



    ข้อ 37 ผู้ประกอบการมีหน้าที่ต้องไปชี้แจง หรือชำระค่าปรับ หรือจัดส่งผู้ประจำรถไปให้องค์การสอบสวน หากถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ไม่เหมาะสม หรือกระทำการไม่ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ คำสั่งของทางราชการ หรือขององค์การ



    ข้อ 38 เมื่อพนักงานขับรถเกิดอุบัติเหตุ ก่อให้เกิดความเสียหายทุกกรณี ผู้ประกอบการต้องไปดำเนินการ และแจ้งเหตุต่อหน่วยงานที่รับผิดชอบที่องค์การกำหนดทันที และจัดทำรายงานเป็นลายลักษณ์อักษรให้องค์การทราบอย่างช้าในวันรุ่งขึ้น

    กรณีที่เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงต้องจัดทำรายงานตามแบบที่กรมการขนส่งทางบก หรือหน่วยราชการอื่นกำหนด



    ข้อ 39 ผู้ประกอบการ เป็นผู้จัดหาตั๋วโดยสารโดยค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบการ ตามรูปแบบลักษณะข้อความและราคาตามที่องค์การกำหนด



    ข้อ 40 ผู้ประกอบการต้องรายงานข้อมูลการเดินรถและผลประกอบการให้องค์การทราบ ตามที่องค์การหรือหน่วยราชการอื่นกำหนด


  11. #11
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    ส่วนที่ 2
    หมวด 10
    การกำกับดูแลรถเอกชนร่วมบริการ

    ข้อ 41 มาตรฐานในการให้บริการที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติดังนี้


    41.1 การประกอบการขนส่ง
    41.1.1 ต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่องค์การกำหนดเกี่ยวกับลักษณะ ชนิด สีของรถ ตราเครื่องหมาย หมายเลขเส้นทาง หมายเลขกำกับรถ
    41.1.2 ต้องไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงที่นั่ง โดยไม่ได้รับอนุญาต
    41.1.3 ต้องเดินรถให้ถูกต้องตามรายละเอียดเส้นทางที่กำหนดไว้
    41.1.4 ต้องเก็บค่าโดยสารหรือค่าบริการอื่น ๆ ให้ถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในใบอนุญาตประกอบการขนส่ง
    41.1.5 รถที่นำไปใช้ในกิจการอื่น หรือออกนอกเส้นทางที่กำหนดไว้ในใบอนุญาต ต้องได้รับอนุญาตจากองค์การและกรมการขนส่งทางบก

    41.2 การประกอบการเกี่ยวกับรถโดยสาร
    41.2.1 ต้องมีสภาพมั่นคงแข็งแรงปลอดภัย มีอุปกรณ์ส่วนควบถูกต้องตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง
    41.2.2 ต้องจดทะเบียนและเสียภาษีประจำปี
    41.2.3 ต้องไม่แก้ไขหรือเปลี่ยนแปลงเครื่องอุปกรณ์ หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงก่อนได้รับอนุญาต
    41.2.4 ต้องติดแผ่นป้ายเลขทะเบียนเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีประจำปีที่นายทะเบียนออกให้ เครื่องหมายแสดงการจัดทำประกันภัยไว้กับตัวรถ และเครื่องหมายหรือประกาศตามที่องค์การหรือหน่วยราชการอื่นกำหนด

    41.3 การประกอบการเกี่ยวกับผู้ประจำรถขณะปฏิบัติหน้าที่
    41.3.1 ต้องมีใบอนุญาตที่ทางราชการออกให้ และใบอนุญาตที่ผ่านการรับรองจากองค์การติดตัวขณะปฏิบัติหน้าที่
    41.3.2 ต้องไม่เสพสุราหรือของมึนเมา ยาเสพติด หรือวัตถุออกฤทธิ์ต่อประสาท
    41.3.3 ต้องไม่แสดงกิริยาหรือใช้ถ้อยคำเสียดสี ดูหมิ่น ก้าวร้าว รังแก รบกวน หยาบหยาม หรือกระทำอนาจารต่อผู้อื่น
    41.3.4 ต้องรับ - ส่งผู้โดยสารให้ถึงจุดหมายปลายทาง
    41.3.5 ต้องปิดประตูทุกครั้งก่อนนำรถออกจากป้ายและขณะรถวิ่งในเส้นทาง และเปิดประตูเมื่อนำรถเข้าจอดที่ป้ายเรียบร้อยแล้ว (กรณีกฎหมายกำหนดให้มีประตูปิด - เปิดอัตโนมัติ)
    41.3.6 ต้องดูแลผู้โดยสารขึ้น - ลงก่อนออกรถ
    41.3.7 ต้องไม่สูบบุหรี่บนรถโดยสารประจำทางหรือสถานที่ตามที่กฎหมายกำหนด
    41.3.8 ต้องแต่งกายให้ถูกต้องตามแบบที่องค์การกำหนด
    41.3.9 ต้องหยุดรถรับ - ส่งผู้โดยสารที่มีเครื่องหมายให้รถหยุด เพื่อรับ - ส่งผู้โดยสาร เมื่อปรากฏว่ามีผู้โดยสารต้องการให้หยุดรถ
    41.3.10 ต้องปฏิบัติและให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ขององค์การ ในการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่ได้รับมอบหมาย
    41.3.11 ต้องปฏิบัติตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก



    ข้อ 42 บทลงโทษในกรณีฝ่าฝืนตามข้อ 41

    42.1 กรณีฝ่าฝืนเกี่ยวกับการประกอบการขนส่ง ตามข้อ 41.1.1 - ข้อ 41.1.2
    ปรับตั้งแต่ 200 - 1,000 บาท และพักการเดินรถจนกว่าจะแก้ไขดำเนินการให้ถูกต้องจึงอนุญาตให้เดินรถได้

    กรณีฝ่าฝืนเกี่ยวกับการประกอบการขนส่ง ตามข้อ 41.1.3 - ข้อ 41.1.5
    ปรับตั้งแต่ 500 - 2,000 บาท

    42.2 กรณีฝ่าฝืนเกี่ยวกับรถ ตามข้อ 41.2.1 - ข้อ 41.2.4
    ปรับตั้งแต่ 500 - 2,000 บาท และพักการเดินรถ จนกว่าจะแก้ไขดำเนินการให้ถูกต้องจึงอนุญาตให้เดินรถได้

    42.3 กรณีฝ่าฝืนเกี่ยวกับผู้ประจำรถ ตามข้อ 41.3.1 - ข้อ 41.3.7
    ปรับตั้งแต่ 500 - 2,000 บาท และงดปฏิบัติหน้าที่ จนกว่าจะแก้ไขปรับปรุงให้ถูกต้องตามระเบียบ

    กรณีฝ่าฝืนเกี่ยวกับการประกอบการขนส่ง ตามข้อ 41.3.8 - ข้อ 41.3.11
    ปรับตั้งแต่ 200 - 1,000 บาท




    ข้อ 43 กรณีผู้ประจำรถกระทำความผิดตามข้อ 41 และผู้ประกอบการไม่สามารถส่งตัวผู้ประจำรถให้องค์การ หรือหน่วยราชการที่กล่าวโทษเพื่อสอบสวนลงโทษ โดยไม่มีเหตุอันควรให้ถือว่าผู้ประกอบการต้องรับผิดชอบในความผิดของผู้ประจำรถในฐานะนายจ้างของผู้ประจำรถ

    องค์การสงวนสิทธิในการลงโทษผู้ประกอบการในความผิดที่ผู้ประจำรถกระทำผิดโดยไม่จำเป็นต้องสอบสวนผู้ประจำรถ ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของผู้ประกอบการในฐานะนายจ้างของ
    ผู้ประจำรถ



    ข้อ 44 ผู้มีอำนาจสอบสวนและสั่งลงโทษให้เป็นไปตามคำสั่งที่องค์การมอบหมาย



    ข้อ 45 การลงโทษผู้ประกอบการและผู้กระทำผิด มีดังนี้
    45.1 เลิกสัญญาและถอนรถ
    45.2 พักการเดินรถ
    45.3 ปรับ
    45.4 งดปฏิบัติหน้าที่ผู้ประจำรถ
    45.5 ทำทัณฑ์บน



    ข้อ 46 การอุทธรณ์

    46.1 ให้ผู้ถูกลงโทษ มีสิทธิยื่นคำร้องอุทธรณ์คำสั่งลงโทษ ที่ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ ภายใน 7 วันทำการ นับแต่วันที่รับทราบคำสั่งลงโทษ

    46.2 การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ให้ผู้บังคับบัญชาที่มีตำแหน่งสูงกว่าผู้สั่งลงโทษ 1 ระดับ เป็นผู้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์และนำเสนอผู้มีอำนาจ หากผู้อำนวยการเป็นผู้สั่งลงโทษ ให้ยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ เป็นผู้พิจารณา ผู้พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ ต้องดำเนินการพิจารณาให้เสร็จสิ้น ภายใน 15 วันทำการ นับถัดจากวันรับอุทธรณ์ เว้นแต่มีเหตุอันควร

    46.3 การพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้อำนวยการให้ถือเป็นที่สุด เว้นแต่กรณีผู้อำนวยการสั่งลงโทษ ให้ถือคำวินิจฉัยอุทธรณ์ของคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การเป็นที่สุดและให้ฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริการ แจ้งผลให้ผู้อุทธรณ์ทราบโดยเร็ว


  12. #12
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    489
    ถูกใจ
    1,525
    โพสถูกใจ 527 ครั้ง ใน 127 โพส
    บทเฉพาะกาล

    ระเบียบนี้ใช้บังคับกับคู่สัญญาที่เข้าร่วมเดินรถกับองค์การนับถัดจากวันที่ประกาศใช้ระเบียบเป็นต้นไป สัญญาเข้าร่วมเดินรถที่ยังมีผลบังคับใช้ตามระเบียบเดิมให้ถือปฏิบัติตามสัญญาเดิมจนกว่าจะสิ้นอายุสัญญาเข้าร่วมเดินรถที่มีผลบังคับใช้ตามระเบียบเดิม เว้นแต่มีข้อตกลงแก้ไขเพิ่มเติมสัญญากับองค์การหรือมีมติคณะกรรมการบริหารกิจการองค์การ ประกาศองค์การกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

    ผู้ประกอบการที่มีสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับองค์การและชำระค่าธรรมเนียมเข้าร่วมเดินรถตามระเบียบเดิมแล้ว หากนำรถคันใหม่ทดแทนคันเดิม หรือรถคันเดิมที่เปลี่ยนเครื่องยนต์หรือดัดแปลงใช้ก๊าซธรรมชาติ CNG มาทำสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับองค์การในฐานะนิติบุคคลรายใหม่ตามระเบียบนี้ไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม เข้าร่วมเดินรถตามระเบียบนี้อีก


    ประกาศในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 125 ตอนพิเศษ 96ง
    หน้า 31-46 เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2551





+ ตอบกลับกระทู้

แท็กของกระทู้นี้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด