+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 2/9 หน้าแรกหน้าแรก 1 2 3 4 ... ล่าสุดล่าสุด
#16 - 30
จาก 129 โพส

กระทู้: โครงการปฏิรูปรถเมล์ และการโอนย้ายรถร่วมของกรมการขนส่งทางบก

  1. #16
    สมัครเมื่อ
    Aug 2011
    ที่อยู่
    พระนครบางกอก, กลางสวนบางมด
    โพส
    1,640
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 1,696 ครั้ง ใน 635 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ BTMCTLA ดูโพส
    ดูแล้วกรมฯจะมีแต่น้ำพริก น้ำเงี้ยว

    จะไม่ให้เส้นทางเดินรถซ้ำซ้อนกัน สมมติในกรณ๊ สาย 27 กับ 502
    27 ถึงปากทางลาดพร้าว เลี้ยวเข้าวิภาวดี
    502 ถึงปากทางลาดพร้าว เข้าพหลฯ เหมือนเดิม

    ถ้ามีคนต้องการเดินทางจากเสรีไปสวนจตุจักร ก็ต้องรอ 502 สายเดียว แล้ววันใดวันวันหนึ่ง เกิดมีรถวิ่งในสายแค่ 2 คัน ไม่รอกันเก้อเหรอ หรือไม่ก็ต้องไปต่อรถ
    แบบนี้มันจะลำบากกว่าเดิมไหม แล้วผู้ประกอบการเดินรถจะจัดรถให้เพียงพอและปล่อยรถให้สม่ำเสมอได้หรือไม่ เกิดมีข้ออ้างคนน้อย ทำให้ต้องนานๆปล่อยรถคัน
    ทั้งๆที่ในสายนั้นมีรถมาก หรือ ในสายนั้นอาจเกิดรถเสียน้อย เสียเยอะ ก็ต้องคนกันนานอยู่ดี ถ้าเปลี่ยนแปลงแล้ว ไม่ต่างจากปัจจุบันก็ไม่รู้จะเปลี่ยนเพื่ออะไร
    มันไม่ได้มีแค่เส้นทางหรอกครับ เรื่องเงื่อนไขการเดินรถเช่นจำนวนรถ + ความถี่ ก็ต้องทำกันใหม่ด้วยไม่ให้รถหลาย ๆ สายมาพร้อมกันได้แบบที่ต่างประเทศทำกัน

    สมัยอยู่ต่างประเทศ รถบางเส้นทาง วิ่งแค่ชั่วโมงละคันนะ หลายสายก็ 20-30 นาทีคัน หรือบางสายก็วิ่งแค่เช้าและเย็น บางสายก็วิ่งแค่เฉพาะกลางวัน (ไม่มีเช้า-เย็น) บางสายวิ่งเฉพาะตอนค่ำก็มี (ไม่วิ่งเวลาอื่นเลย)
    ผมไม่ได้แสดงความเห็นให้ใครถูกใจ ผมแค่แสดงความเห็นในสิ่งที่ผมคิด ลองเปิดใจค่อย ๆ คิดตามแล้วเลือกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่คุณเลือก ไม่ใช่อยู่ที่ผม

  2. #17
    สมัครเมื่อ
    Aug 2011
    ที่อยู่
    พระนครบางกอก, กลางสวนบางมด
    โพส
    1,640
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 1,696 ครั้ง ใน 635 โพส
    เส้นทางที่อัพนี่ครบหรือยังครับ?
    ผมไม่ได้แสดงความเห็นให้ใครถูกใจ ผมแค่แสดงความเห็นในสิ่งที่ผมคิด ลองเปิดใจค่อย ๆ คิดตามแล้วเลือกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่คุณเลือก ไม่ใช่อยู่ที่ผม

  3. #18
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ ezybzy ดูโพส
    เส้นทางที่อัพนี่ครบหรือยังครับ?
    ลงไป 3/4
    เหลืออีกประมาณ 40 กว่าสายครับ

  4. #19
    สมัครเมื่อ
    Aug 2011
    ที่อยู่
    พระนครบางกอก, กลางสวนบางมด
    โพส
    1,640
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 1,696 ครั้ง ใน 635 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ Th_jung ดูโพส
    ลงไป 3/4
    เหลืออีกประมาณ 40 กว่าสายครับ
    โอเคครับ ถ้าครบแล้วจะได้ทำความเห็นให้อ่านครับ :)
    ผมไม่ได้แสดงความเห็นให้ใครถูกใจ ผมแค่แสดงความเห็นในสิ่งที่ผมคิด ลองเปิดใจค่อย ๆ คิดตามแล้วเลือกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่คุณเลือก ไม่ใช่อยู่ที่ผม

  5. #20
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    681
    ถูกใจ
    588
    โพสถูกใจ 296 ครั้ง ใน 159 โพส
    สาย 505 ปากเกร็ด-สวนลุม หายไปไหนครับ

  6. #21
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    จับตา 3 ค่ายชิงทางเดินรถใหม่ ล็อกซเล่ย์-ช.ทวี-เบสท์รินฯ
    แห่ประมูลสาย กทม.-ปริมณฑล

    ฐานเศรษฐกิจ
    5 ตุลาคม 2559



    จับตาค่าย ช.ทวี-เบสท์รินกรุ๊ป –ล็อกซเล่ย์ ชิงประมูลเส้นทางเดินรถสายใหม่ในกทม.-ปริมณฑล 5 ต.ค.นี้ ขณะที่ขบ.เรียกรถร่วมเอกชนถกปมภาระหนี้ 400 ล้านหลังรมช.คมนาคมขู่เร่งเคลียร์หนี้ก่อนแข่งประมูลเส้นทางเดินรถ ด้านผู้ประกอบการหวั่นถูก “ขบ.”โยนหนี้ก้อนโตรอบ 2 จากเงื่อนไขโหดให้ปรับปรุงสภาพรถ


    แหล่งข่าวระดับสูงของกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) เปิดเผย “ฐานเศรษฐกิจ” ว่าจากกรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบยกเลิกมติ ครม. เดิมเมื่อวันที่ 11 มกราคม 2526 ที่ระบุให้องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เป็นผู้ประกอบการเดินรถเพียงรายเดียว และรถร่วมฯ เอกชนจะต้องทำสัญญาเข้าร่วมเดินรถกับ ขสมก. โดยหลังจากที่มติ ครม. เดิมดังกล่าวยกเลิกไปแล้ว รถร่วม ขสมก. จะต้องมาขอใบอนุญาตกับขบ.นั้นซึ่งจากกรณีนี้ได้ส่งผลต่อการทำความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนในการนำเสนอข่าวต่อกรณีที่ว่าหากรถร่วมเอกชนไม่เคลียร์ภาระหนี้ต่อ ขสมก. ที่พบว่ามีราว 400 ล้านบาทนั้นก็จะไม่สามารถมาร่วมแข่งประมูลเดินรถในเส้นทางต่างๆ ได้


    “ในสัปดาห์หน้าจะเชิญรถร่วมเอกชนทั้งหมดมาประชุมชี้แจงพร้อมหารือถึงรายละเอียดเพื่อนำไปกำหนดไว้ในเงื่อนไขการประมูลเดินรถในเส้นทางต่างๆที่ ขบ. ศึกษาเอาไว้แล้ว ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความชัดเจนในบทบาทและแนวทางกำกับดูแลการเดินรถโดยสารในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยกำหนดให้ ขบ. เป็นผู้กำกับดูแล แต่เพียงผู้เดียว และให้ ขสมก. เป็นเพียงผู้ประกอบการเดินรถรายหนึ่ง ซึ่งจะทำให้เกิดการแข่งขันด้านการให้บริการเดินรถประจำทางในกรุงเทพมหานครอย่างเป็นธรรม”


    ปัจจุบันรถร่วมเอกชนที่มีสัญญากับ ขสมก.มีทั้งสิ้น 111 สัญญา โดยมีเส้นทางให้บริการรวมทั้งรถ ขสมก. และรถร่วม 225 เส้นทาง แต่จะมีการปรับเส้นทางใหม่เพิ่มเป็น 250-260 เส้นทางโดยสัญญารถร่วมเอกชนจะครบกำหนดในปี 2561


    ด้านนางภัทรวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทาง กล่าวว่า จนถึงขณะนี้ยังไม่มีความมั่นใจว่าภาครัฐจริงใจให้ความช่วยเหลือต่อรถร่วมเอกชน เห็นได้จากการที่ผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงคมนาคมออกมาระบุว่ารถร่วมเอกชนจะต้องไปเคลียร์ภาระหนี้ราว 400 ล้านบาทกับขสมก.ให้เรียบร้อยก่อนจึงจะมีสิทธิ์เข้ามาร่วมประมูลเดินรถเส้นทางใหม่ที่ขบ.จัดเตรียมไว้ ทั้งอาจระบุให้ปรับปรุงสภาพรถแต่ละคันอีกด้วย นั่นคือภาระหนี้ก้อนใหม่ที่จะถาโถมเข้ามาให้เป็นภาระกับรถร่วมเอกชน


    “วันที่ 5 ตุลาคมนี้ได้รับเชิญเข้าหารือร่วมกับขบ.ซึ่งจะต้องขอรอดูก่อนว่าเมื่อเซ็นรับสภาพภาระหนี้แล้วจะส่งผลกระทบอย่างไรต่อไป จะนำไปเป็นประเด็นในการฟ้องร้องให้ขาดคุณสมบัติในการเข้าร่วมแข่งประมูลเดินรถเส้นทางใหม่หรือไม่ และจะมีเงื่อนไขอะไรออกมากีดกันรถร่วมเอกชนไม่ให้เข้าร่วมประมูลเดินรถในเส้นทางใหม่อีกหรือไม่ ประการสำคัญให้จับตา กลุ่มบริษัทช.ทวีดอลลาเซียน กลุ่มบริษัทล็อกซเล่ย์ และกลุ่มบริษัทเบสท์รินกรุ๊ป ว่าจะได้รับเชิญเข้ามาร่วมประมูลเดินรถเส้นทางสายใหม่นี้หรือไม่ ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มมีความพร้อมทั้งสิ้น”


    นางภัทรวดีกล่าวอีกว่าหากผลการเจรากับ ขบ.ไม่สามารถสรุปความชัดเจน จะขอเข้าพบนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอถึงปมปัญหาหนี้สินราว 400 ล้านบาทที่เกิดจากภาครัฐประเคนมาให้รถร่วมเอกชนทั้งสิ้น เนื่องจากขณะนั้นภาครัฐขอชะลอเรื่องการปรับราคาค่าโดยสารกับรถร่วมเอกชน แต่วันนี้กลับนำเรื่องดังกล่าวมาเป็นประเด็นเงื่อนไขกับรถร่วมเอกชนจึงเห็นว่าไม่ยุติธรรมกับรถร่วมเอกชน


    “ณ วันนี้ยังคงยืนยันว่าไม่มีความพร้อมที่จะผ่อนชำระหนี้ดังกล่าว อีกทั้งยังไม่มีงบก้อนใหม่ไปลงทุนแน่ๆหากมีการกำหนดเงื่อนไขที่ยุ่งยากระบุไว้ในการแข่งประมูลเดินรถเส้นทางตามแผนแม่บทฉบับใหม่”นางภัทรวดีกล่าว



    http://www.thansettakij.com/2016/10/05/102352


    ---------

    เรียกรถเมล์เอกชนทำความเข้าใจ
    ตั้งเป้าปฏิรูประบบรถโดยสารใหม่ใน 2 ปี

    ช่อง 7 สี
    5 ตุลาคม 2559



    นายเอกชัย สุมาลี ที่ปรึกษาแผนปฏิรูปเส้นทางเดินรถโดยสารสาธารณะ กล่าวว่าจะใช้เวลา 2 ปี ปฏิรูประบบรถโดยสารใหม่ ซึ่งการเข้ามากำกับดูแลรถเมล์ของกรมการขนส่งทางบก จะปฏิรูปโครงข่ายเส้นทางรถเมล์ในกรุงเทพฯ และปริมณฑลใหม่ โดยจำนวนเส้นทางวิ่งรถเพิ่มขึ้น แต่ระยะทางวิ่งจะสั้นลง ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการวิ่งทับซ้อนเส้นทางลงได้ 50 % และจะครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น


    ทั้งนี้ผู้ประกอบการจะต้องแข่งขันประมูลเส้นทาง โดยต้องนำเสนอแผนการเดินรถ การให้บริการ การปรับปรุงประสิทธิภาพ ต้นทุน และอู่รถ รวมถึงค่าโดยสารที่สามารถให้บริการได้เข้ามา ซึ่งกรมการขนส่งจะพิจารณาเลือกผู้ที่มีความเหมาะสมในการเสนอราคาประมูล จะทำให้ผู้ประกอบการแข่งขันในการให้บริการมากขึ้น


    โดยกรมการขนส่งทางบก จะมีกฎเกณฑ์ในการกำหนดเพดานค่าโดยสาร รวมถึงความถี่ และจำนวนรถในการวิ่งแต่ละเส้นทาง ซึ่งจะให้คะแนนในการพิจารณาเลือกผู้เดินรถ ซึ่งการเข้าร่วมเดินรถกับกรมการขนส่งทางบก ผู้ประกอบการจะไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียมรายวัน โดยจ่ายเพียงค่าสัมปทานเดินรถครั้งแรกเท่านั้น

    ด้านนายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร ผู้อำนวยการสำนักงานขนส่งผู้โดยสาร กล่าวว่า กรมการขนส่งทางบก อาจจะมีการออกประกาศยกเลิกเส้นทางเดินรถ แต่ผู้ประกอบการที่ยังมีสัญญาร่วมเดินรถกับ ขสมก. กรมการขนส่งทางบก จะออกใบอนุญาตชั่วคราวให้เดินรถในเส้นทางเดิมไปก่อน ซึ่งต้องจ่ายค่าธรรมเนียมปี 1,000 บาท แต่เมื่อหมดสัญญาต้องเข้าสู่กระบวนการประมูลและขอใบอนุญาตใหม่ตามระบบ


    โดยการหารือครั้งนี้เป็นเพียงการรับฟังความคิดเห็น เพื่อปรับปรุงระบบรถเมล์ให้ดีขึ้น ทำให้ประชาชนได้รับบริการที่ดีขึ้น และผู้ประกอบการมีรายได้ที่สะท้อนต้นทุนมากขึ้น และจะนำข้อคิดเห็นไปร่วมหารือกับสภาพัฒน์ฯ ต่อไป


    ด้านผู้ประกอบการรถเอกชนร่วมบริการ กล่าวว่า พร้อมร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก แต่ยังติดขัดปัญหาเรื่องภาระหนี้สินที่ต้องสะสางกับทาง ขสมก. และกังวลว่า หากลงทุนพัฒนารถแล้ว แต่ไม่สามารถประมูลการเดินรถได้ จะส่งผลกระทบและสร้างความเสียหาย ทำให้ผู้ประกอบการอาจไม่สามารถอยู่ได้



    http://news.ch7.com/detail/196518/เรียกรถเมล์เอกชนทำความเข้าใจปฏิรูปรถเมล์.html


    ----------

    รถร่วมฯ ขอ ขสมก.ยกหนี้กว่า 400 ล้านบาท
    ไทยพีบีเอส
    5 ตุลาคม 2559



    กรมขนส่งทางบก เปิดเวทีแจกแจงแนวทางปฏิบัติ หลังมติ ครม.ให้โอนรับผิดชอบรถโดยสาร ทั้งเพิ่มเส้นทาง-ลดซ้ำซ้อน-ผู้โดยสารได้นั่งรถใหม่ พร้อมย้ำการประมูลเส้นทางรถ เน้นด้านบริการไม่ใช่ตัวเงินที่เสนอสูงสุด


    วันนี้ (5 ต.ค.2559) ผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางรถร่วมบริการ ขสมก.กว่า 75 ราย เข้ารับฟังแนวทางปฏิบัติ หลังคณะรัฐมนตรีเห็นชอบให้กรมขนส่งทางบก เป็นผู้ดูแลระบบรถโดยสารประจำทางแทน ขสมก. โดยนายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร ผู้อำนวยการขนส่งโดยสาร กรมขนส่งทางบก กล่าวว่า กระบวนการปฏิรูประบบโดยสาร จากนี้จะออกประกาศยกเลิกเส้นทางโดยสาร แต่รถร่วม ขสมก.ยังสามารถเดินรถได้


    โดยกรมจะออกประกาศหรือเสนอใช้มาตรา 44 รองรับการออกใบอนุญาตชั่วคราว ก่อนเข้ากระบวนการเจรจาและรับคำขอให้บริการทั่วไป หรือเปิดประมูล คาดใช้เวลาประมาณ 2 ปี จากนั้นจะจัดระเบียบปฏิรูปรถตู้โดยสารลักษณะเดียวกันต่อไป พร้อมเร่งหาข้อยุติปัญหาหนี้สินระหว่าง ขสมก.และรถร่วมเพื่อให้สามารถปฏิรูประบบรถโดยสารเกิดขึ้นได้


    นางภัทราวดี กล่อมจรูญ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถโดยสารประจำทางรถร่วมบริการ ขสมก.เรียกร้องให้รัฐบาลยกหนี้ให้รถร่วมทั้ง 75 ราย วงเงินกว่า 400 ล้านบาท เนื่องจากเป็นหนี้ที่เกิดจากความไม่ชัดเจน และสับสนจากการดำเนินนโยบาย พร้อมระบุว่าหากรัฐตั้งเงื่อนไข ว่าต้องชำระหนี้ก่อนเข้าประมูลภายในปี 2561 อาจกดดันให้รถร่วมมากกว่าร้อยละ 90 ต้องหยุดให้บริการ


    ทีมคณะที่ปรึกษาโครงการศึกษาแผนแม่บทพัฒนาระบบรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ระบุว่า ภาพรวมการเปลี่ยนผ่านรูปแบบบริหารครั้งนี้ จะทำให้เกิดเส้นทางใหม่เพิ่มขึ้นครอบคลุมพื้นที่มากขึ้นร้อยละ 50 ลดเส้นทางทับซ้อนลงร้อยละ 50 ทำให้ระยะทางเฉลี่ยสั้นลง ค่าใบอนุญาตถูกลง และผู้ประกอบการไม่ต้องจ่ายค่าร่วมบริการให้ ขสมก.อีกต่อไป



    https://news.thaipbs.or.th/content/256370

  7. #22
    สมัครเมื่อ
    Aug 2011
    ที่อยู่
    พระนครบางกอก, กลางสวนบางมด
    โพส
    1,640
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 1,696 ครั้ง ใน 635 โพส
    พี่ไม่ได้มาเล่น ๆ ซินะ :p
    ผมไม่ได้แสดงความเห็นให้ใครถูกใจ ผมแค่แสดงความเห็นในสิ่งที่ผมคิด ลองเปิดใจค่อย ๆ คิดตามแล้วเลือกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่คุณเลือก ไม่ใช่อยู่ที่ผม

  8. #23
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ลุ้น 3 กลุ่มทุนชิงเค้กก้อนใหม่
    250 เส้นทางเดินรถกทม.-ปริมณฑล

    ฐานเศรษฐกิจ
    10 ตุลาคม 2559



    แม้ว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) จะอนุมัติให้โอนย้ายรถร่วมบริการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ไปขึ้นตรงกับกรมการขนส่งทางบก(ขบ.) แล้วก็ตามแต่ดูเหมือนเรื่องจะยังไม่จบลงง่ายเนื่องจากมีอีกหลายประเด็นที่การเจรจาไม่จบไปก่อนที่ครม.จะอนุมัติออกมาโดยเฉพาะประเด็นภาระหนี้รถร่วมเอกชนที่ยังติดค้างขสมก.อยู่กว่า 400 ล้านบาทโดยจะมีการหารือร่วมระหว่างขบ.กับรถร่วมเอกชนในวันที่ 4 ตุลาคมนี้ ซึ่งเมื่อรายงานนี้ปรากฏผลการเจรจาคงจะได้ข้อสรุปในระดับหนึ่งแล้ว


    แต่ประเด็นที่จะต้องติดตามกันต่อไปหลังผลการเจรจาคือ “การประมูลเส้นทางเดินรถ” ที่ขบ.ว่าจ้างให้สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง(สจล.)ศึกษา เบื้องต้นคาดว่าจะมีจำนวน 250-260 เส้นทางใหม่ครอบคลุมพื้นที่กรุงเทพฯ-ปริมณฑล




    2 กลุ่มใหญ่เล็งผนึกทุนเดิมสู้ประมูล

    ประเด็นที่น่าสนใจคือเส้นทางสายใหม่จะสามารถแก้ไขปัญหาการเดินรถและการบริการได้อย่างที่เป็นปัจจุบันนี้มากน้อยแค่ไหน ผู้ประกอบการรายเดิมจะผ่านเงื่อนไขการประมูลไปได้สักกี่ราย จะมีการร่วมกันระหว่างรายเดิมกับรายใหม่เกิดขึ้นหรือไม่ และรายใหม่ที่เป็นยักษ์ใหญ่ในวงการผู้ผลิตรถอย่างกลุ่ม ช.ทวี ดอลลาเซียน กลุ่มเบสท์รินกรุ๊ป และกลุ่มล็อกซเล่ย์ ที่ล่าสุด “คณิสสร์ ศรีวชิระประภา” หรือ “เค่อ นั่ว หลิน” ผู้บริหารระดับสูงของกลุ่มเบสท์รินกรุ๊ปและ “สุรเดช ทวีแสงสกุลไทย” ของกลุ่มช.ทวี ดอลลาเซียนยืนยันหนักแน่นว่าจะเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้อย่างแน่นอน ส่วน”โกศล สุรโกมล” ของกลุ่มล็อกซเล่ย์ ยังอุบไต๋ และไม่ขอเปิดเผยในช่วงนี้จนกว่าจะใกล้ช่วงเวลาการประมูลจึงจะขอเปิดเผยว่าจะสู้หรือจะถอย


    กรณีทั้ง 3 กลุ่มใหญ่ที่ได้รับการคาดหมายว่าจะเข้าร่วมแข่งขันประมูลเดินรถทั้งกว่า 250 เส้นทางนั้นต้องจับตากันต่อไปว่าจะแบ่งเค้กกันลงตัวอย่างไร มีรายไหนร่วมกับใครกันบ้าง ทั้งรายใหม่อย่างเบสท์รินกรุ๊ปที่สายสัมพันธ์ระหว่างนายบรรยง อัมพรตระกูล หนึ่งในหุ้นส่วนผู้ประกอบการเดินรถรายใหญ่ในพื้นที่ลาดกระบัง-พระโขนงกับเบสท์รินกรุ๊ป หรือกลุ่มช.ทวี ดอลลาเซียนที่ “สุรเดช” มีนัดร่วมกับผู้ประกอบการรถร่วมเอกชนกลุ่มหนึ่งทานข้าวกลางวันเมื่อวันที่ 3 ตุลาคมที่ผ่านมาคาดว่าจะเจรจาผนึกทุนเข้าร่วมแข่งขันในครั้งนี้


    การผนึกพันธมิตรเพื่อเปลี่ยนโฉมการให้บริการและเดินรถโดยสารสาธารณะภายใต้บริบทใหม่ที่มีขบ. เป็นผู้ควบคุมในเขตพื้นที่กทม.-ปริมณฑลคงจะแข่งขันกันดุเดือดแน่ๆและท่าไม่ผิดเพี้ยนออกไปคงจะมีผู้ประกอบการ 2 รายคือกลุ่มช.ทวีฯและกลุ่มเบสท์รินเข้าไปแข่งขันกันในช่วงโค้งสุดท้าย ซึ่งอาจจะต้องมีกรณีความล่าช้าให้ได้เห็นกันอีกกับอมตะคดีที่เกิดขึ้นในหน่วยงานขสมก.กับปมการฟ้องร้องของทั้ง 2 ค่ายดังกล่าวที่เป็นไม้เบื่อไม้เมากันมาโดยตลอด ซึ่ง “บิ๊ก”ในกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานขบ.หรือขสมก.ได้แต่ทำตาปริบๆเท่านั้น


    ปัจจัยหนึ่งนั้นคือศักยภาพด้านเงินทุนของผู้ประกอบการรายใหม่จะมีมากกว่ารายเดิมที่ดูเหมือนว่าแต่ละรายมีภาระหนี้ผูกพันกันมานาน ทั้งหนี้ที่เกิดจากภาครัฐนำมาข้อให้รับไปก่อน และหนี้ที่เกิดขึ้นจากการลงทุนทางธุรกิจของแต่ละบริษัทเอง จนส่งผลกระทบให้หลายบริษัทไม่มีเครดิตที่แม้จะกู้สถาบันการเงินมาเพิ่มสภาพคล่อง แต่ว่ายังมีทุนทางธุรกิจอยู่บ้าง อาทิ มีรถในสังกัดหลายร้อยคัน มีอู่จอดรถ มีพนักงานขับรถที่พร้อมจะเข้าไปรับหน้าที่ได้ทันที




    สจล.เร่งเปิดฟังความเห็นเส้นทางใหม่

    โจทย์ใหญ่ที่ ขบ.ควรต้องคิดให้รอบคอบคือจะทำอย่างไรถึงจะให้มีรถบริการทุกเส้นทางได้เหมือนเดิม ไม่ขาดช่วง มีรถใหม่ จำนวนเที่ยวเพียงพอ เส้นทางไม่ซ้ำซ้อนอีกต่อไป และหากต้องหักดิบกับรายเดิมเพื่อเปิดช่องให้รายใหม่แล้วศักยภาพการลงทุนมีมากก็จริงแต่อู่จอดรถ พนักงานขับรถจะหาได้รวดเร็วนี้ได้จากไหน ดังนั้นจึงต้องจับตาว่าคนขับ-กระเป๋าของผู้ประกอบการรายเดิมที่หลายรายในปัจจุบันขาดแคลนอยู่แล้วนั้นจะถูกซื้อตัวไปอยู่รายใหม่มากน้อยแค่ไหน ด้วยการประเคนรายได้สวัสดิการที่ดีขึ้นกว่าปัจจุบันนี้ ซึ่งหากทำได้ตามนี้จึงดูไม่ออกเลยว่าผู้ประกอบการรายเดิมจะมีทางออกอย่างไร อีกทั้งหากขบ.กำหนดเงื่อนไขที่เข้มข้นอีกมากมายจนอาจส่งผลให้รายเดิมท้อใจขายกิจการทิ้งผลกระทบที่ตามมาจะมีมากน้อยขนาดไหน สิ่งเหล่านี้ผู้บริหารกระทรวงคมนาคม กรมการขนส่งทางบกคงจะไม่มองข้ามไปแน่ๆ


    ขณะนี้ สจล.อยู่ระหว่างการเปิดรับฟังความเห็นประชาชนต่อกรณีเส้นทางเดินรถที่จะปรับปรุงใหม่ทั้งกว่า 250 เส้นทางพร้อมกับปรับปรุงแผนแม่บทการให้บริการเดินรถโดยสารสาธารณะในเขตพื้นที่กทม.-ปริมณฑล หลังจากนั้นจึงจะนำเสนอ ขบ.และกระทรวงคมนาคมเร่งผลักดันต่อไป ส่วนกระบวนการสุดท้ายว่าจะมีผู้ประกอบการสักกี่รายได้เข้าไปเดินรถ ใครผนึกกับใครบ้าง บริการจะเป็นมิติใหม่มากน้อยแค่ไหนอย่างไร ปี 2560 นี้คงจะได้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้นกับมติใหม่ของการให้บริการรถโดยสารสาธารณะใน กทม.-ปริมณฑลที่ขึ้นตรงกับ ขบ. ภายใต้แผนแม่บทใหม่ที่คาดว่าจะประกาศใช้ในปี 2560 นี้ แต่ที่แน่ๆ อัตราค่าโดยสารยังคงต้องติดตามกันต่อไป



    http://www.thansettakij.com/2016/10/10/103251

  9. #24
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส

  10. #25
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    เสนอใช้ ‘ม.44’ ยกเลิกสัมปทาน รถร่วมขสมก.ทั้งหมด
    ข่าวสด
    28 ตุลาคม 2559



    นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม และประธานคณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลาง เปิดเผยถึงผลการประชุมวานนี้(27ต.ค.)ว่า คณะกรรมการควบคุมการขนส่งทางบกกลางว่า เตรียมนำเสนอนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม พิจารณารายละเอียดการใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 มาตรา 44 เพื่อยกเลิกสัญญาการเดินรถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพและปริมณฑลของเอกชนที่ทำไว้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) ทั้งหมด 111 สัญญา โดยพบรายที่เหลืออายุสัญญามากสุดคือประมาณ 7 ปี ทั้งนี้เพื่อจัดระเบียบการกำกับดูแลการเดินรถโดยสารสาธารณะใหม่ทั้งหมด ภายหลังจาก คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้ขบ. เข้ามาทำหน้าที่เป็นหน่วยงานด้านกำกับดูแทน ขสมก. โดยให้ ขสมก. เป็นผู้ประกอบการเดินรถเพียงอย่างเดียว


    ตามขั้นตอน นายอาคม จะพิจารณาข้อเสนอก่อนหากเห็นชอบ ก่อนส่งต่อไปยังนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เสนอพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. พิจารณา และต้องนำเข้า ครม.เพื่ออนุมัติด้วย จากนั้นจึงจะออกเป็นรอประกาศลงในราชการกิจจานุเบกษาจึงจะมีผลบังคับใช้อย่างเป็นทางการ


    “เราจำเป็นต้องใช้ ม.44 เพราะอายุสัญญาของผู้ประกอบการเดินรถประจำทางแต่ละรายหมดอายุไม่เท่ากัน จึงต้องใช้ ม.44มาช่วย โดยจะต้องยกเลิกไลเว๋นส์ใหม่ทั้งหมด หรือเซ็ตซีโร่ เพื่อทำให้ทุกสัญญาหมดอายุในวันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา พร้อมกันทั้งหมด”นายดรุณ กล่าวและว่าเมื่อการยกเลิกสัญญาทุกรายแล้ว ขบ. จะเป็นผู้พิจารณาเรื่องของการเยียวยาเอกชนที่ได้รับผลกระทบจากการยกเลิกสัญญา เช่น กรณีที่สัญญาเหลือ 3 ปี หรือ 5 ปี เบื้องต้นจะผ่อนผันให้ไปจนถึงสิ้นปี 2561 จากนั้นจะเปิดให้ยื่นคำขอเพื่อคัดเลือกแข่งขันกันเป็นผู้ให้บริการในเส้นทางที่กำหนดต่อไป โดย ขบ.ได้นำเสนอหลักเกณฑ์ให้ที่ประชุมทราบแล้ว แต่ที่ประชุมได้ให้ไปดำเนินการเพิ่มเติมเพื่อนำมาเสนออีกครั้ง



    https://www.khaosod.co.th/economics/news_71738#


    ---------

    ชง 'ม.44' เซ็ตซีโร่ รถร่วมขสมก.
    VOICE TV
    28 ตุลาคม 2559



    คมนาคม' เตรียมเสนอใช้ ม.44 ยกเลิกสัญญารถร่วมขสมก. ทั้งหมด 111 สัญญา หลังมติครม. กำหนดให้ 'กรมขนส่งทางบก' คุมแทน


    นายดรุณ แสงฉาย รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยถึงผลการประชุมว่า นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม กำลังพิจารณาการใช้ อำนาจมาตรา 44 ตามรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ยกเลิกสัญญาการเดินรถโดยสารประจำทางในกรุงเทพมหานครและปริมณฑลที่ทำไว้กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ทั้งหมด 111 สัญญา เพื่อจัดระเบียบตามมติคณะรัฐมนตรี ให้กรมขนส่งทางบก(ขบ.) เข้ามาทำหน้าที่แทนขสมก. ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนเสนอให้พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช.พิจารณาต่อ และรอประกาศลงในราชกิจจานุเบกษา


    อย่างไรก็ดีการเสนอใช้มาตรา 44 เนื่องจากอายุสัญญาของผู้ประกอบการแต่ละรายไม่เท่ากัน จึงมีความจำเป็นเพื่อให้สัญญาหมดอายุพร้อมกันทั้งหมด และขบ.เป็นผู้พิจารณามาตราเยียวยาคู่สัญญาที่ยังไม่หมดอายุต่อไป



    http://news.voicetv.co.th/business/426210.html

  11. #26
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    415
    ถูกใจ
    23
    โพสถูกใจ 643 ครั้ง ใน 213 โพส
    ถึงว่าสิ ทำไมกิจการรถร่วมถึงไม่สั่งรถใหม่เข้ามาเลย มีแต่จะขายรถตัวเองทิ้งหมด ก็ยังสงสัยอยู่ พอข่าวต่างๆเริ่มแถลงออกมา ความจริงก็เริ่มค่อยๆกระจ่าง
    การเดินรถในอนาคต ใครมีบริษัทนำเข้าและต่อรถได้ ก็จะเป็นต่อบริษัทอื่นๆ เพราะต่อไปจะใช้ระบบคนขับแล้วระบบตั๋วร่วม ถ้าบริษัทมีรถและอะไหล่ที่ต่ำที่สุดได้
    บริษัทนั้นจะได้เปรียบที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านมา รถร่วมใช้ระบบขับไปซ่อมไป แต่อนาคต เจ้าของรถบัสจะโดดลงมาเดินรถเอง เถ้าแก่ อาซ๊อ เล็กๆเจ้าเดิมทุนน้อยทั้งหลายก็คงไปสู้ไม่ไหว

  12. #27
    สมัครเมื่อ
    Aug 2011
    ที่อยู่
    พระนครบางกอก, กลางสวนบางมด
    โพส
    1,640
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 1,696 ครั้ง ใน 635 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ yo408 ดูโพส
    ถึงว่าสิ ทำไมกิจการรถร่วมถึงไม่สั่งรถใหม่เข้ามาเลย มีแต่จะขายรถตัวเองทิ้งหมด ก็ยังสงสัยอยู่ พอข่าวต่างๆเริ่มแถลงออกมา ความจริงก็เริ่มค่อยๆกระจ่าง
    การเดินรถในอนาคต ใครมีบริษัทนำเข้าและต่อรถได้ ก็จะเป็นต่อบริษัทอื่นๆ เพราะต่อไปจะใช้ระบบคนขับแล้วระบบตั๋วร่วม ถ้าบริษัทมีรถและอะไหล่ที่ต่ำที่สุดได้
    บริษัทนั้นจะได้เปรียบที่สุด ตลอดเวลาที่ผ่านมา รถร่วมใช้ระบบขับไปซ่อมไป แต่อนาคต เจ้าของรถบัสจะโดดลงมาเดินรถเอง เถ้าแก่ อาซ๊อ เล็กๆเจ้าเดิมทุนน้อยทั้งหลายก็คงไปสู้ไม่ไหว
    รายเล็กคงไปทำรถหมวด 4 ครับ (อันนี้พูดถึงระดับมินิบัสนะ) ไม่งั้นคงต้องเปลี่ยนสภาพเป็นรับจ้างทั่วไปแล้วดูแลรถให้ดีจะได้รับงานได้
    ผมไม่ได้แสดงความเห็นให้ใครถูกใจ ผมแค่แสดงความเห็นในสิ่งที่ผมคิด ลองเปิดใจค่อย ๆ คิดตามแล้วเลือกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่คุณเลือก ไม่ใช่อยู่ที่ผม

  13. #28
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ประเดิม 8 สายชวนเอกชนเดินรถเมล์
    เดลินิวส์
    13 ธันวาคม 2559



    กรมการขนส่งทางบกเตรียมกำกับดูแลรถเมล์แทน ขสมก.ปีหน้าประเดิมนำร่อง 8 สายก่อนซึ่งเป็นเส้นทางใบอนุญาตจะหมดอายุ ชวนเอกชนสนใจเข้าร่วม เตรียมเสนอเพิ่มวงเงินประกันจาก 1.4 แสนเป็น 3 แสนบาท เพิ่มกฏบริการไม่ดีเจอแบล๊คลิสต์ 5 ปี


    นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการขนส่งทางบกกลางเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา มีมติเห็นชอบในหลักการให้กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลหรือเรคคูเรเตอร์รถโดยสารประจำทางในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล แทนองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ตามมติครม.เมื่อวันที่ 27 ก.ย.59 ไปจัดทำหลักเกณฑ์เปิดให้ผู้ประกอบการเอกชนที่สนใจเข้าร่วมเดินรถโดยสารนำร่องใน 8 เส้นทาง ประกอบด้วย

    1. สายศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ - คลองตัน
    2. สายมีนบุรี - หัวลำโพง
    3. สายสวนสยาม - บางรัก
    4. สาย ม.รามคำแหง 2 (วิทยาเขตบางนา) - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ทางด่วน)
    5. สาย ม.รามคำแหง 2 (วิทยาเขตบางนา) - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ
    6. สายพระประแดง-สถานีรถไฟธนบุรี
    7. สายวงกลมกรุงธน - บางลำพู
    8. สายวัดปากน้ำ จ.นนทบุรี - สายใต้ (พระปิ่นเกล้า)



    หลังจากขบ.มาทำหน้าที่กำกับดูแลแทน เพื่อให้สามารถเดินรถได้ในปี 60 โดยเส้นทางที่นำมาจัดสรรครั้งนี้ เป็นเส้นทางที่ใบอนุญาตกำลังจะหมดอายุและหมดอายุแล้ว


    นายสมศักดิ์ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมยังอนุมัติเงื่อนไขรถรับจ้างไม่ประจำทางว่า จะต้องเพิ่มวงเงินการทำประกันชีวิตเป็น 300,000 บาท จากเดิมอยู่ที่ 140,000 บาท เพราะถ้าเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะได้ไม่เป็นภาระกับผู้ประกอบการเดินรถ ให้ ขบ.เรียกประชุมผู้ประกอบการทำความเข้าใจเรื่องดังกล่าว พร้อมให้ไปศึกษาว่าหากเพิ่มวงเงินประกันเพิ่มเป็น 500,000 บาทผู้ประกอบการดำเนินการได้หรือไม่ เพราะจะทำให้การบริการมีคุณภาพมากขึ้น


    นอกจากนี้การให้บริการในแต่ละครั้งผู้ประกอบการเดินรถจะต้องลงทะเบียนให้ชัดเจนว่า คนขับรถโดยสารเป็นใคร อายุเท่าไหร่ และแจ้งเส้นทางการเดินรถให้กับผู้ว่าจ้าง หรือผู้โดยสารทราบหากมีการเหมาเดินรถจะต้องบอกผู้ว่าจ้างว่าจะเดินรถเส้นทางไหน หรือมีเส้นทางไหนให้ลูกค้าได้เลือกและผู้ว่าจ้างสามารถเห็นสภาพรถก่อนใช้บริการได้ ขณะที่คนขับรถต้องมีแผนการเดินทางชัดเจนและรู้เส้นทางว่าต้องผ่านจุดไหนบ้าง ต้องแจ้งเส้นทางให้ผู้โดยสารทราบด้วย หากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นขนส่งจะได้มีข้อมูลรายละเอียดตรวจสอบได้ชัดเจน จากเดิมที่ไม่มีข้อมูลตรงนี้ ซึ่งเหมือนกับการให้บริการผู้โดยสารของสายการบินต่าง ๆ ตามนโยบายของนายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม และนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รมช.คมนาคม ที่ต้องการให้เกิดความปลอดภัยในการเดินทาง



    นายเชิดชัย สนั่นศรีสาคร รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) กล่าวว่า ในวันที่ 20 ธ.ค.นี้เตรียมออกประกาศเชิญชวนให้เอกชนยื่นเอกสารเดินรถใน 8 เส้นทาง ให้เวลายื่นข้อมูล 30 วันตามกฎหมาย หลังจากนั้นจะใช้เวลาพิจารณาว่าเอกชนรายใดผ่านเกณฑ์เดือน ม.ค. 60 ขณะเดียวกันจะทยอยประกาศเส้นทางใหม่ที่ ขบ.จัดสรรกว่า 200 เส้นทางเพื่อให้เอกชนและ ขสมก.ยื่นเอกสารเดินรถได้ครบทุกเส้นทางที่ ขบ.กำหนดในปี 61


    สำหรับเงื่อนไขเบื้องต้นในการพิจารณาผู้ประกอบการนั้นจะมีความเข้มงวดมากกว่าที่ผ่านมา เช่น กำหนดให้ผู้ประกอบการเดินรถทำประกันภัยบุคคลที่ 3 ประกันสภาพรถ และตัวรถมากขึ้น รวมถึงยกระดับการให้บริการ ซึ่งหากบริษัทไหนบริการดีจะได้คะแนนเพิ่มขึ้น ถือเป็นแต้มต่อในการพิจารณาต่อใบอนุญาต ส่วนสัญญาการเดินรถปกติอยู่ที่ 7 ปี แต่ถ้าบริการไม่ดีนอกจากจะไม่ต่อสัญญาหรือถูกเพิกถอนเส้นทางแล้ว จะต้องถูกขึ้นบัญชีดำหรือแบล็คลิสต์ 5 ปีด้วย ขณะเดียวกันผู้ประกอบการต้องมีความมั่นคงในการทำธุรกิจ มีโครงสร้างการบริหารงานอย่างเป็นระบบ หรือเป็นมืออาชีพ และต้องเป็นนิติบุคคลเท่านั้น รวมถึงจะต้องมีการจัดฝึกอบรมให้ความรู้ให้บริการกับพนักงานอย่างสม่ำเสมอ โดยใช้หลักเกณฑ์นี้กับ ขสมก.ด้วย



    http://www.dailynews.co.th/economic/542305


    --------

    สายศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะ - คลองตัน >> 126 เปลี่ยนเส้นทาง
    สายมีนบุรี - หัวลำโพง >> 113 เดิม
    สายสวนสยาม - บางรัก >> 115 เปลี่ยนเส้นทาง
    สาย ม.รามคำแหง 2 (วิทยาเขตบางนา) - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ (ทางด่วน) >> 139 เดิม
    สาย ม.รามคำแหง 2 (วิทยาเขตบางนา) - อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ >> 38 ตัดเสริม
    สายพระประแดง-สถานีรถไฟธนบุรี >> 85 เปลี่ยนเส้นทาง(ไปเยอะ)
    สายวงกลมกรุงธน - บางลำพู >> 56 ผ่านราชดำเนิน
    สายวัดปากน้ำ จ.นนทบุรี - สายใต้ (พระปิ่นเกล้า) >> 30+65

  14. #29
    สมัครเมื่อ
    Aug 2011
    ที่อยู่
    พระนครบางกอก, กลางสวนบางมด
    โพส
    1,640
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 1,696 ครั้ง ใน 635 โพส
    วัดปากน้ำ - สายใต้ มันก็คล้าย ๆ 30 เดิมนะ (เพราะ 30 เดิมไปกลับรถตรงคลองบางเขน เกือบจะ มจพ. แล้ว) แต่ถ้าวิ่งไปทางบางซื่อนี่ก็คือสาย 65 เลย

    56 ตามสัมปทานเข้าใจว่าผ่านราชดำเนินนะ (ผ่านตรงเฉลิมไทย - แยกคอกวัว)

    น่าแปลกที่ทำไมขนส่งไม่ประหลาดเป็นเลขสายมาเลย หรือยังไม่ลงตัวว่าจะเอาเลขสายอะไรก็เลยเอาชื่อเส้นทางมาอย่างเดียว?
    ผมไม่ได้แสดงความเห็นให้ใครถูกใจ ผมแค่แสดงความเห็นในสิ่งที่ผมคิด ลองเปิดใจค่อย ๆ คิดตามแล้วเลือกที่จะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ทุกอย่างอยู่ที่คุณเลือก ไม่ใช่อยู่ที่ผม

  15. #30
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ ezybzy ดูโพส
    วัดปากน้ำ - สายใต้ มันก็คล้าย ๆ 30 เดิมนะ (เพราะ 30 เดิมไปกลับรถตรงคลองบางเขน เกือบจะ มจพ. แล้ว) แต่ถ้าวิ่งไปทางบางซื่อนี่ก็คือสาย 65 เลย

    56 ตามสัมปทานเข้าใจว่าผ่านราชดำเนินนะ (ผ่านตรงเฉลิมไทย - แยกคอกวัว)

    น่าแปลกที่ทำไมขนส่งไม่ประหลาดเป็นเลขสายมาเลย หรือยังไม่ลงตัวว่าจะเอาเลขสายอะไรก็เลยเอาชื่อเส้นทางมาอย่างเดียว?

    ไม่รู้จะเรียก 30 ที่วิ่งบางซื่อ-กรุงเทพนนท์ หรือ 65 ที่ขยายมาสายใต้ปิ่นเกล้าดี 55+
    (เส้นทางในเพจคืออันที่เป็น 65)


    แอบลุ้นเรื่องเลขสายอยู่ กลัวว่า RGYB จะมาจริงๆ (แบ่งสายตามโซน เป็นสีๆ)




+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 2/9 หน้าแรกหน้าแรก 1 2 3 4 ... ล่าสุดล่าสุด

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด