+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 7
จาก 7 โพส

กระทู้: รถเมล์...ตามหาเด็กหาย

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,679
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,596 ครั้ง ใน 6,271 โพส

    รถเมล์...ตามหาเด็กหาย

    เปิดตัว "รถเมล์ ตามหาเด็กหาย"
    ไทยรัฐ
    22 เมษายน 2559



    สติ๊กเกอร์ประกาศตามหาเด็กหายที่ติดไว้รอบรถเมล์ เป็นความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิกระจกเงา เทใจดอทคอม และแพลนบีมีเดีย จำกัด (มหาชน) หลังได้รับงบประมาณ 1 แสนบาท จากการระดมผ่านเวปไซค์เทใจดอทคอม และได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทแพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เจ้าของสัมปทานพื้นที่โฆษณารอบรถเมล์ จัดทำรูปเด็กหายติดรอบรถ 5 คัน


    นางกรสิริ ด่านเกื้อกูล มารดาของ เด็กชายชัยภาษ ด่านเกื้อกูล หรือน้องเท็น ซึ่งหายตัวไปเกือบ 10 ปี กล่าวว่า ทุกวันนี้นับวันรอลูกกลับบ้าน เชื่อว่าลูกยังมีชีวิตอยู่ พร้อมหวังว่าจะมีคนทราบเบาะแสและติดต่อกลับมา


    ด้านนายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา เปิดเผยว่า รถเมล์ตามหาเด็กหาย จะเป็นเครื่องมือ ประชาสัมพันธ์หาเบาะแสของเด็กที่หายไปนานแล้วและยังไม่พบตัว หากได้รับความร่วมมือจากประชาชน จะยิ่งทำให้มีโอกาสพาเด็กหายกลับบ้านได้อย่างแน่นอน


    พันตำรวจเอกชัยวัฒน์ บูรณะ ผู้กำกับการ 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากรกล่าวว่า การสเก็ตภาพจำลองของเด็กหายเป็นกระบวนการที่นำมาช่วยในการทำภาพเปรียบเทียบเด็กที่หายไปนาน ว่าเมื่อโตขึ้นจะมีลักษณะรูปร่างหน้าตาแบบใด เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนช่วยกันสังเกต ซึ่งได้ภาพจำลองเด็กแล้ว 5 คน


    รถเมล์ ตามหาเด็กหายจะเริ่มวิ่งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร 5 คัน ในสาย 79 / 73ก / 27 /29 และ 76 ช่วงต้นเดือนพฤษภาคมนี้



    http://www.thairath.co.th/clip/47266


    ----------

    "รถเมล์..ตามหาเด็กหาย" คันแรกของไทย
    หวังเบาะแส-ตื่นตัวเรื่องเด็กหาย

    โพสต์ทูเดย์
    22 เมษายน 2559






    เมื่อวันที่ 22 เม.ย. ที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน มูลนิธิกระจกเงา ร่วมกับ เทใจดอทคอม และแพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) แถลงข่าวเปิดตัว รถเมล์...ตามหาเด็กหาย คันแรกของประเทศไทย โดยเป็นความร่วมมือระหว่าง มูลนิธิกระจกเงา เทใจดอทคอม และแพลนบีมีเดีย จำกัด(มหาชน) ในการติดสติ๊กเกอร์ประกาศตามหาเด็กหาย รอบคันของรถเมล์ ซึ่งงบประมาณทั้งหมดได้มาจากการระดุมผ่านเวปไซค์เทใจดอทคอม จำนวน 1 แสนบาท ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากบริษัทแพลนบี มีเดีย จำกัด (มหาชน) เจ้าของสัมปทานพื้นที่โฆษณารอบรถเมล์ ได้จัดทำให้จำนวน 5 คัน


    นายเอกลักษณ์ หลุ่มชมแข หัวหน้าศูนย์ข้อมูลคนหาย มูลนิธิกระจกเงา กล่าวว่า รถเมล์...ตามหาเด็กหาย ถือเป็นเครื่องมือหนึ่ง ที่จะประชาสัมพันธ์หาเบาะแสของเด็กที่หายไปนานแล้วและยังไม่พบตัว นอกจากนี้ ยังเป็นสื่อรณรงค์ต่อคนในสังคมให้ตระหนักต่อปัญหาเด็กหาย มูลนิธิกระจกเงา ขอยืนยันจะทำทุกวิธีการและทุกช่องทางในการพาเด็กหายที่ยังไม่พบตัว กลับคืนสู่ครอบครัวให้ได้ ซึ่งหากได้รับความร่วมมือจากประชาชนในการช่วยกันเป็นหูเป็นตา จะยิ่งทำให้มีโอกาสในการพาเด็กหายกลับบ้านได้อย่างแน่นอน


    น.ส.สิรินาท ต่อวิริยะเลิศชัย ที่ปรึกษา www.taejai.com กล่าวว่า เทใจดอทคอมเป็นเว็บไซต์ระดมทุนพร้อมกับช่องทางการสร้างความมีส่วนร่วมของคนในสังคมให้ทำเรื่องดีๆ ได้เกิดขึ้นจริง โดยเทใจเปิดโอกาสให้ทุกคนที่มีโครงการเพื่อสังคมนำเสนอโครงการผ่านหน้าเว็บให้ทุกคนที่สนใจร่วมสนับสนุน และโครงการรถเมล์ตามเด็กหายเป็นตัวอย่างอีกโครงการหนึ่งที่คนไทยในประเทศและต่างประเทศร่วมบริจาคค่าทำสติ๊กเกอร์รูปคนหายเพื่อให้คนบนท้องถนนเป็นหูเป็นตาตามคนหายเหล่านั้นกลับคืนสู่ครอบครัว


    น.ส.เรืองสิริ สถิรกุล ผู้จัดการการตลาดและการสื่อสารองค์กร ผู้แทน บริษัท แพลน บี มีเดีย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งในการได้มีส่วนร่วมเป็นอีกหนึ่งกระบอกเสียงในการสร้างการรับรู้เพื่อช่วยตามหาเด็กหาย โดยการใช้สื่อโฆษณาบนรถประจำทางปรับอากาศ ด้วยความมุ่งหวังให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของเด็กและเยาวชน บริษัทฯได้ให้การสนับสนุนช่วยเหลือโดยมอบรถประจำทางปรับอากาศเพื่อช่วยประชาสัมพันธ์และตามหาเด็กหายจำนวนทั้งสิ้น 5 คัน พร้อมเลือกสายรถที่ครอบคลุมทุกเส้นทางหลักในกรุงเทพฯ และ ปริมณฑล โดยบริษัทฯ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือจากทุกหน่วยงานในครั้งนี้จะส่งผลช่วยให้ประสบความสำเร็จในการตามหาเด็กหาย และช่วยรณรงค์กระตุ้นให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของความปลอดภัยของเด็กและเยาวชนมากยิ่งขึ้น


    ด้านนางโสรยา ด่านเกื้อกูล มารดาของ เด็กชายชัยภาษ ด่านเกื้อกูล หรือน้องเท็น ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่วันที่ 16 ธันวาคม 2549 ปัจจุบันลูกหายไปนาน 10 ปีเต็ม กล่าวว่า ทุกวันนี้นับวันรอลูกกลับมาบ้าน ต้องขอขอบคุณประชาชนที่ช่วยกันสนับสนุนการจัดทำรถเมล์ ตามหาเด็กหาย หวังว่าจะมีคนทราบเบาะแสและติดต่อกลับมา เชื่อว่าลูกยังมีชีวิตอยู่และมีความหวังในการได้ลูกคืน


    นางสุรีรัตน์ บัวนาค มารดาของเด็กชายนฤดล เยื้อนหนูวงศ์ หรือน้องโอ๊ต กล่าวว่า บุตรชายของตนหายออกจากบ้านตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จากบ้านย่านอำเภอกระทุ่มแบน จังหวัดสมุทรสาคร เมื่อวันที่ 25 มีนาคม พ.ศ.2545 รวมระยะเวลาที่หายไปนานกว่า 14 ปี จนถึงตอนนี้ลูกชายจะมีอายุ 21 ปีเต็มแล้ว ยังไม่เคยมีเบาะแสที่ชัดเจนเกี่ยวกับลูกชายเลยจนถึงทุกวันนี้ หวังว่าหากโชคดีลูกของตนเองได้เห็นประกาศนี้ที่ข้างรถเมล์ ก็ขอให้ลูกติดต่อกลับมาหาแม่


    ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ บูรณะ ผู้กำกับการ 2 กองทะเบียนประวัติอาชญากร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการ สเก็ตภาพจำลองเทียบเท่าอายุปัจจุบันของเด็กหาย หรือ AGE PROGRESSION กล่าว่า การสเก็ตภาพจำลองของเด็กหายเป็นกระบวนการที่นำมาช่วยในการทำภาพเปรียบเทียบเด็กที่หายไปนาน ว่าเมื่อโตขึ้นจะมีลักษณะรูปร่างหน้าตาแบบใด เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนช่วยกันสังเกตุโดยปัจจุบันมีการทำภาพจำลองเด็กหายแล้วจำนวน 5 ราย


    ทั้งนี้ จะมีรถเมล์ ตามหาเด็กหายวิ่งในพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ จำนวน 5 คันในสาย 76 , 73ก ,27,29 และ79 โดยจะวิ่งพร้อมกันในต้นเดือนพฤษภาคมที่จะถึงนี้










    http://www.posttoday.com/social/hot/428077

  2. #2
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,679
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,596 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ปอ.29 (29-10)








  3. 2 คนถูกใจสิ่งนี้


  4. #3
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    ที่อยู่
    ห้องเช่าห้องเล็กๆ ใน ซ.ราม39
    โพส
    956
    ถูกใจ
    10,086
    โพสถูกใจ 939 ครั้ง ใน 437 โพส
    ฝั่งรถองค์การ ผมเห็นคันนึงแล้วครับ
    สาย 76 : 5-90054 ครับ

  5. 1 คนถูกใจสิ่งนี้


  6. #4
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    ที่อยู่
    ห้องเช่าห้องเล็กๆ ใน ซ.ราม39
    โพส
    956
    ถูกใจ
    10,086
    โพสถูกใจ 939 ครั้ง ใน 437 โพส
    เพิ่มเติม ฝั่งรถองค์การ ครับ
    สาย 73ก. : 8-67092

  7. #5
    สมัครเมื่อ
    Aug 2013
    โพส
    407
    ถูกใจ
    199
    โพสถูกใจ 885 ครั้ง ใน 301 โพส
    เพิ่มเติม ปอ.27 เบอร์ 20 ครับ

  8. 1 คนถูกใจสิ่งนี้


  9. #6
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    ที่อยู่
    26 - 37 - 143 - 180 - 517 - 554 - 751
    โพส
    5,334
    ถูกใจ
    11,416
    โพสถูกใจ 26,011 ครั้ง ใน 4,341 โพส
    สาย 79 (6-55100)

  10. 1 คนถูกใจสิ่งนี้


  11. #7
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,679
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,596 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    “ปากโป้ง” เปิดใจผู้คิดค้นโครงการตามหาเด็กหาย!!!
    จัดทำสติ๊กเกอร์รูปเด็กหายแปะบนรถเมล์คันแรกของประเทศไทย

    ThaiPR
    1 พฤษภาคม 2559



    หลายคนที่อยู่ในกรุงเทพ ฯ หรือปริมณฑลคงจะเคยเห็นรถเมล์ บางทีก็จะมีรูปดาราติดอยู่บ้าง หรือไม่ก็จะมีโฆษณาต่าง ๆ ติดอยู่บนรถเมล์บ้าง แต่ล่าสุดจะมีรถเมล์อยู่คันหนึ่ง ถ้าวิ่งบนท้องถนนจะเห็นว่า เป็นรถเมล์ที่ประกาศตามหาเด็กหาย ล่าสุดเมื่อวันอาทิตย์ที่ 1 พฤษภาคม 2559 เวลา 11.05 น. รายการ "ปากโป้ง" ทางช่อง 8 กดหมายเลข 27 ที่มี "หนุ่ม-กรรชัย กำเนิดพลอย" และ "หนิง – ปณิตา ธรรมวัฒนะ" เป็นผู้ดำเนินรายการ ได้นำเรื่องราวของ "คุณป๋อง ธนกร ประภา" ผู้ที่มีความคิดอยากจะช่วยเหลือสังคม โดยการคิดค้นโครงการดีดีตามหาเด็กหายขึ้นมา ด้วยการเอารูปเด็กไปขึ้นป้ายโฆษณา และจอแอลซีดี ที่สำคัญไปกว่านั้นได้ทำเป็นสติกเกอร์รูปเด็กหายแปะบนรถเมล์คันแรกของประเทศไทย จะเป็นอย่างไรไปฟังกัน





    ทำไม คุณป๋อง ถึงมีเกณฑ์หลักความคิดในการช่วยเหลือสังคมด้วยการติดป้ายตามหาเด็กหายบนรถเมล์ครับ ?

    คือเดิมทีต้องบอกว่าการตามหาเด็กหาย เราทำร่วมกับมูลนิธิกระจกเงา ซึ่งผมเองทำกับมูลนิธินี้มา 5 ปีและ ก่อนหน้านั้นเราเอาภาพเด็กหายไปขึ้นตามจอแอลซีดีตามสี่แยก เพราด้วยแนวคิดนี้เราเชื่อว่าเด็กส่วนหนึ่งที่หายตัวไป บางทีก็หนีออกจากบ้าน บางทีก็ถูกลักพาตัว ถูกเอามาใช้แรงงาน ซึ่งจุดที่เราจะเจอเด็กพวกนี้ จุดหนึ่งน่าจะเป็นตามสี่แยก ที่เราเจอเด็กมาเช็ดกระจกรถ ไปนั่งขอทาน บางทีเราก็รู้สึกว่าเด็กพวกนี้มันมาจากไหน โดนลักพาตัวมาหรือเปล่า เราก็เลยคิดว่ามันก็เป็นการดีถ้ามีการประชาสัมพันธ์ ณ จุดที่เราจะเจอเด็ก ก็เลยเป็นที่มาที่เราเอารูปเด็กไปขึ้นบนจอ ที่นี้ก็คุยกับทางคุณเอก มูลนิธิกระจกเงา ว่าอยากจะทำอะไรต่อเนื่อง ทีนี้ทางคุณเอกเขาต้องการป้ายบิลบอร์ดสักป้ายนึง ที่ว่าจอเนี่ย มันจะเป็นการออกอากาศสลับกับสินค้าอื่น ๆ ซึ่งมันไม่ได้อยู่นิ่งตลอดเวลา เลยอยากได้สื่อสักอันหนึ่งที่มันสามารถไปได้ตลอดเวลา ไม่ต้องเปลี่ยนภาพ พอมาเป็นบิลบอร์ดเนี่ย เราก็คุยกับทางคุณเอกว่ามันจะมีค่าผลิตค่อนข้างสูง ไวนิลยิ่งใหญ่มันยิ่งแพง ค่าเช่าก็แพงด้วย แต่สำหรับค่าเช่าเนี่ย บริษัทแพลนบี ฯ เขาสามารถสนับสนุนให้ได้อยู่แล้ว แต่มันก็จะมีค่าผลิต ต้องไปจ้างเขาผลิตต่ออีกที ก็เลยคุยกับคุณเอกทางมูลนิธิกระจกเงาว่าลองเปลี่ยนเป็นรถเมล์ไหม เพราะรถเมล์ค่าผลิตมันจะถูกกว่า และถ้าในแง่ของป้ายบิลบอร์ดหนึ่งอันจะได้แค่หนึ่งจุด แต่ถ้ารถเมล์หนึ่งคัน วันหนึ่งจะเฉลี่ยวิ่งอยู่ที่ 150 กิโลเมตร จากเมืองชั้นนอกเข้าชั้นใน คือจะผ่านตาคนที่พบเห็นได้มากขึ้น ก็เลยมีโปรเจ็คนี้ขึ้นมา ซึ่งตอนแรกเราคุยกันค่าผลิตคือจะแยกย้ายกันไปหาสปอนเซอร์ แต่ก็ไม่ได้เลย ก็มาเจอกับคุณเอก มูลนิธิกระจกเงา อีกทีหนึ่งเขาก็บอกว่าวันนี้เขาไประดมทุนค่าสติ๊กเกอร์นี้ผ่านในเว็บเทใจ ซึ่งเป็นเว็บที่ใครอยากจะระดมทุนช่วยเหลือสังคมต่าง ๆ ก็ไปใช้เว็บไซด์นี้ได้ ทีนี้พอผมฟังปุ๊บส่วนตัวผมเองนะมีโปรเจ็คส่วนตัวอยู่แล้วที่จะไปเล่นดนตรีเปิดหมวกหาเงินไปช่วยเหลือมูลนิธิต่าง ๆ 34 ที่ตามอายุตัวเอง ผมก็เลยบอกว่างั้นคุณเอกรบกวนทำกล่องรับบริจาคมาให้หน่อย



    ใช้เงินในการปิดสติ๊กเกอร์เด็กรอบคันประมาณเท่าไหร่ ?

    9 หมื่นบาท สามด้านรอบคันนะครับ ส่วนค่าเช้าคิดเป็นเดือนอยู่ประมาณเดือนละสองสามหมื่น เฉลี่ยต่อหนึ่งคันก็ต้องใช้ประมาณแสนสองต่อหนึ่งเดือน ถ้าเจอเด็กแล้วก็ต้องเปลี่ยนใหม่อีก แต่ถ้าเดือนถัดไปยังไม่เจอมันก็จะมีแต่ค่าเช่า ก็ต้องขอบคุณขสมก.ด้วยที่มีส่วนร่วม เพราะเขาไม่คิดค่าเช่า



    แล้วที่ต้องระดมทุน จะต้องใช้เงินประมาณเท่าไหร่ ?

    จริง ๆ ที่คิดเอาไว้ตอนนั้นระดมทุนอะแค่หนึ่งแสน คือตอนแรกหาคันเดี่ยว ซึ่ง 4 คันที่เหลือทางบรัษท์ก็ช่วยสนับสนุน ตอนนี้เราจะมีทั้งหมด 5 คัน



    แล้วที่ระดมทุน เล่นดนตรีเปิดหมวกคือไปเล่นที่ไหน ?

    จตุจักรบ้าง สยามบ้าง คือเดิมทีเขาไประดมทุนผ่านเว็บเทใจอย่างที่บอกอะ แต่ว่าได้ไม่ครบ ผมก็เลยไปเล่นดนตรี



    ทำไมโครงการดีดีถึงไม่มีใครให้สปอนเซอร์ ?

    ผมว่ามันเป็นอะไรที่ใหม่ เท่าที่คุย ๆ ก็เหมือนแต่ละครอาจจะไม่เข้าใจมากกว่าว่าเราทำอะไรกัน ส่วนมูลนิธิกระจกเงาต้องบอกก่อนว่าเป็นเอ็นจีโอที่เราทำกันด้วยใจ อย่างมิชชั่นตามหาคนหายของมูลนิธิกระจกเงานี่มีคนทำอยู่สองคนเอง



    แรงบันดาลใจที่ทำให้คุณป๋องทำเรื่องราวดีดีแบบนี้คืออะไร ?

    ผมว่ามันมีสองส่วน คือส่วนแรกครับเป็นเรื่องเกี่ยวกับเด็กหายเนี่ย ส่วนตัวผมเคยมีประสบการณ์ทีไปเจอเด็กพลัดหลงอยู่ที่จตุจักร ร้องไห้เสียงดังมากเลย หน้าตาเหมือนเด็กต่างชาติ ปรากฏว่าเราก็ไม่ได้เข้าไปทักว่ามันเกิดอะไรขึ้น จนมีคุณป้าคนหนึ่งเดินมาแล้วก็บอกว่าเด็กคนนี้เป็นออทิสติก เขาเป็นอย่างนี้ประจำอยู่แล้วแล้วเขาก็ดึงเด็กเดินออกไปเลย ซึ่งมันก็คาใจจนถึงทุกวันนี้ ว่าตกลงมันเป็นยังไงกันแน่ ส่วนที่มาเริ่มทำโปรเจ็คตรงนี้ก็คือผมรู้สึกว่าประเทศเราเป็นประเทศที่รอฮีโร่ และรอคนมาทำเรื่องดีดี แต่ผมมีความเชื่อว่าจริง ๆ สังคมมันจะเปลี่ยนแปลงได้เมื่อทุกคนมันต้องช่วยกันทำ ผมก็เลยรู้รู้สึกว่าผมเป็นโนบอดี้ ไม่ได้เป้นใครเลย แต่แค่รู้สึกว่าอยากทำไรสักอย่างหนึ่งก็เลยลงมือทำขึ้นมา อย่างน้อยมันก็มีผลลัพท์ที่มันเกิดขึ้น



    แล้วถ้าตอนนี้ใครที่ทำเด็กหายจะสามารถติดต่อได้ที่ไหน ?

    ถ้าต้องการจะแจ้งคนหาย มูลนิธิกระจกเงาเขาจะมีศูนย์รับแจ้งคนหายอยู่ ส่วนในเรื่องของการประชาสัมพันธ์ขึ้นจอเนี่ย เดี๋ยวทางมูลนิธิกระจกเงาเขาจะติดต่อผมผ่านบริษัทแพลนบี ฯ ซึ่งทางเราก็จะนำขึ้นจอให้ ปกติถ้าเป็นเคสเด็กหายแจ้งมาปุ๊บเราก็จะเอาขึ้นเลย ส่วนในเรื่องของการช่วยเหลือ ถ้าใครอยากจะช่วยเหลือเรื่องการทำสติ๊กเกอร์ติดบนรถเมล์ ก็สามารถติดต่อเข้ามาที่มูลนิธิกระจกเงา เขาก็จะได้ช่วยประสานเข้ามาให้ ซึ่งตอนนี้ก็มีรถเมล์ที่ประกาศตามหาเด็กหายจำนวน 5 คันแล้ว ซึ่งเงินส่วนหนึ่งก็มาจากการที่ผมไปเล่นดนตรี และส่วนหนึ่งก็มาจากมูลนิธิกระจกเงา และก็มีบริษทแพลนบี ฯ ที่เข้ามาช่วยเหลือ และก็ขสมก.ที่ช่วยอีกแรง และรวมถึงประชาชนทั่วไปที่ทราบเรื่องและก็ช่วยกันบริจาคเข้ามา



    [B]อยากฝากอะไรกับคนที่ติดตามชมรายการ ?/B]

    ในส่วนของเรื่องคนหาย เด็กหายนะครับ อยากให้ทุกคน ซึ่งวันนี้สื่อมันมีแล้ว ก็อยากให้ทุกคนช่วยกันสังเกตเพราะสุดท้ายการมีสื่อตรงนี้แต่ทุกคนไม่ใส่ใจกับปัญหาที่มันเกิดขึ้น ผมว่ามันก็ไม่เกิดประโยชน์



    http://www.thaipr.net/entertain/697145




+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด