+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 1/2 1 2 ล่าสุดล่าสุด
#1 - 15
จาก 22 โพส

กระทู้: [รวมข่าว] การจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส

    [รวมข่าว] การจัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.

    ขสมก.ปรับแผนฟื้นฟูส่งคมนาคม
    ไทยรัฐ
    28 สิงหาคม 2557



    ขสมก.ปรับแผนฟื้นฟูส่งคมนาคม อ้อนรัฐหาช่องอุ้มหนี้ 9 หมื่นล้าน เป้าลดพนักงานเก็บตั๋ว 6 พันคน


    พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร.) ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยภายหลังการประชุมบอร์ด ขสมก. ว่ามีการพิจารณาปรับแผนฟื้นฟู ขสมก. เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน ซึ่งจะสรุปรายละเอียดเสนอมายังกระทรวงคมนาคมภายในวันที่ 28 ส.ค.ก่อนที่จะเสนอไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค.ที่ผ่านมา


    นางปราณี ศุกระศร กรรมการ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ขสมก. กล่าวว่า แผนฟื้นฟู ขสมก.ที่เสนอในครั้งนี้ เป็นแผนระยะ 10 ปี โดยจะต้องดำเนินการตามแผนรวม 13 โครงการ ซึ่งเป็นการปรับการบริหารจัดการทั้งระบบ ทั้งจัดหารถเมล์ใหม่ ปรับลดเส้นทางรถเมล์ ปรับลดบุคลากร ส่วนหนี้สินสะสมที่มีอยู่ 90,000 ล้านบาท ก็ให้รัฐบาลพิจารณาหาทางช่วยเหลือเพราะมีผลต่อภาระดอกเบี้ยที่ ขสมก.แบกรับปีละกว่า 240 ล้านบาท ในขณะที่ แผนดำเนินการนั้นมีการเสนอขอปรับค่าโดยสารในปี 2561 สำหรับรถธรรมดา (รถร้อน) และรถปรับอากาศ ปรับเพิ่มอีก 1 บาท เพื่อให้ ขสมก.เลี้ยงตัวเองได้


    สำหรับแผนฟื้นฟูนั้นรวมๆจะมีแผนดำเนินการทั้งสิ้น 13 โครงการได้แก่ การจัดหารถเมล์ใหม่ จะลดต้นทุนดำเนินการได้มากถึง 2 ใน 3 โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาระการซ่อมบำรุงรถ ส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรและปรับลดพนักงาน โดยนำระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ เข้ามาใช้ จะลดพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ประมาณ 6,000 คน รวมถึงการยกเลิกเช่าอู่จอดรถเปลี่ยนเป็นมาขอใช้พื้นที่ส่วนราชการ การปรับลดเส้นทางรถเมล์ใหม่เพื่อให้วิ่งในช่วงที่สั้นลง ลดความซ้ำซ้อน แผนทั้งหมดนี้จะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงได้มากกว่า 50 %


    นางปราณี กล่าวว่า แผนการจัดหารถเมล์ใหม่จะเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยลดภาระต้นทุนของ ขสมก.ลงได้มากที่สุด ซึ่งตามแผนจะรับมอบรถครบทั้งหมดภายในปี 2558 และปลดระวางรถเก่าหมด พร้อมกับดำเนินการปรับปรุงเส้นทางเดินรถเมล์ จะเริ่มเห็นว่าภาระค่าใช้จ่ายของ ขสมก.จะลดลงทันที โดยเฉพาะต้นทุนจากเชื้อเพลิงไม่ต่ำกว่า 30% ส่วนการปรับลดพนักงานลงจะลดค่าใช้จ่ายลงได้อีก 30% ส่วนที่เหลือเป็นค่าใช้จ่ายอื่นๆ



    http://www.thairath.co.th/content/446268


    ----------

    ขสมก.เล็งโละพนักงาน ขึ้นค่าตั๋ว ปรับเส้นทางเดินรถ ลดขาดทุน
    ไทยรัฐ
    28 สิงหาคม 2557



    บอร์ด ขสมก.ถกแผนฟื้นฟู 10 ปี รองรับจัดซื้อเมล์เอ็นจีวี เล็งลดเส้นทางเดินรถ ลดกระเป๋ารถเมล์ 6 พันคน นำระบบอีทิกเก็ตมาใช้แทน พร้อมจ่อขึ้นค่าโดยสารเพิ่มอีก 1 บาทในปี 61 ลดขาดทุนสะสม 9 หมื่นล้าน


    เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ รอง ผบ.ตร. ในฐานะประธานคณะกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า ที่ประชุมบอร์ด ขสมก.ได้พิจารณาปรับปรุงแผนฟื้นฟู ขสมก. เพื่อให้สอดคล้องกับแผนการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี 3,183 คัน ซึ่งจะสรุปรายละเอียดเสนอมายังกระทรวงคมนาคม ก่อนที่จะเสนอไปยังคณะอนุกรรมการกลั่นกรองของคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ภายใน 15 วัน


    ด้านนางปราณี ศุกระศร กรรมการ ในฐานะโฆษกคณะกรรมการ ขสมก. กล่าวว่า แผนฟื้นฟู ขสมก.เป็นแผนระยะ 10 ปี รวม 13 โครงการ ซึ่งเป็นการปรับการบริหารจัดการทั้งระบบ ทั้งการจัดหารถเมล์ใหม่ การปรับลดเส้นทางรถเมล์ ปรับลดจำนวนบุคลากร ส่วนหนี้สินสะสมที่มีอยู่ 9 หมื่นล้านบาท จะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาหาทางช่วยเหลือ เพราะมีผลต่อภาระดอกเบี้ยที่ ขสมก.แบกรับปีละกว่า 240 ล้านบาท เบื้องต้น เสนอขอปรับค่าโดยสารในปี 2561 สำหรับรถธรรมดา (รถร้อน) และรถปรับอากาศ ปรับเพิ่มขึ้นอีก 1 บาท เพื่อให้ ขสมก.สามารถที่จะเลี้ยงตัวเองได้


    สำหรับแผนดำเนินการทั้ง 13 โครงการ อาทิ การจัดหารถเมล์ใหม่ ลดต้นทุนดำเนินการได้มากถึง 2 ใน 3 โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาระการซ่อมบำรุงรถ ส่วนการปรับโครงสร้างองค์กรและปรับลดพนักงานเพราะนำระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ (อีทิกเก็ต) เข้ามาใช้ จะลดพนักงานเก็บค่าโดยสารได้ประมาณ 6 พันคน


    นอกจากนี้ จะยกเลิกเช่าอู่จอดรถเปลี่ยนเป็นมาขอใช้พื้นที่ส่วนราชการ รวมทั้งการปรับลดเส้นทางรถเมล์ใหม่เพื่อให้วิ่งในช่วงที่สั้นลง ลดความซ้ำซ้อน แผนทั้งหมดนี้จะทำให้ต้นทุนค่าใช้จ่ายลดลงได้มากกว่า 50% ซึ่งจะเริ่มเห็นความชัดเจนได้หลังจากมีการเปลี่ยนรถเมล์ใหม่ทั้งหมด ปรับปรุงเส้นทางรถเมล์และใช้ระบบอีทิกเก็ต จะทำให้ภาระค่าใช้จ่ายลดลงได้มาก ซึ่งเมื่อครบ 10 ปี อาจจะเห็น ขสมก. มีรายได้และรายจ่ายที่ใกล้เคียงกัน


    ส่วนการปรับลดพนักงาน มี 2 ส่วน ส่วนที่เป็นพนักงานที่เกษียณในแต่ละปีประมาณ 200-300 คน หากเป็นพนักงานประจำสำนักงานจะไม่รับเพิ่ม ส่วนพนักงานเก็บค่าโดยสาร หากใช้ระบบการจัดเก็บค่าโดยสารอัตโนมัติ จะให้ไปทำหน้าที่อื่นแทน คาดว่าจะลดพนักงานได้ 6-8 พันคนจากปัจจุบันมีพนักงานทั้งสิ้น 1.3 หมื่นคน



    http://www.thairath.co.th/content/446397

  2. #2
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ขสมก.ชงแผนฟื้นฟู 10 ปีโละ 4 พันคน
    ไทยรัฐ
    15 กันยายน 2557



    นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้จัดทำแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก.เสร็จและส่งให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจพิจารณาแล้ว รายละเอียดแผนฟื้นฟูมีกรอบเวลา 10 ปี (2558-67) ประกอบด้วย 14 แผนงาน 3 ยุทธศาสตร์ มีเป้าหมายผลักดัน ขสมก.เป็นหน่วยงานให้บริการขนส่งสาธารณะ เพื่อเชื่อมต่อการเดินทางระบบราง แทนการเป็นระบบขนส่งหลัก และยุติปัญหาขาดทุนได้ใน 6 ปี โดยรายละเอียด 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้และเพิ่มคุณภาพ โดยการลดค่าใช้จ่าย ประกอบด้วยการแก้ปัญหาหนี้สะสมกว่า 90,000 ล้านบาท ซึ่งเสนอให้กระทรวงการคลังเป็นผู้รับภาระชำระหนี้แทน 58,500 ล้านบาท หรือ 65% ของหนี้รวม เพราะหนี้ส่วนนี้มาจากการใช้นโยบายเก็บค่าโดยสารต่ำกว่าทุนของรัฐบาลหลายยุค ทำให้มีภาระค่าน้ำมันค่าเหมาซ่อมไม่คุ้มรายได้


    นอกจากนี้ยังเตรียมปรับโครงสร้างองค์กร 2 ด้าน คือ หน่วยงานบริหารจัดการเดินรถ ทำหน้าที่บริหารการเดินรถของ ขสมก.และรถร่วมเอกชน และหน่วยงานปฏิบัติการเดินรถ โดยจะปรับเขตการเดินรถทั้ง 8 เขต เป็นหน่วยธุรกิจ 8 หน่วย และกำหนดให้แต่ละเขตจัดทำงบกำไร ขาดทุนเอง ซึ่งเริ่มได้ปี 59 ส่วนการปรับลดพนักงานตั้งเป้าปี 59 ลดพนักงาน 4,000 คน เหลือ 9,000 คน จากปัจจุบัน 13,000 คน รวมทั้งจัดหารถโดยสารใช้ก๊าซเอ็นจีวี 3,183 คัน วงเงิน 13,162 ล้านบาท เพื่อลดค่าเชื้อเพลิง สร้างอู่จอดรถโดยสารใหม่ 5 แห่ง วงเงิน 253.89 ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าเช่าอู่เอกชน ปรับปรุงเส้นทางรถโดยสารประจำทางจาก 210 เส้นทาง เหลือ 186 เส้นทาง จัดให้มีระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ลดการสูญเสียรายได้จากการเก็บค่าโดยสารไม่ครบถ้วน ลดค่าใช้จ่ายบุคลากร ส่วนยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้ตั้งเป้าบริหารทรัพย์สินเชิงธุรกิจ โดยนำอู่จอดรถที่เป็นกรรมสิทธิ์ของ ขสมก.มาเพิ่มรายได้ ด้วยการเปิดให้เอกชนร่วมลงทุนพัฒนาเชิงพาณิชย์ เบื้องต้นมี 4 แปลง คือ บางเขน มีนบุรี สวนสยาม และแสมดำ คาดจะเริ่มทยอยเปิดให้เอกชนยื่นข้อเสนอได้ปี 58 ส่วนยุทธศาสตร์พัฒนาองค์กร จะจัดระบบตรวจสอบและติดตามการปฏิบัติการเดินรถ (จีพีเอส) บริหารจัดการควบคุมการเดินรถให้มีประสิทธิภาพ ยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการให้ได้มาตรฐานไอเอสโอ เป็นต้น



    http://www.thairath.co.th/content/450219

  3. #3
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ขสมก.เสนอรัฐบาลล้างหนี้ 5.8 หมื่นล้าน
    แผนฟื้นฟูกิจการ ชู 3 ยุทธศาสตร์ หวังหยุดขาดทุนใน 6 ปี

    กรุงเทพธุรกิจ
    15 กันยายน 2557



    ขสมก. เสนอแผนฟื้นฟูกิจการ ระยะ 10 ปี ผ่าน 3 ยุทธศาสตร์ "ลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้-ยกคุณภาพบริการ" พร้อมเล็งเสนอคลังช่วยล้างหนี้ 5.8 หมื่นล้าน จากโครงการประชานิยม คาดหยุดขาดทุนตั้งแต่ปีที่ 6 หลังจากนั้นเริ่มเลี้ยงตัวเองได้



    นายนเรศ บุญเปี่ยม รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ขสมก. ได้ส่งแผนฟื้นฟูกิจการให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจซึ่งอยู่ภายใต้คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด พิจารณาแล้ว


    แผนฟื้นฟูดังกล่าวมีระยะเวลาดำเนินงาน 10 ปี ระหว่างปี 2558-2567 ประกอบด้วย 14 แผนงาน 3 ยุทธศาสตร์ ได้แก่ การลดค่าใช้จ่าย เพิ่มรายได้ และเพิ่มคุณภาพในการบริการ มีเป้าหมายให้ ขสมก. เป็นหน่วยงานที่ให้บริการขนส่งสาธารณะเชื่อมต่อเครือข่ายการเดินทางกับระบบราง หากแผนดังกล่าวสำเร็จจะทำให้ ขสมก. หยุดขาดทุนได้ในปีที่ 6 และเป็นองค์กรที่เลี้ยงตัวเองได้ แต่จะยังไม่มีกำไรในช่วง 10 ปีแรก





    สำหรับยุทธศาสตร์ปรับลดค่าใช้จ่ายประกอบด้วย 5 โครงการ ได้แก่

    1. โครงการจัดหารถเมล์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติสำหรับยานยนต์ (เอ็นจีวี) เป็นเชื้อเพลิงจำนวน 3,183 คัน วงเงิน 13,162.200 ล้านบาท เพื่อทดแทนรถเมล์ที่ใช้ดีเซล

    2. โครงการสร้างอู่จอดรถเมล์ใหม่ 5 แห่ง ในปี 2558 วงเงิน 253.89 ล้านบาท เพื่อลดภาระค่าเช่าอู่เอกชน

    3. โครงการปรับปรุงเส้นทางเดินรถเมล์จากปัจจุบันที่มีอยู่ 210 สาย ให้เหลือ 186 เส้นทาง

    4. โครงการระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งจะช่วยลดความสูญเสียจากการเก็บค่าโดยสารไม่ครบถ้วน ค่าใช้จ่ายด้านบุคลากร และเตรียมพร้อมเชื่อมโยงระบบบัตรโดยสารร่วม

    5. โครงการสมัครใจเกษียณอายุก่อนกำหนด เบื้องต้นระหว่างปี 2558-2559 มีแผนปรับลดพนักงานลง 2,000 คน/ปี ด้วยงบประมาณ 2,600 ล้านบาท ส่งผลให้ ขสมก. เหลือพนักงาน 9,000 คน ในปี 2559 จากปัจจุบันที่มีอยู่ 13,000 คน ซึ่งช่วยให้การบริหารจัดการเดินรถมีประสิทธิภาพมากขึ้น เนื่องจากอัตราพนักงานต่อการบริหารการเดินรถ 1 คัน ลดลงจาก 4.6 คน/คัน เหลือ 2.4 คน/คัน





    นอกจากนี้เตรียมปรับโครงสร้างองค์กรโดยแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ

    1.หน่วยงานบริหารจัดการเดินรถ มีหน้าที่บริหารการเดินรถของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. ด้วยการกำหนดมาตรฐานและเงื่อนไขขั้นต่ำที่เหมาะสมให้ผู้ประกอบการทุกรายถือปฏิบัติเพื่อให้การบริการมีมาตรฐานเดียวกัน

    2. หน่วยงานปฏิบัติการเดินรถ มีทำหน้าที่เดินรถเมล์ของ ขสมก. และรถร่วมบริการ ขสมก. โดย ขสมก.จะปรับเขตการเดินรถทั้ง 8 เขต เป็นเชิงธุรกิจในรูปแบบหน่วยธุรกิจ (Business Unit) 8 หน่วย ภายในปี 2559 แล้วกำหนดให้แต่ละเขตการเดินรถมีการจัดทำงบกำไร ขาดทุนจากการดำเนินงานเสนอมายังส่วนกลาง เพื่อใช้เป็นตัวชี้วัดการดำเนินการที่ชัดเจน





    ทั้งนี้ ขสมก. เป็นหน่วยงานที่มีผลประกอบการขาดทุนต่อเนื่องตั้งแต่เริ่มดำเนินการ เพราะไม่สามารถจัดเก็บค่าโดยสารตามต้นทุนที่แท้จริง ปัจจุบันมีหนี้สะสม 90,000 ล้านบาท โดย 65% หรือประมาณ 58,500 ล้านบาท มาจากการกู้ยืมเพื่อนำมาชำระค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อมซึ่งเกิดจากการดำเนินนโยบายจัดเก็บค่าโดยสารในราคาต่ำกว่าต้นทุนตามนโยบายของรัฐบาล ไม่ได้เป็นหนี้ที่เกิดจากการบริหารจัดการของ ขสมก. ดังนั้น ขสมก. จึงเสนอให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเข้ามาเป็นผู้รับภาระการชำระหนี้ในส่วนนี้แทน

    “ขสมก. มีภาระหนี้ที่เกิดจากการดำเนินตามนโยบายของรัฐประมาณ 58,500 ล้านบาท จึงได้ประสานกระทรวงคมนาคมช่วยเจรจากับกระทรวงการคลัง ให้เข้ามารับภาระหนี้ในส่วนนี้ทั้งหมดเพื่อลดภาระหนี้ให้กับ ขสมก. ตามความเหมาะสม”นายนเรศกล่าว


    ส่วนยุทธศาสตร์การเพิ่มรายนั้น ขสมก. ตั้งเป้าจะบริหารทรัพย์สินในเชิงพาณิชย์เพื่อเพิ่มรายได้ โดยเฉพาะพื้นที่บริเวณอู่รถเมล์ของ ขสมก. เอง โดยในปี 2558 จะทยอยประกาศเชิญชวนให้เอกชนเข้ามาร่วมเสนอแผนพัฒนาอู่รถเมล์เป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ นำร่อง 4 อู่แรก ที่อู่รถเมล์บางเขน มีนบุรี สวนสยาม และแสมดำ


    สำหรับยุทธศาสตร์เพิ่มคุณภาพของการบริการ จะมีการติดตั้งระบบตรวจสอบและติดตามการเดินรถ (จีพีเอส) เพื่อควบคุมการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น รวมถึงประยุกต์ใช้ระบบบริหารจัดการต่างๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของการบริหารงานให้ดียิ่งขึ้น เช่น ยกระดับมาตรฐานคุณภาพบริการรถโดยสารประจำทาง (ISO 9001 : 2008) เป็นต้น



    http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/business/business/20140915/604807/ขสมก.เสนอรัฐบาลล้างหนี้5.8หมื่นล้าน.html

  4. #4
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    แผนฟื้น 7 รัฐวิสาหกิจอืด
    ไทยรัฐ
    8 พฤศจิกายน 2557


    พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ กล่าวว่า สัปดาห์หน้าจะเดินทางไปตรวจเยี่ยม 7 รัฐวิสาหกิจที่มีปัญหาขาดทุนและอยู่ระหว่างส่งแผนฟื้นฟูให้กับคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือ “ซุปเปอร์บอร์ด” พิจารณา ซึ่งบางรัฐวิสาหกิจหลังมีผู้บริหารใหม่เข้ามาทำงานได้ส่งแผนฟื้นฟูเข้ามาแล้ว แต่ยังไม่ครบถ้วนทั้งหมด หรือแผนฟื้นฟูยังไม่ผ่าน ก็ต้องไปขันนอตเพิ่มเติม


    สำหรับ 7 รัฐวิสาหกิจประกอบด้วยองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.) และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย


    “เท่าที่ดูแผนฟื้นฟูตอนนี้ รู้สึกหนักใจกับปัญหาของ ขสมก. เนื่องจากมีหนี้สินอยู่จำนวนมากขณะที่ธุรกิจหลักเป็นการให้บริการประชาชนและไม่มีธุรกิจอื่นรองรับ นอกจากนี้ยังมีปัญหาการให้บริการสาธารณะในโครงการรถเมล์ฟรี ซึ่งที่ผ่านมาการอุดหนุนจากรัฐบาลอาจไม่เพียงพอ ขณะที่ รฟท.มีปัญหาเรื่องหนี้สินแต่ก็มีทรัพย์สินเป็นที่ดินจำนวนมากที่สามารถนำมาบริหารจัดการให้เป็นรายได้ อาจต้องจัดตั้งหน่วยงานขึ้นมาบริหารทรัพย์สินที่ดินของ รฟท.ส่วนหน่วยงานอย่างบริษัท ทีโอที และ กสท มีปัญหาเกี่ยวกับธุรกิจที่ปัจจุบันอาจไม่สามารถแข่งขันกับเอกชนได้”

    ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายกับรัฐวิสาหกิจว่าต้องการให้หน่วยงานต่างๆที่ประสบปัญหาขาดทุนแก้ไขปัญหาให้ได้ภายในปีนี้ หรือให้หยุดภาวะเลือดไหลให้ได้เพื่อให้ปีหน้าสามารถเดินหน้าสร้างกำไรและเป็นหน่วยงานที่พึ่งได้ของประชาชนเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่



    http://www.thairath.co.th/content/462031

  5. #5
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    “ประจิน” ไล่เบี้ย 3 รัฐวิสาหกิจ
    ไทยรัฐ
    16 ธันวาคม 2557


    พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยภายหลังเป็น ประธานการประชุมคณะอนุกรรมการฟื้นฟูรัฐวิสาหกิจ 3 แห่ง ว่า ได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) และบริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) เร่งทำรายละเอียดแผนฟื้นฟูกิจการให้เสร็จสิ้นในเดือน ธ.ค.นี้ เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรอง แผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจ ที่มีพลเอกอนันตพร กาญจนรัตน์ ประธาน ในเดือน ม.ค.2558 ก่อนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซุปเปอร์บอร์ด ที่มีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี


    “ในการประชุม พลเอกอนันตพร และนายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เข้าร่วมพิจารณารายละเอียดด้วย โดยแผนฟื้นฟู ร.ฟ.ท. มี 7 แผนยุทธศาสตร์หลัก เน้นแนวคิดการให้บริการ และโครงสร้างการบริหารงาน เพื่อรองรับเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมถึงรายละเอียดของแผนเพิ่มรายได้ ลดค่าใช้จ่าย และการบริหารจัดการภาระหนี้สินคงค้าง 85,000 ล้านบาท หนี้เงินบำนาญอีก 65,000 ล้านบาท”


    ทั้งนี้ ร.ฟ.ท.ต้องปรับแผนการเพิ่มรายได้จากรถโดยสาร รถขนสินค้าและการพัฒนาที่ดินต่างๆ จึงต้องมีการทบทวน ความเป็นไปได้ของแผนทั้งหมด รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากที่ดิน ที่จะทำให้มีรายได้มาชดเชยกับค่าใช้จ่าย และในส่วนของแผน จะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ แผนดำเนินการปีหน้า และปี 2559 ที่จะมีการจัดตั้งกรมการขนส่งทางราง ขณะที่แผนฟื้นฟู ขสมก.จะต้องปรับแผนการบริหารการเดินรถ เพื่อรองรับรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ การจัดเส้นทางเดินรถใหม่ และมีอีก 23 แผนงาน ต้องปรับรื้อ ส่วนการจัดซื้อรถเมล์ ระยะแรก 489 คันเป็นไปตามแผนเดิม


    นายกุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า แผนฟื้นฟู ขสมก.จะเน้นแผนการเพิ่มรายได้ แต่ต้องจัดทำรายละเอียด ว่าการจัดหารถเมล์เอ็นจีวีใหม่จะทำให้ ขสมก.มีฐานะที่ดีขึ้นได้อย่างไร รวมถึงการเร่งติดตั้งสถานีก๊าซเอ็นจีวีเพื่อให้เพียงพอหลังจากส่งมอบรถใหม่ ตลอดจนการบริหารจัดการเส้นทางเดินรถระหว่างรถของ ขสมก. รวม 3,183 คันหรือ 22% ร่วมกับรถร่วมเอกชน ให้สอดคล้องกับแผนการลดเส้นทางเดินรถจาก 209 เส้นทางให้เหลือ 190 เส้นทาง ที่ต้องดูว่าแผนดังกล่าวจะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับ ขสมก.ได้อย่างไร



    http://www.thairath.co.th/content/469290

  6. #6
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ตัดมาจากข่าว " เอกชนสนประมูลรถเมล์เอ็นจีวี "
    เดลินิวส์
    19 มกราคม 2558



    นางปราณี ศุกระศร รักษาการผู้อำนวยการ และกรรมการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) กล่าวว่า การประชุมพิจารณาแผนฟื้นฟูขสมก.ที่มีนายพงษ์ไชย เกษมทวีศักดิ์ รองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธานได้ให้ไปแก้ไขแผนฟื้นฟู ขสมก.ใหม่ให้สอดคล้องกับข้อเท็จจริงมากขึ้น เช่นพนักงานที่เกษียณก่อนอายุ(เออรี่รีไทร์) เดิมมี 1,700 คน ค่าชดเชยประมาณ 2,000 ล้านบาท แต่ปัจจุบันมีผู้เกษียณน้อยลงเหลือเพียง500 คน เพราะเกษียณล่วงหน้าไปแล้ว ทำให้เหลือวงเงินต้องชดเชยแค่ 900 ล้านบาท


    “แผนฟื้นฟูขสมก.ยังให้กระทรวงการคลังพิจารณารับหนี้สินและชดเชยหนี้สินให้ 92,000 ล้านบาท ตามมติครม.เดิมส่วนการปรับข้อมูลแผนฟื้นฟู หากทำเสร็จแล้วจะเสนอ พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ประธานคณะอนุกรรมการพิจารณาและกลั่นกรองแผนการแก้ไขปัญหาของรัฐวิสาหกิจในวันที่ 21ม.ค.นี้ ก่อนนำเสนอต่อคณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน พิจารณาต่อไป”



    http://dailynews.co.th/Content/economic/295002/เอกชนสนประมูลรถเมล์เอ็นจีวี

  7. #7
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    สบน. ชงออก ก.ม.พิเศษ
    เร่งโละหนี้ กว่า 7 แสนล้าน ให้ 4 หน่วยงาน

    ไทยรัฐ
    20 พฤษภาคม 2558


    สบน. ชงออกกฎหมายพิเศษชำระหนี้วงเงินกว่า 7 แสนล้านบาท ให้ ธ.ก.ส.-รฟท.-ขสมก. รวมถึงหนี้รัฐบาล ค้างจ่าย สปส. กำหนดชำระหนี้ภายใน 20 ปี ย้ำ รฟท. ขสมก. ต้องฟื้นฟูกิจการตามซุปเปอร์บอร์ดเห็นชอบ


    เมื่อวันที่ 20 พ.ค. 58 นายธีรัชย์ อัตนวานิช รองผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เผยว่า ได้สรุปรายละเอียดร่าง พ.ร.บ.ให้กระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อบริหารจัดการหนี้ที่รัฐบาลค้างจ่าย วงเงินกว่า 7 แสนล้านบาท ประกอบด้วย

    1. ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ที่มีหนี้ค้างชำระจากการกู้เงินเพื่อนำไปใช้ในโครงการจำนำข้าว
    2. การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.)
    3. องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.)
    4. หนี้ที่รัฐบาลค้างจ่ายสมทบกองทุนประกันสังคม


    ทั้งนี้ จะเสนอให้ นายสมหมาย ภาษี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี พิจารณา หลังจากนั้นก็จะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาต่อไป โดยสาระสำคัญของกฎหมาย คือกำหนดเวลาชำระหนี้ให้มีความชัดเจนภายในเวลา 20 ปี โดยมีคณะกรรมการตรวจสอบความเสียหายอีกครั้ง


    นอกจากนี้ กฎหมายยังกำหนดให้ รฟท. และ ขสมก. ที่ได้รับเงินกู้จากกฎหมายนี้ ต้องฟื้นฟูกิจการให้ได้ตามแผนที่ซุปเปอร์บอร์ดเห็นชอบไว้ ไม่ให้มีการสร้างหนี้ใหม่ที่จะกลับมาเป็นภาระให้รัฐบาลต้องออกกฎหมายพิเศษมาชำระหนี้ให้อีก



    https://www.thairath.co.th/content/499996

  8. #8
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ขสมก.ยื่นคำขาดขอตัวช่วยจากคลังด่วน
    ออดอ้อนขอเวลาอีกเพียง 6 ปีทำผลกำไร

    ไทยรัฐ
    29 กันยายน 2558


    นายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช. คมนาคม เปิดเผยว่า ขณะนี้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อยู่ระหว่างทำแผนฟื้นฟูกิจการ อาทิ การลดรายจ่าย การจัดซื้อรถเมล์ใหม่ ปรับปรุงเส้นทางให้บริการ การสร้างอู่ ขสมก.เอง จากปัจจุบันที่ใช้วิธีการเช่า ซึ่งมีค่าใช้จ่าย 60 ล้านบาทต่อปี รวมถึงการทำระบบจัดเก็บตั๋วโดยสารอัตโนมัติ (อี ทิกเก็ต) และ ขสมก.จะเสนอให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบภาระหนี้สินของ ขสมก.ด้วย ที่ผ่านมา ขสมก.มีหนี้สะสม 92,000 ล้านบาท คาดว่าปีนี้จะขาดทุนสะสมเพิ่มขึ้นเป็น 96,000 ล้านบาท ซึ่งตามแผนฟื้นฟูได้มีการประเมินไว้กรณีที่กระทรวงการคลัง พักชำระหนี้ให้ทั้งหมด ขสมก.ก็จะไม่มีภาระต้องจ่ายดอกเบี้ย 250 ล้านบาทต่อเดือน จากนั้นเมื่อมีการปรับปรุงการทำงานให้มีประสิทธิภาพ คาดว่าส่งผลให้ใน 6 ปี ขสมก.จะสามารถสร้างกำไรได้


    สำหรับการจัดซื้อรถโดยสารใช้เชื้อเพลิงธรรมชาติ (เอ็นจีวี) ระยะแรก 489 คัน จากทั้งหมด 3,183 คัน หากคณะกรรมการว่าด้วยการพัสดุโดยวิธีการทางอิเล็กทรอนิกส์ (กวพ.อ.) ของกรมบัญชีกลาง ส่งผลการพิจารณาตามที่มีผู้ร้องเรียนเกี่ยวกับการประกวดราคา ว่าไม่มีการทุจริตมายัง ขสมก. ก็จะทำให้ ขสมก. สามารถลงนามกับบริษัทที่ชนะการประกวดราคาได้ จากนั้นจะสามารถส่งมอบรถได้ใน 50 วัน ส่วนการจัดซื้อรถเมล์รอบต่อไป ที่เป็นระบบรถเมล์ไฟฟ้า จะได้รายละเอียดทุกด้านในเดือน ต.ค.นี้



    http://thairath.co.th/content/528573

  9. #9
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ขสมก.ปรับแผนมุ่งเพิ่มรายได้
    เดลินิวส์
    21 ธันวาคม 2558


    ขสมก.เร่งทำแผนเส้นทาง หวังลดรายจ่าย-เพิ่มรายได้อย่างเร่งด่วน


    แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคมแจ้งว่า องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ขณะนี้ได้ปรับปรุงแผนเพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายอย่างเร่งด่วน โดยในเดือน พ.ย.58 ที่ผ่านมา โดยได้ปรับเวลาการเดินรถและเพิ่มความถี่ในการให้บริการมากขึ้น ทำให้มีผู้ใช้บริการเพิ่มขึ้นจากเดิม 9 ล้านคนต่อวัน เป็น 10-11 ล้านคนต่อวัน ซึ่งในแต่ละวันจะมีการปรับเพิ่มตามสถานการณ์ ส่งผลให้รายได้ของขสมก.ปรับเพิ่มขึ้น แต่ขณะนี้ยังอยู่ระหว่างวิเคราะห์และรวบรวมตัวรายได้ที่เพิ่มขึ้นว่าเป็นเท่าไร


    นอกจากนี้ แผนระยะเร่งด่วนได้ปรับลดรายจ่ายทุกรายการที่ลดได้ ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ฯลฯ แต่สิ่งที่ปรับลดไม่ได้คือ ราคาน้ำมัน เนื่องจาก ขสมก.ให้บริการเพิ่มเที่ยววิ่งสนองผู้ใช้บริการมากขึ้น ขณะเดียวกันได้ขายรถเก่าประมาณ 600 คัน ได้เงินรวมประมาณ 30 ล้านบาท แต่ยังไม่ได้ระบุในบัญชีรายรับ สำหรับร่างทีโออาร์ประกวดราคารถเมล์เอ็นจีวี จำนวน 489 คันนั้น อยู่ระหว่างขั้นตอนการดำเนินการทบทวนร่างทีโออาร์ และดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบ คาดว่าหากไม่ติดขัดจะสามารถประกาศประกวดราคาได้ภายในเดือน มี.ค. ปีหน้า



    http://www.dailynews.co.th/economic/368479

  10. #10
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ลุ้นแผนหารายได้-ลดคน ขสมก.
    โพสต์ทูเดย์
    3 มีนาคม 2559



    ส่งมอบแผนฟื้นฟู-หา รายได้-ลดคน ให้ผู้นำคนใหม่ ขสมก. มี.ค.นี้


    นางปราณี ศุกระศร กรรมการและรักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ภายหลังคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบแต่งตั้งนายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล อดีตกรรมการผู้จัดการ บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ เป็นผู้อำนวยการ ขสมก. ขณะนี้กำลังจัดทำเอกสารลงนามสัญญาจ้าง คาดว่าจะแล้วเสร็จในวันที่ 4 มี.ค.นี้ เพื่อส่งมอบงานให้เร่งสานต่อแผนฟื้นฟูที่ได้เสนอให้กับคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) พิจารณาแล้ว ประกอบด้วย แผนลดภาระค่าใช้จ่าย แผนการเพิ่มรายได้ และการเพิ่มประสิทธิภาพให้บริการ และต้องเร่งปรับปรุงรถเมล์เก่าอายุ 14-24 ปี จำนวน 600 คัน


    ทั้งนี้ ตามแผนงานในเดือน เม.ย.นี้ ขสมก.จะประกาศจัดเช่าจีพีเอส เพื่อพัฒนาป้ายรถเมล์อัจฉริยะ 4 แห่ง เช่น อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสถานีบีทีเอสจตุจักร 2 ฝั่ง


    นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาและจัดหาอู่จอดรถเพิ่มขึ้น 11 แห่ง ปรับปรุงเส้นทางเดินรถจาก 207 เส้นทาง เหลือ 184 เส้นทาง จัดโครงการเออร์ลี รีไทร์ พนักงาน 2,481 คน ใช้งบประมาณกว่า 3,068 ล้านบาท ซึ่งจะต้องเสนอให้กระทรวงคมนาคมพิจารณาเพื่อขออนุมัติเงินกู้


    ขณะเดียวกัน ยังมีแผนงานก่อสร้างอู่จอดรถ และพัฒนาที่ดินบริเวณอู่จอดรถ และการเพิ่มคุณภาพการให้บริการ ติดตั้งจีพีเอส จัดหาระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (อี-ทิคเก็ต) และตั๋วร่วม


    ปัจจุบัน ขสมก.มีรายได้ต่อเดือนร่วม 1,000 ล้านบาท แต่ยังขาดทุนเดือนละ 400 ล้านบาท ส่งผลให้ตัวเลขขาดทุนสะสมอยู่ที่ 9.7 หมื่นล้านบาท



    http://www.posttoday.com/biz/gov/419333

  11. #11
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    เข็นแผนล้างหนี้รถเมล์ 9.2 หมื่นล้าน
    โพสต์ทูเดย์
    2 พฤษภาคม 2559



    คมนาคมดันแผนล้างหนี้ ขสมก. 9.23 หมื่นล้านบาทต่อ หลังล่าช้ามา 5 ปี โยนคลัง-สำนักงบฯ รับภาระ


    แหล่งข่าวจากกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า เมื่อปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา กระทรวงได้เรียกผู้บริหารองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เข้าหารือแนวทางปรับโครงสร้างหนี้ค่าเชื้อเพลิงน้ำมัน ขสมก. พร้อมติดตามความคืบหน้าแผนฟื้นฟูกิจการ โดยเฉพาะการปรับโครงสร้างหนี้ ขสมก. ที่สูงถึง 9.23 หมื่นล้านบาท โดยกระทรวงคมนาคมยืนยันแนวทางที่จะให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณรับภาระหนี้ดังกล่าวไปจัดการ ซึ่งเป็นแนวทางที่กำหนดขึ้นภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ


    "แม้ว่าในช่วงที่ผ่านมากระทรวงจะมีการทบทวนแผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก.แล้ว 2-3 ครั้ง แต่ก็ยังไม่ได้ข้อสรุป ขณะที่แนวทางหลักๆ ในการฟื้นฟูกิจการของ ขสมก. จะมีทั้งแนวทางการเสนอให้กระทรวงการคลังและสำนักงบประมาณเป็นผู้รับภาระชำระหนี้สะสมของ ขสมก. วงเงิน 9.23 หมื่นล้านบาท การปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิการการบริหารจัดการ อาทิ การนำระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) เข้ามาใช้เพื่อลดจำนวนบุคลากร การลดภาระค่าใช้จ่ายค่าเชื้อเพลิง และการลดภาระด้านบุคลากร เช่น การลดค่าใช้จ่ายด้านเงินเดือนและสวัสดิการพนักงาน รวมถึงการจัดทำโครงการเปิดให้ผู้ที่สนใจเข้าร่วมโครงการเกษียณก่อนอายุจำนวน 439 คน และการจัดตั้งหน่วยธุรกิจใหม่ขึ้นมาบริหารจัดการ เป็นต้น" แหล่งข่าวเปิดเผย


    ทั้งนี้ ในช่วงที่ผ่านมากระทรวงคมนาคมผลักดันแผนล้างหนี้สะสมของ ขสมก.อย่างต่อเนื่อง โดยในสมัยที่ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ เป็น รมช.คมนาคม ในช่วงปี 2555 ได้เห็นชอบแผนล้างหนี้สิน ขสมก. 7.8 หมื่นล้านบาท โดยจะโอนหนี้สินไปให้กระทรวงการคลัง และต่อมา นายชัชชาติ ขึ้นเป็น รมว.คมนาคม การโอนหนี้ ขสมก.ไปให้กระทรวงการคลังก็ยังไม่ประสบความสำเร็จ จนกระทั่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล


    ต่อมาในปี 2558 นายสมหมาย ภาษี ซึ่งดำรงตำแหน่ง รมว.คลัง ได้เสนอแนวทางล้างหนี้ ขสมก. ซึ่งเพิ่มเป็น 8-9 หมื่นล้านบาท โดยโอนหนี้ให้กระทรวงการคลังดูแลและจัดสรรงบประมาณชดใช้ แต่ไม่ประสบความสำเร็จเช่นกัน ขณะที่หนี้สิน ณ เดือน มี.ค. 2559 เพิ่มขึ้นเป็น 92,393 ล้านบาท หรือเพิ่มจากปี 2555 กว่า 1.4 หมื่นล้านบาท


    แหล่งข่าวยังระบุว่า ในวันที่ 30 พ.ค.นี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) ขสมก. ซึ่งจะมีการเสนอแผนฟื้นฟูกิจการฉบับที่ปรับปรุงแล้วให้บอร์ดพิจารณา ก่อนจะเสนอแผนให้ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานพิจารณา รวมทั้งติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูของ ขสมก.ต่อไป


    แหล่งข่าวระบุว่า ในส่วนภาระหนี้ค่าเชื้อเพลิงของ ขสมก. ที่ค้างกับบริษัท ปตท. มาตั้งแต่ปี 2553 ถึงเดือน มี.ค. 2559 เงิน 1,900 ล้านบาท กระทรวงมีแนวคิดจะขอกู้เงินจากสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง มาชำระคืนหนี้ก้อนดังกล่าวเพื่อลดภาระดอกเบี้ย เนื่องจากปัจจุบันบริษัท ปตท.คิดดอกเบี้ยจาก ขสมก. ในอัตรา 7% แต่หากให้ สบน.กู้อัตราดอกเบี้ยจะเหลือเพียง 2.57% เท่านั้น


    นอกจากนี้ กระทรวงจะเสนอให้กระทรวงการคลังพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนการใช้บริการรถเมล์ฟรีและเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (พีเอสโอ) ให้กับ ขสมก.เร็วขึ้น เนื่องจากตั้งแต่มีนโยบายรถเมล์ฟรีออกมา ขสมก.ยังไม่ได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลเลย ขณะที่ปัจจุบันรัฐบาลตรึงค่าโดยสารรถเมล์ ขสมก. โดยเฉพาะรถเมล์ร้อนที่ราคาตั๋วอยู่ที่ 6.50 บาท/เที่ยว แต่ต้นทุนในการวิ่งให้บริการผู้โดยสารของ ขสมก.อยู่ที่ 11 บาท/เที่ยว


    "หากคลังเร่งพิจารณาจัดสรรเงินอุดหนุนดังกล่าวได้เร็ว ก็จะช่วยลดภาระของ ขสมก.ได้ระดับหนึ่ง" แหล่งข่าวระบุ



    http://www.posttoday.com/biz/gov/429623

  12. #12
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ขสมก.เร่งลดค่าใช้จ่าย เดินหน้าลดพนักงาน
    กรุงเทพธุรกิจ
    23 พฤษภาคม 2559



    ขสมก.เร่งลดค่าใช้จ่าย เตรียมเปิดโครงการลาออกก่อนเกษียณ กระเป๋ารถเมล์ 3 พันคน เตรียม 2 อู่ให้เอกชนเช่าเปิดห้างสรรพสินค้า


    นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยความคืบหน้าของแผนลดค่าใช้จ่ายของ ขสมก. ว่าเตรียมจะเปิดโครงการลาออกหรือให้เกษียนก่อนกำหนด สำหรับพนักงานที่สมัครใจลาออก ตามแผนปรับลดพนักงานเก็บค่าโดยสารจำนวน 3 พันคน เพื่อรองรับการนำระบบตั๋วร่วมอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในปี 2560


    การลดพนักงานเป็นหนึ่งในแผนฟื้นฟูกิจการ ขสมก. เป็นแผนระยะ 10 ปี นอกจากลดพนักงาน ยังมีการจัดหารถเมล์ใหม่ การปรับลดเส้นทางรถเมล์ เพราะปัจจุบันขสมก.มีหนี้สินสะสม 9 หมื่นล้านบาท มีภาระดอกเบี้ยปีละกว่า 240 ล้านบาท


    นอกจากนี้ ขสมก.ยังมีแผนหารายได้ โดยแผนงานเบื้องต้น ขสมก.เตรียมนำที่ดินในมือที่เป็นอู่รถเมล์มีศักยภาพ 2 แปลงมาพัฒนาเชิงพาณิชย์ คืออู่บางเขน และอู่มีนบุรี แห่งละไม่ต่ำกว่า 10 ไร่ โดยจะเปิดให้เอกชนเช่าพื้นที่ 30 ปี นำไปพัฒนาต่อยอดเป็นห้างสรรพสินค้า หรือคอมมูนิตี้มอลล์ โดยคาดว่าจะมีรายได้จากส่วนนี้ก้อนแรกประมาณ 500 ล้านบาท จากนั้นจะเป็นค่าเช่าในแต่ละอีก ที่ขึ้นอยู่กับการเจรจา คาดว่าจะได้ข้อสรุปภายใน 1 ปีนับจากนี้ ส่วนพื้นที่ต่อไป ที่จะพิจารณาให้เช่า คือ อู่สวนสยาม มีนบุรี และอู่แสมดำ พระราม 2



    http://www.bangkokbiznews.com/news/detail/699157


    ----------

    ขสมก.ตั้งเป้า 3 ปี ลดพนักงาน 4,000 คน
    โพสต์ทูเดย์
    23 พฤษภาคม 2559



    ผู้อำนวยการ ขสมก.เดินหน้าแผนลดรายจ่าย เพิ่มรายได้ ตั้งเป้า 3 ปีลดพนักงานเก็บตั๋วลง 3,000 คน-สำนักงานใหญ่ 1,000 คน


    นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยว่า ตามแผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก.นั้น ขสมก.ตั้งเป้าจะปรับลดพนักงานเก็บค่าโดยสาร 3,000 คน เพื่อรองรับการนำระบบตั๋วอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ทั้งระบบในปี 2561 และลดพนักงานที่ประจำเขตการเดินรถ นายตรวจ และพนักงานสำนักงานใหญ่ลงประมาณ 1,000 คน โดยเฉพาะการปรับลดจำนวนพนักงานเก็บตั๋ว จะใช้วิธีการพัฒนาพนักงานขายตั๋วมาเป็นคนขับรถโดยสารที่ปัจจุบันมีการขาดแคลนเป็นอย่างมาก การเปิดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด และเกษียณอายุตามปกติ


    สำหรับแผนการเพิ่มรายได้ของ ขสมก.นั้น นายสุระชัย ตั้งเป้าว่า ภายใน 1 ปี หรือไม่เกินกลางปี 2560 ขสมก.จะนำที่ดินซึ่งปัจจุบันเป็นอู่รถเมล์แปลงที่มีศักยภาพ 2 แปลง คือ อู่บางเขนและอู่มีนบุรี มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ โดยจะเปิดให้เอกชนเข้าเช่าพื้นที่ระยะยาว 30 ปี เพื่อนำไปพัฒนาต่อยอดเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ครบวงจร แทนการเป็นอู่จอดรถเมล์ เนื่องจากปัจจุบันพื้นที่ดังกล่าวได้กลายมาเป็นพื้นที่ที่อยู่ใจกลางเมือง และมีปัญหาการจราจรติดขัดและเป็นอุปสรรคต่อการเดินรถจึงไม่เหมาะที่จะทำเป็นอู่จอดรถอีกต่อไป


    "หากมีการนำที่ดินอู่รถเมล์มาทำประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ คาดว่าหาก ขสมก.นำที่ดินทั้งสองแปลงออกให้เอกชนเช่าจะทำให้ ขสมก.มีรายได้เข้ามาทันที ในช่วงกลางปีหน้าขั้นต่ำ 500 ล้านบาท เพราะอู่บางเขนและมีนบุรีมีพื้นที่แห่งละมากกว่า 10 ไร่ สามารถนำมาสร้างเป็นคอมมูนิตี้มอลล์ได้เลย และผมตั้งธงไว้ว่า ต้องหาตัวผู้พัฒนาพื้นที่ให้ได้ภายใน 1 ปี ขณะนี้กำลังดูว่าติดปัญหา พ.ร.บ.ร่วมทุนหรือไม่ อีกทั้งปัจจุบันที่ดินทั้งสองอู่ราคาขึ้นเป็นไร่ละ 100 ล้านบาทแล้ว ถ้าเอา 2 แปลงมาให้เช่าเราจะได้เงินก้อนที่เรียกว่าค่าหน้าดินทันที 500 ล้านบาท และยังได้ค่าเช่ารายปีด้วย"นายสุระชัย กล่าว


    ทั้งนี้ ในส่วนอู่บางเขนมีพื้นที่รวม 14 ไร่ ตั้งอยู่ติดริมถนนพหลโยธินใกล้วัดพระศรีมหาธาตุฯ ปัจจุบันได้กลายเป็นทำเลทองใจกลางเมือง รวมทั้งในอนาคตยังจะเป็นศูนย์กลางการเดินทางที่สำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ที่ตั้งอยู่บนแนวรถไฟฟ้าส่วนต่อขยายสายสีเขียวเหนือ ช่วงหมอชิต-สะพานใหม่-คูคต และรถไฟฟ้าสายสีชมพู ช่วงแคราย-มีนบุรี ส่วนอู่มีนบุรีก็ตั้งอยู่ใกล้ตลาดมีนบุรีแหล่งการค้าที่สำคัญ ในอนาคตจะมีรถไฟฟ้าสายสีชมพูและสายสีส้มตลิ่งชัน-มีนบุรีผ่านเช่นกัน อย่างไรก็ตามในอนาคต ขสมก.มีแผนที่จะนำอู่ที่มีศักยภาพอีก 2 แห่ง มาพัฒนาเพิ่มเติมด้วย คือ อู่สวนสยามและแสมดำ



    http://www.posttoday.com/biz/gov/433343

  13. #13
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    แรงงานเตรียมแผน
    รองรับ ขสมก. ปลด พนง. 4 พันคน

    โพสต์ทูเดย์
    24 พฤษภาคม 2559



    กระทรวงแรงงาน เตรียมแผนรองรับหาก ขสมก. ปลดพนักงานกว่า 4 พันคน


    เมื่อวันที่ 24พ.ค. ที่กระทรวงแรงงาน ม.ล.ปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวถึงกรณีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ประกาศแผนการฟื้นฟูองค์กร และเตรียมแผนรองรับการใช้ระบบตั๋วร่วมกับขนส่งมวลชนสาธารณะอื่นๆ ภายในปี 2561 โดยวางแผนเตรียมลดพนักงานเก็บค่าโดยสารจำนวน 3,000 คน และพนักงานด้านอื่นอีกประมาณ 1,000 คน โดยเตรียมเปิดโครงการลาออก หรือเกษียณอายุก่อนกำหนดตามความสมัครใจของพนักงาน ว่า ขณะนี้กระทรวงแรงงานได้ประชุมร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องเพื่อวางแผนงานรองรับในเรื่องนี้ โดยเฉพาะการบูรณาการงานกับหน่วยงานในสังกัดทุกพื้นที่ ทั้งในเรื่องการหาตำแหน่งงานว่างรองรับในลักษณะงานที่ใกล้เคียง การฝึกอาชีพเพื่อปรับเปลี่ยนงาน หรือทำอาชีพอิสระ รวมทั้งการดูแลเรื่องค่าจ้าง สวัสดิการและค่าชดเชย


    "เบื้องต้นกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) ได้ติดต่อประสานพูดคุยกับทาง ขสมก. เพื่อเตรียมการรองรับแล้ว อีกทั้งได้กำชับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทำงานเชิงรุกและคอยตรวจสอบสถานประกอบการที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง เพื่อเข้าไปดูแลช่วยเหลือก่อนที่จะมีการเลิกจ้างพนักงานในแต่ละพื้นที่" ปลัดกระทรวงแรงงานกล่าว



    http://www.posttoday.com/social/general/433569

  14. #14
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ขสมก.ถังแตกกู้จ่ายเงินเดือน
    รัฐเล็งโยนหนี้แสนล.ให้คลังอุ้ม

    ประชาชาติธุรกิจ
    11 ธันวาคม 2559



    รัฐบาลเล็งยกหนี้ ขสมก.แสนล้านบาทโอนให้คลังรับแทน แลกกับข้อตกลงต้องเดินตามแผนฟื้นฟู ฟากคลังห่วงฟื้นกิจการไม่ไหว ซ้ำรอยกว่า 20 ปีที่ผ่านมา แฉ ขสมก.ถังแตกแอบใช้เงินกู้จ่ายเงินเดือนพนักงาน ล่าสุดขอกู้เสริมสภาพคล่องอีก 4 พันล้าน


    แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า รัฐบาลมีแนวคิดจะตัดหนี้ให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เหมือนกับที่เคยทำไปครั้งหนึ่งเมื่อปี 2534 เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก.มีหนี้สะสมเพิ่มขึ้นถึง 103,000 ล้านบาท ขณะที่ผลประกอบการยังคงขาดทุนอยู่ โดยขาดทุนเฉลี่ยปีละ 5,000-6,000 ล้านบาท แม้ว่าส่วนหนึ่งจะมีรายรับจากเงินอุดหนุนบริการสาธารณะ (PSO) จากรัฐบาลก็ตาม คือตั้งแต่ปี 2551-2559 รัฐอุดหนุนไปกว่า 5,600 ล้านบาท


    นอกจากนี้ ขสมก.ยังมีหนี้ค่าน้ำมันเชื้อเพลิงที่ค้างจ่าย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และหนี้ค่าซ่อมบำรุงค้างอยู่กับอู่เอกชนอีกกว่า 1,300 ล้านบาท


    "นโยบาย รัฐบาลตอนนี้ก็คือ อยากตัดหนี้ให้ ขสมก. แต่ต้องแลกกับการที่ ขสมก.ต้องเดินตามแผนฟื้นฟูกิจการที่คณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (คนร.) กำหนดไว้ให้ได้ก่อน คือเหมือนปี 2534 ที่ขณะนั้นมีหนี้สะสม 9,879 ล้านบาท และติดหนี้ค่าน้ำมันอีก 938 ล้านบาท ซึ่งตอนนั้นรัฐบาลล้างหนี้ให้โดยโอนมาเป็นหนี้ของกระทรวงคลังแทนทั้งก้อน แต่หลังจากนั้นมาก็ขาดทุนทันที และขาดทุนมาโดยตลอด ทั้งนี้ เฉพาะดอกเบี้ยจ่ายก็ตกปีละเกือบ 3,000 ล้านบาทแล้ว" แหล่งข่าวกล่าวและว่า


    ล่าสุด ขสมก.ได้ส่งเรื่องขอให้กระทรวงการคลังกู้เงินให้กว่า 4,000 ล้านบาท เพื่อนำไปใช้จัดซื้อรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน วงเงิน 1,735 ล้านบาท จัดซื้อรถเมล์ไฟฟ้า 2,200 ล้านบาท ที่เหลือเป็นค่าซ่อมบำรุงและเสริมสภาพคล่อง


    "ตอนนี้ถ้าดูงบการเงิน ของ ขสมก. เงินจะจ่ายเงินเดือนพนักงานยังแทบไม่มีแล้ว ซึ่งวิธีแก้ปัญหาของ ขสมก. ก็คือขอกู้เงินเอาไปใช้เสริมสภาพคล่อง จากปกติที่ต้องกู้ไปจ่ายค่าซ่อมบำรุง แต่กลับมีการนำเงินไปจ่ายเงินเดือนพนักงานก่อน แต่คลังก็จำเป็นต้องกู้ให้ เพราะไม่อย่างนั้นจะกระทบกับความเชื่อมั่นในการจัดหาแหล่งเงินของรัฐ และต้องเร่งรัดให้ ขสมก.ฟื้นฟูกิจการโดยเร็ว" แหล่งข่าวกล่าว


    อย่างไร ก็ดี แหล่งข่าวกล่าวด้วยว่า ขสมก.จะต้องฟื้นฟูกิจการให้เร็วที่สุด เพราะหากสถานการณ์ยังเป็นเช่นนี้ ยิ่งเดินรถก็ยิ่งขาดทุนหนักขึ้นเรื่อย ๆ ขณะเดียวกันช่วงที่ผ่านมา ขสมก.จะมีรายได้หลักที่มาจากการให้สัมปทานเส้นทางเดินรถแก่เอกชน แต่ล่าสุดก็จะมีการโอนอำนาจการให้สัมปทานไปอยู่กับกรมการขนส่งทางบกแล้ว ดังนั้นการพลิกฟื้นกิจการของ ขสมก.จึงค่อนข้างลำบาก



    http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1481386323

  15. #15
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ครม.อนุมัติงบเสริมสภาพคล่อง ขสมก. และ รฟท.
    โพสต์ทูเดย์
    28 ธันวาคม 2559



    ครม.อนุมัติงบประมาณเสริมสภาพคล่อง ขสมก. และรฟท.รวมวงเงิน 14,261 ล้านบาท


    นายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบการอนุมัติเงินกู้เสริมสภาพคล่องให้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) วงเงิน 2,161 ล้านบาท เพื่อเปลี่ยนแหล่งเงินกู้เพื่อชำระหนี้สินค่าน้ำมัน ค่าเหมาซ่อมตลอดจนค่าเบี้ยปรับขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งการเสนอกู้ดังกล่าวจะนำไปสู่การเปลี่ยนเจ้าหนี้จากเอกชนเป็นสถาบันการเงินซึ่งสามารถลดภาระทางดอกเบี้ยเหลือราว 2-3% จากเดิมซึ่งอยู่ที่ 6-7% ซึ่งถือว่าเป็นวงเงินจำนวนมากเมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยและภาระหนี้ของขสมก.อีกทั้งยังส่งผลดีต่อแผนฟื้นฟูกิจการขององค์กรในอนาคตอีกด้วย


    นอกจากนี้ ครม.ยังได้เห็นชอบอนุมัติการขอเงินกู้ของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เพื่อบรรเทาการขาดสภาพคล่องในงบประมาณปี 2560 วงเงินรวม 12,100 ล้านบาท และเงินกู้ระยะสั้นจำนวน 800 ล้านบาท (ต่อสัญญาเงินกู้เดิมซึ่งการขอวงเงินกู้ดังกล่าวเป็นการเสริมสภาพคล่องให้กับองค์กร) หลังจากปีที่ผ่านมายอดรายรับน้อยกว่ายอดรายจ่ายจากการแบกรับภาระด้านราคาค่าเดินรถ และการให้บริการอื่นๆจนก่อให้เกิดการขาดสภาพคล่องโดยเฉพาะรายได้ที่ลดลงกว่า 300 ล้านบาทจากการเร่งพัฒนาโครงการรถไฟของประเทศรวมถึงเงินอุดหนุนจากภาครัฐซึ่งลดลงร้อยละ 50 จากปีละ 5 พันล้านบาทเหลือเพียง 2.5 พันล้านบาท ดังนั้นจึงต้องขอกู้เพิ่มทั้งนี้เงินกู้ระยะสั้นจำนวนทั้งสิ้น 800 ล้านบาทมีระยะเวลา 1 ปี ตั้งแต่ 30มีนาคม 2560 - 29 มีนาคม 2561



    http://www.posttoday.com/biz/gov/472545




+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 1/2 1 2 ล่าสุดล่าสุด

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด