+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 2/2 หน้าแรกหน้าแรก 1 2
#16 - 26
จาก 26 โพส

กระทู้: [รวมข่าว] การจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.

  1. #16
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    โอดรถเมล์ใหม่เข้าอู่ช้ากระทบแผนฟื้นฟู
    โพสต์ทูเดย์
    9 มกราคม 2560



    ขสมก.หวั่นรถเมล์ล็อตใหม่เลื่อนกระทบแผนฟื้นฟูฯ ตั้งเป้าโละพนักงาน 5,000 คนดันใช้ตั๋วร่วมติดจีพีเอส


    นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้เป็นห่วงว่าแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.จะได้รับผลกระทบจากความล่าช้าของโครงการจัดหารถเมล์ไฟฟ้า (อีวี) 200 คันแรก ที่ยังไม่ผ่านคณะรัฐมนตรี (ครม.) และโครงการรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ที่ยังติดปัญหาเรื่องการส่งมอบรถ เนื่องจากแต่ละโครงการต้องใช้เวลาผ่านขั้นตอนการดำเนินการซึ่งมีผลต่อเป้าหมายลดค่าใช้จ่ายด้านเชื้อเพลิง 20-30%


    ปัจจุบัน ขสมก.ทำได้เพียงนำรถเมล์เก่าไปปรับปรุงและติดตั้งระบบ GPS (จีพีเอส) และตั๋วร่วม (e-Ticket) คาดจะเสร็จช่วงเดือน ก.ค. เพื่อให้สอดรับกับแผนปรับโครงสร้างองค์กร โดยตั้งเป้าลดจำนวนบุคลากรลง 5,000 คน จากปัจจุบันที่มีจำนวนอยู่ที่ 1.2 หมื่นคน ภายในปี 2561 โดยนำระบบตั๋วร่วม และระบบจีพีเอสเข้ามาทำงานแทนที่บุคลากร



    http://www.posttoday.com/biz/gov/474492

  2. #17
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    สั่งรื้อแผนฟื้นฟู ขสมก.ใหม่
    โพสต์ทูเดย์
    6 พฤษภาคม 2560



    ขสมก.ทบทวนแผนฟื้นฟูกิจการใหม่ หลังเจอปมรถเมล์เอ็นจีวี ตั้งเป้าปี 2565 ต้องมีกำไร ดึงอี-ทิคเก็ตร่วมใช้ลดค่าใช้จ่าย


    นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รักษาการ ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก.ได้สั่งการให้มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ในฐานะที่ปรึกษาด้านจัดทำแผนฟื้นฟูองค์กร ไปทบทวนแผนดังกล่าวมาใหม่เพื่อให้สอดคล้องกับแนวทางการบริหารจัดการรถเมล์เก่าและรถเมล์ใหม่ที่ได้มีการเปลี่ยนแปลงในขั้นนโยบาย ภายหลังจาก ขสมก.ไม่สามารถจัดหารถเมล์โดยสารเอ็นจีวี 489 คันได้ตามแผน


    ทั้งนี้ การจัดทำแผนใหม่ระยะ 5 ปี (2560-2564) จะต้องศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับแผนการจัดหารายได้ในระยะ 5 ปีควบคู่ไปด้วย เพื่อนำมาบรรจุในแผนฟื้นฟูฉบับเต็มต่อไป โดยคาดว่าจะเสนอแผนฟื้นฟูฉบับปรับปรุงให้บอร์ด ขสมก.พิจารณาได้ในการประชุมครั้งถัดไป วันที่ 31 พ.ค.นี้</p><p>สำหรับแผนบริหารรถเมล์โดยสารสาธารณะรูปแบบใหม่ ประกอบด้วย การรับรถเมล์ใหม่รวม 3,450 คัน และการปลดระวางรถเมล์เก่ารวม 2,753 คัน แบ่งเป็นแผนการรับรถใหม่ในปี 2560 จำนวน 689 คัน แยกเป็นรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน และรถเมล์ไฟฟ้า 200 คัน ส่วนในปี 2561 จำนวน 700 คัน ปี 2562 จำนวน 600 คัน ปี 2563 จำนวน 700 คัน และ ปี 2564 จำนวน 761 คัน ขณะที่แผนการปลดระวางรถเมล์เก่า แบ่งเป็นการปลดรถเก่าปี 2560 จำนวน 107 คัน ปี 2561 จำนวน 501 คัน ปี 2562 จำนวน 624 คัน ปี 2563 จำนวน 699 คัน และปีสุดท้าย 2564 จำนวน 852 คัน


    นอกจากนี้ ในระยะ 5 ปีนี้ จะมีการติดตั้งระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ทิคเก็ต) มาใช้แทนพนักงานเก็บค่าโดยสารบนรถบางส่วน ดังนั้น ในปี 2565 ขสมก. จะเปิดโครงการ Early-Retire ให้พนักงานสมัครใจลาออก แต่ขณะนี้ยังไม่มีเป้าหมายที่ชัดเจนว่ามีจำนวนเท่าไหร่ ขณะเดียวกัน ขสมก.จะเร่งนำอู่รถเมล์ 2 แห่งที่มีศักยภาพคือ อู่บางเขนและตลาดมีนบุรี มาให้เอกชนเข้ามาเช่าพื้นที่เพื่อพัฒนาเชิงพาณิชย์ต่อไป หวังเพิ่มรายได้ให้ ขสมก.


    "ตามแผนฟื้นฟูระยะ 5 ปี ตั้งเป้าปี 2565 ขสมก.จะต้องเป็นปีแรกที่เริ่มมีกำไร เพราะจะมีการนำรถซึ่งมีต้นทุนต่ำ และระบบอี-ทิคเก็ตมาใช้ ส่วนผลการดำเนินงานล่าสุดของ ขสมก.นั้น ในปี 2559 ยังขาดทุนรวมทั้งสิ้น 3,000 ล้านบาท และมีหนี้สินสะสมรวมทั้งสิ้น 1.03 แสนล้านบาท" นายสมศักดิ์ กล่าว


    ด้าน นายต่อตระกูล ยมนาค ผู้สังเกตการณ์ตามข้อตกลงสัญญา คุณธรรมในโครงการประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีและรถเมล์ไฟฟ้าของ ขสมก. กล่าวว่า การจัดหารถเมล์ไฟฟ้า 200 คันนั้น มีข้อเสนอให้มีการทบทวนตัวเลขราคากลาง โดยเฉพาะวิธีการได้มาของราคากลางยังขาดความสมเหตุสมผล ในขณะที่ราคากลางที่ตั้งไว้เดิมนั้น เห็นว่าจะต้องมีการพิจารณาปรับลดลง เนื่องจากต้นทุนของแบตเตอรี่ รถไฟฟ้ามีราคาที่ปรับลดลงอย่างรวดเร็ว ใน ขณะที่ต้นทุนการซ่อมบำรุงรถไฟฟ้าก็มีทิศทางที่ลดลง ดังนั้นจะต้องพิจารณาปรับลดราคากลางลงได้อีก


    นายสมศักดิ์ กล่าวถึงการประมูลจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวีรอบใหม่จำนวน 489 คัน โครงการการจัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน มูลค่า 4,021 ล้านบาท ขึ้นรับฟังความคิดเห็นบนเว็บไซต์แล้ว โดยตั้ง เป้าหมายว่าจะเปิดขายเอกสารการประมูลในเดือน มิ.ย. หรือต้นเดือน ก.ค.นี้ และทยอยส่งมอบรถได้ในวันที่ 31 ต.ค.


    อย่างไรก็ตาม รูปแบบจะเป็นการจัดหารถเมล์นำเข้าจากต่างประเทศเนื่องจากมีเงื่อนเวลาจำกัด แต่ในล็อตถัดไป ขสมก.จะพิจารณาจัดซื้อรถที่ ผลิตในประเทศ ซึ่งเป็นไปได้ทั้งรถเมล์เอ็นจีวีและรถไฟฟ้า ขณะที่การประมูลโครงการเช่าอี-ทิคเก็ต วงเงิน 1,786 ล้านบาทนั้น ได้ผู้ชนะการประมูลแล้วคือกิจการร่วมค้า บริษัท ช ทวี หรือ CHO และพันธมิตรจากเกาหลี



    http://www.posttoday.com/biz/gov/493471

  3. 1 คนถูกใจสิ่งนี้


  4. #18
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    ขสมก.นัดหน่วยงานเคาะแผนฟื้นฟู 19 มิ.ย.
    เล็งลดพนักงานเก็บค่าโดยสาร 4 พันคน

    โพสต์ทูเดย์
    15 มิถุนายน 2560



    ขสมก.นัดถกหน่วยงานเคาะแผนฟื้นฟู ขสมก.19 มิ.ย.นี้ ก่อนเสนอครม.อนุมัติ เล็งลดจำนวนพนักงานเก็บค่าโดยสาร 4,000 คนภายใน 2 ปี


    นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่าในวันที่ 19 มิ.ย.นี้ ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) สำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) สำนักงบประมาณ เข้าหารือเกี่ยวกับแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก. ในช่วง 5 ปี (60-64) เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายรัฐที่ให้แก้ปัญหาโดยเร่งด่วน โดยจะมีเสนอแนวทางเพิ่มรายได้และลดค่าใช้จ่าย รวมถึงผลดีผลเสียของแต่ละแนวทางให้ที่ประชุมได้รับทราบข้อมูล ซึ่งหากเห็นชอบจะนำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ด ขสมก. และเสนอกระทรวงคมนาคมพิจารณาอนุมัติในเดือน มิ.ย.นี้ หากไม่มีปัญหาอะไรจะเสนอ ครม.อนุมัติในเดือน ก.ค.


    สำหรับแนวทางที่เสนอมีหลายแนวทาง โดยเฉพาะการเพิ่มรายได้จะมีรายละเอียดให้เห็นชัดเจน เช่น การปรับขึ้นค่าโดยสารในแต่ละอัตราว่าจะทำให้ ขสมก.มีรายได้เท่าไหร่ และ ขสมก.จะมีการปรับลดค่าใช้จ่ายในด้านใดบ้าง ซึ่งจะจัดทำโครงการสมัครใจลาออก หรือเออรี่รีไทร์ หลังจากที่นำระบบอีทิคเก็ตมาใช้ในระบบรถโดยสารประจำทางมาให้บริการผู้โดยสาร 2 ปี


    ทั้งนี้ ขสมก.ตั้งเป้าลดจำนวนพนักงานเก็บตั๋วรถเมล์จากเดิม 4,000 คน ให้เหลือน้อยที่สุดภายในระยะเวลา 2 ปี โดยจะนำพนักงานกว่าครึ่งหนึ่งเข้าสู่โครงการเออรี่รีไทร์ ส่วนพนักงานอีกราว 2,000 คนจะปรับเปลี่ยนตำแหน่งไปเป็นพนักงานขับรถเนื่องจากตามแผน ขสมก.การเพิ่มรถเมล์เข้ามา 3,000 คันนั้นต้องการพนักงานขับรถทั้งหมด 7,000 คนแต่ปัจจุบันมีพนักงานเพียง 5,000 คน นอกจากนี้ในส่วนของรถโดยสารประจำทางที่จะให้บริการประชาชนฝ่ายบริหารจะเสนอภาพให้เห็นว่าในอนาคต ขสมก.ต้องมีรถประเภทใดบ้าง เพื่อลดค่าใช้จ่าย เช่น เอ็นจีวี ไฮบริดจ์จะต้องมีจำนวนกี่คัน


    "โครงการจัดหารถเมล์ใหม่เป็นหนึ่งของแผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก. โดยตั้งเป้าจัดหารถเมล์ใหม่ทั้งหมด 3,000 คัน จากปัจจุบันที่มีรถเมล์อยู่ 2,600 คัน เพื่อรองรับการปฏิรูปเส้นทางเดินรถโดยสารประจำทางใหม่ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) จำนวน 138 เส้นทาง ประกอบด้วยการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีล็อตแรก 489 คันภายในปี 60 ในปี 61 จัดหารถเมล์เอ็นจีวี 700 คัน ภายในปี 62 ปรับปรุงรถเก่าให้มีสภาพการใช้งานที่ดีขึ้น 600 กว่าคัน ที่เหลือ 1,711 คันจัดซื้อรถใหม่แต่ยังไม่ได้ระบุว่าเป็นรถประเภทใด ขณะเดียวกัน ขสมก.ตั้งเป้าปลดระวางรถเมล์เก่า 2,700 คัน ภายในปี 64 แบ่งเป็นปี60 จำนวน 107 คัน ปี 61 จำนวน 501 คัน ปี 62 จำนวน 624 คัน ปี 63 จำนวน 669 คัน และปี 64 จำนวน 852 คัน" นายสมศักดิ์กล่าว



    http://www.posttoday.com/biz/gov/498729

  5. 1 คนถูกใจสิ่งนี้


  6. #19
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    ขสมก.ชงนายกฯ ปรับขึ้นค่ารถเมล์ สางหนี้แสนล้าน
    คมชัดลึก
    18 กรกฎาคม 2560



    นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า จะนำเรื่องแผนฟื้นฟูขสมก.ระยะ 5 ปี (60-64) ด้วย เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มีพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน


    ทั้งนี้ปัจจุบันขสมก. มีหนี้สินสะสม 1.05 แสนล้านบาท ขาดทุนปีละประมาณ 5 พันล้านบาทจากค่าเหมาซ่อม ค่าดอกเบี้ยและค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุน ดังนั้นจะขอให้แยกหนี้ออกจากการบริหารและเสนอแผนฟื้นฟูองค์การ โดยการขอให้รัฐบาลสนับสนุนงบประมาณเช่ารถใหม่ 1,665 คัน คิดดอกเบี้ยค่าเช่าต่ำกว่า 3% แทนการซื้อรถเพื่อลดภาระ รวมทั้งติดตั้งระบบจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติหรืออีทิคเก็ตแทนคน เพื่อทยอยลดพนักงานเก็บค่าโดยสารจาก ที่มี 12,000 คน ในปี 64 จะเหลือ 6,000 คน หรือจากพนักงาน 4.8 คนต่อรถ 1 คัน เหลือ 2.4 คนต่อรถ 1 คัน เพื่อลดภาระด้านสวัสดิการและพนักงาน


    นายสมศักดิ์ ยังกล่าวว่า รถใหม่จำเป็นต้องเก็บค่าโดยสารให้สอดคล้องกับต้นทุน เนื่องจากปัญหาการขาดทุนส่วนหนึ่งมาจากการเก็บค่าโดยสารที่ต่ำกว่าต้นทุน ซึ่งขสมก.กำลังรอผลศึกษาต้นทุนและการคิดผลตอบแทนจากค่าโดยสารที่เหมาะสม รวมทั้งจัดสรรเส้นทางเดินรถจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คาดว่าจะแล้วเสร็จเดือน ก.ค.นี้


    เบื้องต้นมีแนวโน้มปรับขึ้นค่าโดยสาร ขสมก.ให้สอดรับกับต้นทุนที่แท้จริง เพื่อลดปัญหาการขาดทุนให้ได้ในปี 64 และเริ่มมีกำไร แต่หากรัฐบาลกังวลว่าการขึ้นค่าโดยสารจะส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้ใช้บริการ ขสมก.ก็ยินดีไม่ขึ้นราคา แต่รัฐบาลต้องจัดสรรเงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ (พีเอสโอ) ให้กับขสมก. เหมือนกับโครงการรถเมล์ฟรี เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก. มีฐานะเป็นผู้ประกอบการเดินรถที่จะต้องเร่งปรับตัวให้แข่งขันเดินรถกับผู้ประกอบการเอกชนรายอื่นด้วย โดยมีรถโดยสารทั้งหมด 2,634 คัน เป็นรถธรรมดา 1,520 คัน ที่เหลือ1,114 คัน เป็นรถปรับอากาศ


    ในส่วนของรถเมล์เอ็นจีวี 489 คันนั้น กำลังรอคณะอนุกรรมการฝ่ายกฎหมายพิจารณาประเด็นปัญหาการคิดราคากลางว่าจะใช้วงเงินเดิม 4,021 ล้านบาทหรือที่บริษัทเบสท์ริน กรุ๊ป ชนะการประมูลครั้งก่อน 3,387 ล้านบาท จากนั้นบอร์ดจะนัดประชุมพิจารณาในวันที่ 19 ก.ค. ก่อนที่จะหมดวาระในวันที่ 20 ก.ค. เช่นเดียวกับโครงการรถเมล์ไฟฟ้า ที่กรมศุลกากรแจ้งกลับขสมก.ว่า ไม่สามารถปรับลดภาษีนำเข้าให้ขสมก. เพราะอาจเข้าข่ายเลือกปฏิบัติต่อหน่วยงานอื่นได้


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับอัตราการเก็บค่าโดยสารรถโดยสารประจำทางทั้งในส่วนของขสมก.และรถเอกชนร่วมบริการในปัจจุบัน แบ่งเป็นรถธรรมดา สีครีม-แดง 6.50 บาท รถทางด่วน สีครีม-แดง 8.50 บาท รถบริการตลอดคืน สีครีม-แดง 8 บาท รถธรรมดา สีขาว-น้ำเงิน 7.50 บาท รถทางด่วน สีขาว-น้ำเงิน 9.50 บาท รถบริการตลอดคืน สีขาว-น้ำเงิน 9 บาท รถปรับอากาศ สีครีม-น้ำเงิน เริ่มตั้งแต่ 10-18 บาท ตามระยะทาง และรถปรับอากาศ(ยูโรทู) สีเหลือง-ส้ม อัตราเริ่มตั้งแต่ 11-23 บาท ตามระยะทาง


    โดยก่อนหน้านี้ ในช่วงต้นเดือน ก.พ.ปี 2558 พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ได้ลงนามเห็นชอบให้ปรับขึ้นค่าโดยสารรถร่วมบริการ ขสมก.ทั้งรถธรรมดาและรถปรับอากาศเพิ่มขึ้นอีก 1 บาท หลังจากที่ก่อนหน้านั้นผู้ประกอบการเรียกร้องให้มีการขึ้นค่าโดยสาร 3 บาท



    http://www.komchadluek.net/news/economic/287995

  7. #20
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    บอร์ดขสมก. ไฟเขียวปรับโครงสร้างองค์กร ลดพนักงาน 5 พันคน
    ลั่น 2 ปี ยุบทิ้งฝ่ายเดินรถร่วมเอกชน

    ข่าวสด
    20 กันยายน 2561



    บอร์ดขสมก. ไฟเขียวปรับโครงสร้างองค์กร ลดพนักงาน 5 พันคน ลั่น 2 ปี ยุบทิ้งฝ่ายเดินรถร่วมเอกชน – ตีกลับโครงการปรับปรุงรถเมล์ 323 คัน


    นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ประธานบอร์ด ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ประชุมบอร์ด ขสมก. มีมติเห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างองค์กรขสมก. เพื่อรองรับการปรับลดจำนวนพนักงานในองค์กรลง 5,000 คน คือปรับจาก 13,000 คน เหลือ 8,000 คน ตามแผนฟื้นฟูขสมก.


    การปรับปรุงโครงสร้างหลักเช่น การลดขนาดของสำนักงานปฏิบัติการรถเอกชนร่วมบริการฯ และสุดท้ายจะปิดแผนกนี้ในอีก 1-2 ปีข้างหน้า เพราะรถร่วมฯ ขสมก. จะย้ายไปอยู่ภายใต้การดูแลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) และการทยอยปรับลดพนักงานเก็บค่าโดยสารที่มีกว่า 4,000 คน เพราะจะนำระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) มาใช้แทน


    นอกจากนี้ บอร์ด ยังขอให้ ขสมก. ไปทบทวนเรื่องการเปิดประมูลปรับปรุงรถเมล์ฮีโน่ปรับอากาศ เครื่องยนต์เอ็นจีวีจำนวน 323 คัน วงเงินราว135 ล้านบาท เนื่องจากต้องการให้เงื่อนไขการประมูล (TOR) เปิดกว้างมากขึ้นและมีขอบเขตงานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้มีปัญหาในตรวจรับ โดยคาดว่าจะแก้ไขทีโอการ์เสร็จและเสนอให้บอร์ดพิจารณาได้อีกครั้งในเดือนตุลาคม และจะนำเสนอโครงการสมัครใจจาก (Eariler retire) ให้ที่ประชุมบอร์ด พิจารณาด้วย



    https://www.khaosod.co.th/economics/news_1593816

  8. #21
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    "ขสมก." จัดเวทีแจง พนง. 1.3 หมื่นคน
    ป้องแรงต้านปรับองค์กรใหม่!!

    The Bangkok Insight
    25 กันยายน 2561



    "ขสมก." เปิดเวที 42 รอบแจงแผนฟื้นฟูให้พนักงานรับรู้ครบ 13,000 คน หวังสร้างความเข้าใจ ป้องกันกระแสต่อต้านโครงสร้างใหม่


    นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (บอร์ด ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก. ได้เปิดเวทีชี้แจงแผนฟื้นฟูแก่พนักงานในองค์กร เพื่อให้พนักงานทั้งหมด 13,000 คน รับทราบถึงแนวทางการดำเนินงาน การปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับตัวพนักงาน


    ​การชี้แจงจะแบ่งออกเป็น 42 ครั้ง แต่ละครั้งมีพนักงานเข้าร่วมประมาณ 300 คน และล่าสุดเมื่อวานนี้ (25 ก.ย.) ได้ชี้แจงถึงกลุ่มที่ 9-10 แล้ว โดยการชี้แจงแต่ละครั้ง จะมีการฉายคลิปวีดิโอแสดงภาพรวมของแผนฟื้นฟู จากนั้นจะเปิดโอกาสให้พนักงานได้ซักถามข้อสงสัยกับผู้บริหาร ขสมก. ซึ่งบางครั้งนายณัฐชาติจะเป็นผู้ชี้แจงด้วยตัวเอง รวมถึงมีนายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. และนายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ขสมก. เข้าร่วมด้วย


    ​สำหรับกรณีที่สหภาพแรงงานฯ ขอให้รัฐบาลชะลอการปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 ตุลาคมไว้ก่อนนั้น นายณัฐชาติกล่าวว่า วันนี้ (26 ก.ย.) เวลาประมาณ 11.30 น. ตนจะนัดหารือกับสหภาพแรงงานฯ ทั้งชุดเพื่อทำความเข้าใจในประเด็นดังกล่าว โดยขณะนี้ยังไม่มีกระแสต่อต้านแผนฟื้นฟูหรือการปรับโครงสร้างองค์กร รวมถึงมีพนักงานจำนวนหนึ่งสนใจแสดงความสนใจจะเข้าร่วมโครงสร้างสมัครใจจากด้วย


    นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ เปิดเผยว่า 26 กันยายนจะเข้าหารือกับผู้บริหาร ขสมก. เพื่อให้ชะลอแผนการปรับโครงสร้างองค์กร เนื่องจากงระบบอี-ทิคเก็ตและระบบจีพีเอสบนรถเมล์ยังไม่สมบูรณ์แบบ รวมถึง ขสมก. ยังรับมอบรถเมล์ใหม่ไม่ครบตามแผนฟื้นฟู ขณะเดียวกันเห็นว่าไม่ควรปิดรับพนักงานในตำแหน่งสำคัญ เช่น นายท่า เพราะจะส่งผลต่อการเดินรถ ซึ่งสร้างรายได้ให้แก่องค์กร


    ​รายงานข่าวจาก ขสมก. เปิดเผยว่า ผู้บริหาร ขสมก. จะเปิดเวที เพื่อทยอยชี้แจงแผนฟื้นฟูให้พนักงานทั้งหมดรับฟังในเดือนกันยายน-ตุลาคมนี้ โดยประธานบอร์ดและรักษาการผู้อำนวยการ ขสมก. ตั้งใจจะเป็นผู้ชี้แจงด้วยตัวเอง เพื่อไม่ให้พนักงานเกิดความเข้าใจผิดและเกิดกระแสต่อต้านตามมา ​ในรอบแรกๆ จะเป็นการชี้แจงกับกลุ่มผู้บริหารระดับกลางและระดับล่าง ตั้งแต่ระดับ 5-8 ก่อน จากนั้นจึงชี้แจงพนักงานระดับรองลงมา สำหรับประเด็นใหญ่เรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรที่มีการชี้แจง ได้แก่ การยุบสำนักบริหารความเสี่ยงและควบคุมภายใน ไปควบรวมกับสำนักอื่น ซึ่งส่งผลให้ตำแหน่งบริหารบางส่วนหายไป, แนวทางการยุบฝ่ายการเดินรถเอกชนร่วมบริหารในอนาคต, แนวทางการทยอยลดจำนวนพนักงานเก็บค่าโดยสาร รวมถึงโครงสร้างสมัครใจจาก


    ​อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่มีกระแสต่อต้านการปรับโครงสร้างภายในองค์กร โดยคำถามระหว่างการชี้แจงส่วนใหญ่ในตอนนี้จะเกี่ยวกับเรื่องอื่นๆ มากกว่า เช่น เมื่อไหร่ ขสมก.จะได้รับมอบรถเมล์เอ็นจีวีครบ 489 คัน เป็นต้น



    https://www.thebangkokinsight.com/46415

  9. #22
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    บอร์ด ขสมก.แจงปรับโครงสร้างไม่ปลดพนง.
    INN
    26 กันยายน 2561



    บอร์ด ขสมก. แจงสหภาพฯ ปรับโครงสร้างใหม่เริ่ม 1 ตุลาคม นี้ ยันไม่มีปลดพนักงาน


    นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการบริหารกิจการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ประธานบอร์ด ขสมก.) เปิดเผย ภายหลังให้นายวีระพงษ์ วงศ์แหวนประธาน สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพและกรรมการบริหาร เข้าพบว่า ได้ชี้แจงประเด็นการบังคับใช้โครงสร้าง ขสมก.ใหม่ ที่มีผล 1 ตุลาคม 2561 นี้ โดยทางสหภาพฯ มีความกังวลเรื่องการโยกย้ายและปลดพนักงาน ซึ่งเบื้องต้นได้ชี้แจงว่ายังไม่มีปลดพนักงานและโย้กย้ายโครงสร้างเก่ามายังโครงสร้างใหม่ ซึ่งเรื่องดังกล่าวได้ตั้งคณะทำงานขึ้นมาพิจารณาโย้กย้ายตามความเหมาะสม โดยเน้นส่วนงานที่ที่ไม่กระทบต่อการเดินรถ เช่น นายท่า คนปล่อยรถยังมีความจำเป็นอยู่


    ทั้งนี้ในโครงสร้างใหม่ได้มีการพิจารณาอัตรากำลังคนตามความเหมาะสม จากปัจจุบันมีพนักงานอยู่จำนวน 13,172 คน แต่การปรับโครงสร้างใหม่ระบบต้องการอัตรากำลังพนักงานเพียง 8,200 คน ส่วนที่เกินมาโดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลรถร่วมบริการ ขสมก. ทั้งหมด จะจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาชั่วคราวเพื่อรอเวลารถร่วมโอนไปอยู่ภายใต้ความดูแลของกรมการขนส่งทางบก ยืนยันไม่มีการปลดพนักงานหรือปรับลดแน่นอน



    https://www.innnews.co.th/economy/news_198946/


    ----------

    สหภาพแรงงานฯ ขสมก. พอใจ
    หลังถกประธานบอร์ดปรับโครงสร้างใหม่

    เดลินิวส์
    26 กันยายน 2561



    ประธานบอร์ด ขสมก. เผย สหภาพแรงงานฯ พอใจหลังถกเคลียร์ใจปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ 1 ต.ค. นี้ พนักงานยกมือร่วมเออรี่รีไทร์ 2-3 พันคน ระบุให้จ่ายค่าชดเชย 3 เท่าของอายุการทำงานที่เหลือ แต่ไม่เกิน 30 เท่า


    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 26 ก.ย. ที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ  นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) พร้อมสมาชิก 40 คน เข้ายื่นหนังสือให้นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เรื่องให้ชะลอบังคับใช้โครงสร้าง ขสมก. ใหม่ นายณัฐชาติ เปิดเผยว่า สหภาพแรงงานฯ เข้าใจผิดว่า ขสมก. เริ่มปรับโครงสร้างใหม่วันที่ 1 ต.ค.61 และมีการปลดพนักงานทันที ทำให้ตกใจ ซึ่งการปรับโครงสร้างใหม่นี้ยังไม่มีการโยกย้ายพนักงานจากโครงสร้างเก่าไปโครงสร้างใหม่ เรื่องนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาโยกย้ายพนักงาน อาจจะปรับลดพนักงานที่ไม่กระทบการเดินรถก่อน เช่น สำนักแผนงาน บัญชี  และบริหารความเสี่ยง ทั้งนี้โครงสร้างใหม่มีการพิจารณาจัดตั้งอัตรากำลังที่เหมาะสม ปัจจุบันมีพนักงาน 13,172 คน และจัดตั้งโครงสร้างพื้นฐานเมื่อแล้วเสร็จ ทั้งการจัดหารถเมล์ใหม่ 3,000 คัน และ ระบบบัตรโดยสารอีเล็กทรอนิกส์ (อีทิคเก็ต) ถึงจะลดจำนวนพนักงานเหลือ 8,200 คน พร้อมกำหนดตำแหน่งทำงานที่ชัดเจน และเหมาะสมกับงาน  ส่วนพนักงานที่เป็นส่วนเกินจะตั้งหน่วยงานชั่วคราวขึ้นมา  โดยเฉพาะหน่วยงานที่ดูแลรถร่วมบริการ ขสมก. ทั้งหมด เพื่อรอเวลารถร่วมโอนไปอยู่ภายใต้ความดูแลของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) 


    นายณัฐชาติ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ได้ให้สหภาพแรงงานฯ เข้าร่วมในคณะกรรมการโยกย้ายงาน เพื่อพิจารณาด้วยในฐานะผู้ปฏิบัติงาน เพราะสหภาพแรงงานฯ ได้ข้อมูลว่า ปี 61 มีพนักงาน
    เกษียณอายุราชการ 461 คน ซึ่งมีตำแหน่งที่ต้องใช้งานอยู่ เช่น นายท่าปล่อยรถ ที่สร้างรายได้ให้ ขสมก. ในการเดินรถ รวมทั้งตำแหน่งดังกล่าวมีผู้ที่มาสอบขึ้นบัญชี และสอบแล้วยังไม่ประกาศผล ต้องการเร่งรัด รวมทั้งเสนอให้เพิ่มจำนวนอัตรานายตรวจจากเดิมมี 16 คนต่อเขตการเดินรถ ให้เพิ่มเป็น 20 คนต่อเขตการเดินรถ เนื่องจากปัจจุบันมีน้อยเกินไปไม่เพียงพอ ซึ่งรับคำแนะนำมาพิจารณา


    นายณัฐชาติ กล่าวด้วยว่า ทั้งนี้ได้อบรมพนักงาน เพื่อทำความเข้าใจเรื่องแผนฟื้นฟูกิจการองค์การ และการปรับโครงสร้างองค์การ ที่มี 40 รุ่นจากผลการอบรมมีพนักงานสนใจเข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนกำหนด (เออรี่รีไทร์) ประมาณ 20-30% หรือ 2,000-3,000 คน หากพนักงานเข้าร่วมเออรี่รีไทร์ ขสมก. ได้เสนอไปที่กระทรวงการคลังขอจ่ายค่าชดเชยสูงสุดตามกฎหมายคือ 3 เท่าของอายุการทำงานที่เหลือ แต่ไม่เกิน 30 เท่าของอัตราเงินเดือนขั้นสุดท้าย ซึ่งพนักงานพอใจและยืนยันว่าไม่มีการให้ออก และเป็นด้วยความสมัครใจ


    ส่วนเรื่องหนี้สิน ขสมก. ปัจจุบัน 110,000 ล้านบาท แบ่งเป็นเกิดจากนโยบายภาครัฐโดยตรง 80% และไม่มีประสิทธิภาพของ ขสมก. 20% จะเสนอเข้าที่ประชุมบอร์ด ขสมก. เห็นชอบ 11 ต.ค. นี้ ก่อนเสนอกระทรวงคมนาคมต่อไป โดยเสนอ 2 แนวทาง คือ 1.ให้รัฐรับภาระหนี้ไป  80% และต้องการให้รัฐให้เงินอุดหนุนบริการสาธารณะของรัฐวิสาหกิจ (PSO) เพราะ ขสมก. อยู่ระหว่างฟื้นฟูองค์กร และ 2.รัฐรับทั้งหมด ทำให้ ขสมก. ดูแลตัวเองโดยการใช้เงินหมุนเวียนระยะสั้นมาเสริม ทำให้ 15 ปีเงินที่กู้มาใหม่เพื่อซื้อรถ จะทำให้ใช้หนี้หมด ทั้งนี้ทางคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) มองว่า หากภาครัฐช่วยแล้วไม่ควรมี PSO อีก


    ด้านนายวีระพงษ์ กล่าวว่า ผลมติที่ประชุมเป็นที่น่าพอใจ เพราะประธานบอร์ด ขสมก. ได้ชี้แจงให้สหภาพฯ รับทราบว่าการปรับโครงสร้างองค์กรและการปรับลดพนักงานค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้เริ่มปรับลดพนักงานในวันที่ 1 ต.ค. 61 และเป็นไปด้วยความสมัครใจ ไม่มีการปลดพนักงานหรือเลิกจ้างพนักงาน ส่วนการเกษียณอายุราชการของพนักงาน 461 คนในปี 61 โดยเฉพาะในตำแหน่งที่เกี่ยวกับฝ่ายการเดินรถ เช่น นายท่า ผู้จัดการสาย ที่เป็นตำแหน่งที่สร้างรายได้องค์กรต้องหาการให้เร่งรัดให้บรรจุพนักงาน เพื่อไม่ให้บริหารจัดการให้บริการบริการเดินรถไม่กระทบประชาชนและมีประสิทธิภาพ ทางประธานบอร์ดรับไปดำเนินการให้ จากนี้สหภาพฯ จะไปชี้แจงให้สมาชิกทุกเขตการเดินรถรับทราบทั่วกัน



    https://www.dailynews.co.th/economic/668224

  10. #23
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    สหภาพ ขสมก. กลับลำเห็นด้วยแผนฟื้นฟู
    ชี้ไม่ทำร้ายองค์การ-ประชาชนไม่เสียประโยชน์

    ไทยโพสต์
    18 มิถุนายน 2563



    นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.63 ได้ประชุมร่วมกับนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รมว.คมนาคม หลังจากที่ได้รับรู้ว่า สหภาพแรงงานฯ ขสมก. แสดงความเห็นคัดค้านการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน ในเส้นทางเดินรถของเอกชน 54 เส้นทางในโครงข่ายรถโดยสารประจำทางร่วมกับ ขสมก. แล้วเกิดความไม่สบายใจ จึงให้ ขสมก. และ ตัวแทนจากกระทรวงคมนาคมเข้าหารือกับสหภาพแรงงานฯ เพื่อทำความเข้าใจและเกิดความคิดเห็นในแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน ได้ข้อสรุปได้ว่า


    1.การจ้างเอกชนมาเดินรถในโครงข่ายเส้นทาง 54 เส้นทาง รถ 1,500 คัน เป็นเส้นทางที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการจากคณะกรรมการขนส่ทางบกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางคนละส่วนกับที่ ขสมก. เดินรถ 108 เส้นทาง ไม่ได้ทับซ้อนกัน จะทำให้การเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางของประชาชนมีความสะดวกกับประชาชน และสามารถใช้อัตราค่าโดยสาร 30 บาทตลอดวัน สามารถลดภาระค่ใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนได้ ซึ่งการจ้างเอกชนเดินรถ เป็นสาระสำคัญของแผนฟื้นฟู ขสมก. ที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์การและพนักงาน คือรัฐบาลจะปลดภาระหนี้สินจำนวน 1.2 แสนล้านบาทให้กับองค์การ และสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน


    2.เรื่องคุณภาพการให้บริการ ขสมก.จะกำหนดรายละเอียดเงื่อนไข การเดินรถ การให้บริการ ความรับผิดชอบการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ไว้ในร่างเอกสารประกวดราคา (ทีโออาร์) และเงื่อนไขสัญญาชัดเจน ตลอดจนการกำหนดให้วางหลักประกันสัญญาและวางหลักประกันการเกิดอุบัติเหตุ รวมทั้งการเช่าพื้นที่โฆษณาบนรถเมล์ ทั้ง 1,500 คัน ต้องแบ่งรายได้ให้กับ ขสมก. ด้วย โดยมีการแบ่งตามสัดส่วนที่เหมาะสม


    3.อัตราการจ้างวิ่ง ขสมก. กำหนดการจ่ายเป็นกิโลเมตร (กม.) ตามการเดินรถจริง ตัวเลขจากการศึกษาต้นทุนของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) กม. ละ 34.27 บาท เป็นตัวเลขที่นำมากำหนดราคากลาง ที่เหมาะสม


    4.การมีส่วนร่วมของสหภาพแรงงานฯ หลังจากได้ร่วมประชุมกับฝ่ายบริหาร ขสมก. อนุญาตให้สหภาพแรงงานฯ ส่งผู้แทนมาร่วมสังเกตการณ์ในกำหนดรายละเอียดทีโออาร์หรือการทำสัญญาจ้างเอกชนมาเดินรถ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ไม่ทำให้องค์การเสียเปรียบจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชน และองค์การ อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างพนักงานขับรถที่มีของ ขสมก. ที่มีประมาณ 6,300 คนในอนาคต


    “ขอยืนยันกับสมาซิกและพนักงานการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน เป็นนโยบายของรัฐที่ไม่ส่งผลต่อสภาพการจ้างหรือกระทบต่อสิทธิผลประโยชน์ของพนักงาน และประชาชนผู้ใช้บริการ หาก ขสมก. และกระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการตามแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.63 ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและองค์การ ทั้งนี้สหภาพแรงงานยินดีให้การสนับสนุนเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป” นายบุญมากล่าว



    https://www.thaipost.net/main/detail/69084


    ----------

    สหภาพ ขสมก. ออกแถลงการณ์เห็นด้วยแผนฟื้นฟูฯ
    INN
    18 มิถุนายน 2563



    "สหภาพ ขสมก." ออกแถลงการณ์เห็นด้วยแผนฟื้นฟูฯ จ้างเอกชนวิ่ง 1,500 คัน ยันไม่กระทบพนักงาน-สิทธิประโยชน์ ขสมก. พ่วงประชาชนได้ประโยชน์ หลังถกร่วม ผอ.ขสมก. แล้ว


    รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) ว่า วันนี้ (18 มิ.ย. 2563) นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) ได้ประชุมร่วมกับนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม ตามข้อสั่งการของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงานฯ ขสมก. แสดงความเห็นคัดค้านการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน ในเส้นทางเดินรถของเอกชน 54 เส้นทางในโครงข่ายรถโดยสารประจำทางร่วมกับ ขสมก. แล้วเกิดความไม่สบายใจ จึงให้ ขสมก. และตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม เข้าหารือกับสหภาพแรงงานฯ เพื่อทำความเข้าใจและเกิดความคิดเห็นในแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน พร้อมออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 และได้ข้อสรุป 4 ข้อ ดังนี้


    1.การจ้างเอกชนมาเดินรถในโครงข่ายเส้นทาง 54 เส้นทาง รถ 1,500 คัน เป็นเส้นทางที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการจากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางคนละส่วนกับที่ ขสมก. เดินรถ 108 เส้นทาง ไม่ได้ทับซ้อนกัน จะทำให้การเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางของประชาชนมีความสะดวกกับประชาชน และสามารถใช้อัตราค่าโดยสาร 30 บาทตลอดวัน สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนได้ ซึ่งการจ้างเอกชนเดินรถ เป็นสาระสำคัญของแผนฟื้นฟู ขสมก. ที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์การและพนักงาน คือ รัฐบาลจะปลดภาระหนี้สินจำนวน 1.2 แสนล้านบาทให้กับองค์การ และสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน


    2.เรื่องคุณภาพการให้บริการ ขสมก.จะกำหนดรายละเอียดเงื่อนไข การเดินรถ การให้บริการ ความรับผิดชอบการเกิดอุบัติเหตุต่าง ๆ ไว้ในร่างเอกสารประกวดราคา (TOR) และเงื่อนไขสัญญาชัดเจน ตลอดจนการกำหนดให้วางหลักประกันสัญญาและวางหลักประกันการเกิดอุบัติเหตุ


    3.อัตราการจ้างวิ่ง ขสมก. กำหนดการจ่ายเป็นกิโลเมตร (กม.) ตามการเดินรถจริง ตัวเลขจากการศึกษาต้นทุนของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กม. ละ 34.27 บาท เป็นตัวเลขที่นำมากำหนดราคากลาง ที่เหมาะสม


    4.การมีส่วนร่วมของสหภาพแรงงานฯ ขสมก.หลังจากได้ร่วมประชุมกับฝ่ายบริหาร ขสมก. อนุญาตให้สหภาพแรงงานฯ ขสมก.ส่งผู้แทนมาร่วมสังเกตการณ์ในกำหนดรายละเอียดทีโออาร์หรือการทำสัญญาจ้างเอกชนมาเดินรถ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ไม่ทำให้องค์การเสียเปรียบจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชน และองค์การ อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างพนักงานขับรถในอนาคต


    ดังนั้น สหภาพแรงงานฯ ขสมก.ขอยืนยันกับสมาซิกและพนักงานการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน เป็นนโยบายของรัฐที่ไม่ส่งผลต่อสภาพการจ้างหรือกระทบต่อสิทธิผลประโยชน์ของพนักงาน และประชาชนผู้ใช้บริการ หาก ขสมก. และกระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการตามแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและองค์การ ทั้งนี้สหภาพแรงงานยินดีให้การสนับสนุนเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป



    https://www.innnews.co.th/economy/news_702551/


    ---------


    สหภาพ ขสมก.หนุนแผนฟื้นฟูจ้างเอกชนวิ่ง
    ยันไม่กระทบ พนง. ปชช.ได้ประโยชน์

    ผู้จัดการ
    18 มิถุนายน 2563



    สหภาพ ขสมก. ออกแถลงการณ์เห็นด้วยแผนฟื้นฟูฯ จ้างเอกชนวิ่ง 1,500 คัน ยันไม่กระทบพนักงาน-สิทธิประโยชน์ ขสมก. พ่วงประชาชนได้ประโยชน์ หลังถกร่วม ผอ.ขสมก. แล้ว


    วันนี้ (18 มิ.ย.) รายงานข่าวจากองค์การขนส่งมวลชน (ขสมก.) ระบุว่า วันนี้ นายบุญมา ป๋งมา ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) ได้ประชุมร่วมกับ นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) พร้อมคณะผู้บริหาร และตัวแทนจากกระทรวงคมนาคม ตามข้อสั่งการของ นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และก่อนหน้านี้ สหภาพแรงงาน ขสมก. แสดงความเห็นคัดค้านการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน ในเส้นทางเดินรถของเอกชน 54 เส้นทางในโครงข่ายรถโดยสารประจำทางร่วมกับ ขสมก. แล้วเกิดความไม่สบายใจ จึงให้ ขสมก. และตัวแทนจากกระทรวงคมนาคมเข้าหารือกับสหภาพแรงงานฯ เพื่อทำความเข้าใจและเกิดความคิดเห็นในแนวทางปฏิบัติที่ตรงกัน พร้อมออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 และได้ข้อสรุป 4 ข้อ ดังนี้


    1. การจ้างเอกชนมาเดินรถในโครงข่ายเส้นทาง 54 เส้นทาง รถ 1,500 คัน เป็นเส้นทางที่ได้รับใบอนุญาตประกอบการจากคณะกรรมการขนส่งทางบกกลาง ซึ่งเป็นเส้นทางคนละส่วนกับที่ ขสมก. เดินรถ 108 เส้นทาง ไม่ได้ทับซ้อนกัน จะทำให้การเชื่อมโยงโครงข่ายการเดินทางของประชาชนมีความสะดวกกับประชาชน และสามารถใช้อัตราค่าโดยสาร 30 บาทตลอดวัน สามารถลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางของประชาชนได้ ซึ่งการจ้างเอกชนเดินรถ เป็นสาระสำคัญของแผนฟื้นฟู ขสมก. ที่จะเป็นประโยชน์ต่อองค์การและพนักงาน คือ รัฐบาลจะปลดภาระหนี้สินจำนวน 1.2 แสนล้านบาท ให้กับองค์การ และสอดคล้องกับข้อเรียกร้องของสหภาพแรงงาน


    2. เรื่องคุณภาพการให้บริการ ขสมก.จะกำหนดรายละเอียดเงื่อนไข การเดินรถ การให้บริการ ความรับผิดชอบการเกิดอุบัติเหตุต่างๆ ไว้ในร่างเอกสารประกวดราคา (TOR) และเงื่อนไขสัญญาชัดเจน ตลอดจนการกำหนดให้วางหลักประกันสัญญาและวางหลักประกันการเกิดอุบัติเหตุ


    3. อัตราการจ้างวิ่ง ขสมก. กำหนดการจ่ายเป็นกิโลเมตร (กม.) ตามการเดินรถจริง ตัวเลขจากการศึกษาต้นทุนของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) กม. ละ 34.27 บาท เป็นตัวเลขที่นำมากำหนดราคากลาง ที่เหมาะสม


    4. การมีส่วนร่วมของสหภาพแรงงาน ขสมก.หลังจากได้ร่วมประชุมกับฝ่ายบริหาร ขสมก. อนุญาตให้สหภาพแรงงาน ขสมก.ส่งผู้แทนมาร่วมสังเกตการณ์ในกำหนดรายละเอียดทีโออาร์ หรือการทำสัญญาจ้างเอกชนมาเดินรถ เพื่อให้เกิดความรอบคอบ ไม่ทำให้องค์การเสียเปรียบจะเกิดประโยชน์แก่ประชาชน และองค์การ อีกทั้งไม่ส่งผลกระทบต่อการจ้างพนักงานขับรถในอนาคต


    ดังนั้น สหภาพแรงงาน ขสมก.ขอยืนยันกับสมาชิกและพนักงานการจ้างเอกชนเดินรถ 1,500 คัน เป็นนโยบายของรัฐที่ไม่ส่งผลต่อสภาพการจ้างหรือกระทบต่อสิทธิผลประโยชน์ของพนักงาน และประชาชนผู้ใช้บริการ หาก ขสมก. และกระทรวงคมนาคมเดินหน้าโครงการตามแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ตามที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) เห็นชอบ เมื่อวันที่ 9 มิ.ย. 2563 ขอให้ดำเนินการด้วยความรอบคอบ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนและองค์การ ทั้งนี้ สหภาพแรงงานยินดีให้การสนับสนุนเดินหน้าโครงการดังกล่าวต่อไป



    https://mgronline.com/politics/detail/9630000063172

  11. #24
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    ขสมก.เร่งประชุมเวิร์คช็อปรถร่วมฯ
    แก้ปัญหาทับซ้อนเส้นทางตามแผนฟื้นฟู

    สำนักข่าวไทย
    17 กรกฎาคม 2563



    ขสมก.มั่นใจจัดเวิร์คช็อปรถร่วมบริการ ก.ค.นี้ ลดปัญหาทับซ้อนเส้นทาง ตามแนวทางแผนฟื้นฟูกิจการในอนาคต


    นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ระบุว่า ภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ขสมก.จะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์คช็อปร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมบริการตามแนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการ ที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เตรียมที่จะเสนอแผนฟื้นฟูฯ เข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรีต้นเดือนสิงหาคมนี้


    สำหรับการจัดเวิร์คช็อปร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมบริการนั้น ผู้อำนวยการ ขสมก. มั่นใจว่าจะช่วยลดปัญหาการทับซ้อนเส้นทางที่มีในปัจจุบัน ซึ่งขณะนี้ ขสมก.ได้รับการจัดสรรเส้นทางอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก 108 เส้นทาง และรถร่วมบริการได้รับ 54 เส้นทาง โดยสาระของแผนฟื้นฟูในอนาคตนั้น ขสมก.จะมีการจ้างเอกชนเข้ามาร่วมวิ่งรถ เพื่อกำกับมาตรฐานบริการให้เป็นมาตรฐานเดียว ทั้งเรื่องอัตราค่าโดยสาร มาตรฐานความปลอดภัย และงานบริการ


    ทั้งนี้ แผนฟื้นฟู ขสมก.ฉบับใหม่ที่เตรียมเสนอ ครม.นั้น ทั้งกระทรวงคมนาคมและ ขสมก.เห็นว่ามีสาระที่เป็นข้อดีหลายด้านทั้งการกำหนดตั๋ววันราคา 30 บาทต่อรถกี่เที่ยวก็ได้ ช่วยให้ประชาชนผู้เดินทางลดค่าใช้จ่ายการเดินทางแต่ละวันมากกว่าร้อยละ 20 การฟื้นฐานะของ ขสมก.ที่ผลประกอบการเคยขาดทุนกลับมาเป็นบวกในปี 2572 ไม่เป็นภาระต่องบประมาณอีก และการพัฒนาระบบรถเมล์โดยสารให้มีคุณภาพสูงขึ้น จะช่วยให้ประชาชนหันกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ในรูปแบบรถเมล์เพิ่มขึ้นปีละ 3 % ช่วยลดการใช้พลังงานในภาพรวมของประเทศ และการจัดเช่ารถเมล์พลังงานไฟฟ้า หรือ EV ก็จะดีต่อสิ่งแวดล้อม ขณะที่ปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสารมากกว่าวันละ 1 ล้านคน



    https://www.mcot.net/viewtna/5f1128dce3f8e40aef460f1e


    ---------

    ขสมก.ถกรถร่วมแก้ทางทับซ้อนในเดือนนี้
    INN
    18 กรกฎาคม 2563



    ขสมก. หารือผู้ประกอบการรถร่วมแก้ปัญหาเส้นทางทับซ้อนในก.ค.นี้ ก่อนชง ครม. เห็นชอบแผนฟื้นฟูฯ ต้นเดือน ส.ค.


    นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยกับสำนักข่าวไอ.เอ็น.เอ็นว่าสำหรับความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาเส้นทางการเดินรถของผู้ประกอบการรถร่วมเอกชนและรถของ ขสมก.นั้นภายในเดือนกรกฎาคมนี้ ขสมก.จะมีการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการหรือเวิร์คช็อปร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมบริการตามแนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้ได้ข้อสรุป ก่อนที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาเห็นชอบต้นเดือนสิงหาคม 2563


    ทั้งนี้ การประชุมร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมบริการ เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปในทิศทางเดียวกันซึ่งจะช่วยลดปัญหาการทับซ้อนเส้นทางที่มีในปัจจุบัน โดยขณะนี้ ขสมก.ได้รับการจัดสรรเส้นทางอนุญาตจากกรมการขนส่งทางบก 108 เส้นทางและรถร่วมบริการได้รับ 54 เส้นทาง


    ส่วน การกำหนดตั๋ววันราคา 30 บาทมองว่าจะ ช่วยให้ประชาชนผู้เดินทางลดค่าใช้จ่ายต่อวันมากกว่าร้อยละ 20 และการพัฒนาระบบรถเมล์โดยสารให้มีคุณภาพสูงขึ้น จะช่วยให้ประชาชนหันกลับมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะ ในรูปแบบรถเมล์เพิ่มขึ้นปีละ 3% ซึ่งปัจจุบันในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑลมีผู้ใช้บริการรถเมล์โดยสารมากกว่าวันละ 1 ล้านคน



    https://www.innnews.co.th/economy/news_725452/

  12. #25
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    ขสมก. คาดรถเช่า EV ใหม่ 2,511 คันถูกใจคนกรุง
    แผนฟื้นฟูเข้า ครม. หลังกลางเดือน ส.ค.

    workpointtoday
    31 กรกฎาคม 2563



    ขสมก. ใส่เทคโนโลยีแน่นใน “รถเมล์เช่าEV” ใหม่ 2,511 คัน ถูกใจคนกรุง ทั้ง GPS-ไวไฟ-ป้ายดิจิตอล เครื่องกรองอากาศในตัวรถ ขณะที่ “แผนฟื้นฟู” คาดเข้า ครม. หลังกลางเดือน ส.ค. เพื่อรอรัฐมนตรีคลังคนใหม่ช่วยพิจารณา


    วันที่ 31 ก.ค. 2563 นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ หรือ ขสมก.เปิดเผยว่า สำหรับโครงการจัดเช่ารถเมล์พลังงานไฟฟ้า จำนวน 2,511 คัน นอกจากการกำหนดอัตราค่าโดยสารตั๋ววัน 30 บาทแล้ว ล่าสุด ขสมก.ได้มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาเป็นตัวกำหนดรูปแบบการให้บริการ เพื่อให้ผู้จัดหารถตามโครงการ ต้องดำเนินการตามกรอบ ที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้แก่ผู้โดยสารครบถ้วน นอกจากการให้รถทุกคันเป็นรถชานต่ำ (Low Floor Bus) เพื่อให้ผู้พิการทุกคน ขึ้นลงรถได้สะดวก ยังมีการติดตั้งระบบ GPS บนรถทุกคันเพื่อให้ติดตามการใช้ความเร็วของคนขับเพื่อดูแลความปลอดภัย, การติดตั้งป้ายดิจิตอล บอกเส้นทางและป้ายรถเมล์ต่อไป หน้ารถ และภายในตัวรถ, บริการ WiFi บนรถ รวมถึงระบบกรองอากาศภายในรถ เพื่อดูแลสุขภาพผู้โดยสาร ซึ่งทั้งหมดนี้ถูกกำหนดเป็นสเปค ที่ ขสมก.จะดำเนินการจัดเช่าตามกิโลเมตรอยู่แล้ว


    สำหรับประเด็นที่จะมีการนำแผนฟื้นฟู ซึ่งรวมถึงการจัดหารถเมล์ EV จำนวน 2,511 คันไว้ด้วยนั้น แหล่งข่าวกระทรวงคมนาคม ระบุว่า น่าจะเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) หลังกลางเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ซึ่งเดิมที นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องการนำเสนอแผนทั้งหมดเข้าสู่การพิจารณาของครม. ในต้นเดือนสิงหาคมนี้ แต่ต้องล่าช้าออกไป เนื่องจากมีการเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่งแนวทางของแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. นี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ต้องการให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังคนใหม่ได้มีส่วนร่วมพิจารณาเห็นชอบด้วย


    เนื่องจากตามแผนจะต้องมีการ ขออนุมัติกรอบวงเงินทยอยล้างหนี้กว่า 1 แสนล้านบาท ให้ขสมก.ใน 3 ปี ซึ่งการนำแผนฟื้นฟูฯ ขสมก .เข้าสู่การพิจารณาขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรีนั้น จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ประเด็นสำคัญ คือในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ ขสมก.โดยตรง คือเรื่องการแก้ไขปัญหาทางการเงินและจัดองค์กร ให้มีความพร้อมตามแผนฟื้นฟูใหม่


    ในส่วนที่ 2 จะเป็นอำนาจที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายจัดเก็บค่าโดยสาร แบบตั๋ววัน 30 บาท ที่ต้องให้กระทรวงการคลังเห็นชอบด้วยเนื่องจากเป็นการจัดเก็บรายได้ของรัฐวิสาหกิจเข้ารัฐ รวมทั้งการกำหนดอัตราค่าโดยสารจะเป็นอำนาจของคณะกรรมการควบคุมขนส่งทางบกกลาง ที่มีกรมการขนส่งทางบกเป็นฝ่ายเลขานุการ ซึ่งทุกหน่วยงานจะดำเนินการรับลูกต่อ หลังครม.ผ่านความเห็นชอบแล้ว



    https://workpointtoday.com/bus-3/

  13. #26
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,700
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,603 ครั้ง ใน 6,272 โพส
    'ศักดิ์สยาม' ชี้แผนฟื้นฟู ขสมก.
    เข้า ครม. ทันในเดือนนี้

    กรุงเทพธุรกิจ
    6 สิงหาคม 2563



    "ศักดิ์สยาม" มั่นใจแผนฟื้นฟูฯ ขสมก. เข้า ครม. ทันในเดือนนี้ ขณะที่ ขสมก. เผยค่าโดยสาร 30 บาทตลอดวัน ช่วยลดค่าใช้จ่ายเดินทางของประชาชนมากกว่า 50%


    เมื่อวันที่ 6 ส.ค. 63 นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า แผนฟื้นฟูองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ หรือ ขสมก. ขณะนี้ นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคมได้ตอบข้อสังเกตกระทรวงการคลัง เพื่อให้มีความชัดเจนในการทำแผนฟื้นฟูไปสู่การปฏิบัติ มีการทำความเข้าใจประมาณร้อยละ 80-90 แล้ว และจนถึงขณะนี้คาดว่า จะนำแผนฟื้นฟูเข้าขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีได้ทันในเดือนนี้


    ส่วนประเด็นคำถามว่า กรณีการลาออกของนายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และกำลังจะมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังคนใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่ จะมีผลกระทบต่อการพิจารณาแผนฟื้นฟู ขสมก. หรือไม่นั้น นายศักดิ์สยาม ระบุว่า แม้จะเปลี่ยนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ก็จะไม่กระทบกับโครงการเนื่องจากเรื่องนี้มีนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เป็นผู้ดูแลแผนอยู่ และโครงการก็ได้ผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ หรือ คนร. ไปแล้ว


    ด้าน นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ผอ.ขสมก.) กล่าวว่า แผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. ที่จะลดค่าครองชีพประชาชน โดยมีการกำหนดราคาออกมาเป็น 5 รูปแบบ คือ
    1. ตั๋วเหมาจ่ายรายวัน 30 บาท
    2. ตั๋วเที่ยวเดียว 15 บาท
    3. ตั๋วเหมาจ่ายรายเดือน 720 บาท
    4. ตั๋วเหมาจ่ายรายเดือนนักเรียนนิสิตนักศึกษา 630 บาท
    5. ตั๋วผู้สูงอายุ ลด 50%


    หากเทียบราคาค่าโดยสาร ตามแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. เทียบกับราคาค่าโดยสารในปัจจุบัน คือรถเมล์แอร์ พลังงานสะอาด นั้นจะมีราคาตามระยะทาง อยู่ที่ 15-25 บาท เท่ากับว่าการเดินทางไปกลับคือ 30-50 บาท ซึ่งจะเห็นได้ว่าราคาตามแผนฟื้นฟูฯ จะเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชน ลดภาระค่าครองชีพให้ประชาชน อย่างแท้จริง โดยเฉพาะค่าโดยสารประเภทรายเดือน นักเรียน นิสิต นักศึกษา และผู้สูงอายุ ที่จะได้มีโอกาสเข้าถึงบริการของ ขสมก. ในราคาไม่สูงเกินไปนัก



    https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/892492




+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 2/2 หน้าแรกหน้าแรก 1 2

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด