+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 4
จาก 4 โพส

กระทู้: ปัญหาเยอะ!! สหภาพฯ ขสมก. จ่อยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่"

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,687
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,598 ครั้ง ใน 6,271 โพส

    ปัญหาเยอะ!! สหภาพฯ ขสมก. จ่อยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่"

    ปัญหาเยอะ!! สหภาพฯ ขสมก. จ่อยื่นหนังสือ "บิ๊กตู่" ปลดบอร์ด
    ไทยรัฐ
    20 เมษายน 2561



    สหภาพฯ ขสมก. จ่อยื่นหนังสือ “บิ๊กตู่” ปลดบอร์ด เร่งแก้สารพัดปัญหา ยุบฝ่ายจัดซื้อจัดจ้างใช้ระบบไอทีแทน ให้รัฐรับหนี้จากบริการเชิงสังคม หากไม่รับ ให้ขึ้นค่าโดยสาร พร้อมแก้ปัญหารถเมล์เอ็นจีวี


    เมื่อวันที่ 20 เม.ย. นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมกรรมการบริหารสหภาพฯ ขสมก. มีมติเห็นชอบให้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้อง ในการแก้ไขปัญหาของ ขสมก.ในวันที่ 24 เม.ย.นี้ โดยขอให้ปลดคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ชุดเดิม และเร่งรัดแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา ขสมก. และปัญหาความเดือดร้อนของพนักงานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข


    ขณะเดียวกัน ขอให้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้บรรจุแต่งตั้งพนักงานที่ผ่านการสอบคัดเลือกในตำแหน่งต่างๆ ที่ขาดอัตรากำลังของฝ่ายเดินรถ และฝ่ายสนับสนุนการเดินรถให้เพียงพอต้องความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะเป็นตำแหน่งที่หารายได้ให้กับองค์กร ซึ่งปัจจุบันขาดอัตรากำลังเป็นจำนวนมาก ทำให้งานเดินรถขาดประสิทธิภาพ


    ทั้งนี้ ยังให้พิจารณาทบทวนคำสั่งย้าย นายสุระชัย เอี่ยมวชิระสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก.ที่ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก.ว่างเว้นผู้อำนวยการมาบริหารงาน ทำให้การแก้ไขปัญหาองค์การไม่เป็นตามนโยบาย และแผนงานที่วางไว้ นอกจากนี้ ยังเห็นว่าการปรับโครงสร้างองค์การไม่เป็นไปตามความเห็นของคณะทำงาน ซึ่งมีผู้แทนสหภาพฯ เป็นคณะทำงาน ที่ได้ให้ความเห็นในการปรับปรุงบางหน่วยงานและยุบบางหน่วยงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะฝ่ายบริหารบางหน่วยงานมีอัตรากำลังมากเกินความจำเป็น คนล้นงาน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งปัจจุบันเขตเป็นผู้ดำเนินการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และยังมีอีกหลายหน่วยงานในสำนักงานใหญ่ โดยควรมีการทบทวนอย่าให้ข้างบนโต ข้างล่างลีบ ดังนั้นจึงควรทบทวนกรอบอัตรากำลังที่ไม่จำเป็น หรือหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็นในสำนักงานใหญ่ และให้ใช้ระบบไอทีทดแทน


    พร้อมกันนั้นยังขอให้รัฐบาลพิจารณารับผิดชอบหนี้สินของ ขสมก.ที่ขาดทุนตามนโยบายของรัฐบาลและให้จัดสรรงบประมาณให้ ขสมก. ชดเชยส่วนต่างที่ขาดหายไปในการบริการเชิงสังคม ที่เก็บราคาต่ำกว่าต้นทุน หากไม่สนับสนุนงบประมาณ ก็เห็นควรให้ ขสมก.ปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริงได้ และขอให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหากรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ ขสมก.ชดเชยค่าเสียหายทางแพ่งให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด กรณีไม่รับรถโดยสารเอ็นจีวีจำนวน 292 คัน ที่ได้ดำเนินการติดตั้งจีพีเอส และได้รับการจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก(ขบ.)แล้ว เพื่อหาทางออกร่วมกัน และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับการจัดซื้อจ้างรถเมล์เอ็นจีวี 489 คัน ขอให้นายกฯ มีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาผู้รับผิดชอบ หาก ขสมก.ได้รับความเสียหายในเรื่องดังกล่าว


    นายวีระพงษ์ กล่าวว่า สหภาพฯ ยังขอให้ดำเนินการปฏิรูปเส้นทางเดินรถ ที่กำหนดไว้จำนวน 138 เส้นทาง ซึ่งคณะทำงานเคยเห็นชอบตามแผนปฏิรูป และให้ยกเลิกเส้นทางสายการเดินรถที่เป็นภาษาอังกฤษ การแบ่งโซนสี ซึ่งเป็นมติของคณะกรรมการปฏิรูปเส้นทางแล้ว



    https://www.thairath.co.th/content/1260817

  2. 1 คนถูกใจสิ่งนี้


  3. #2
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,687
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,598 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    เคราะห์ซ้ำกรรมซัด ขสมก.žวิกฤตรุมเร้า ร้องบิ๊กตู่žช่วยด้วย!
    มติชน
    23 เมษายน 2561






    จัดพิธีรับมอบรถโดยสารปรับอากาศเชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) 489 คัน ล็อตแรก 100 คัน ไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อวันที่ 26 มีนาคมที่ผ่านมา แต่ดูเหมือนสารพัดปัญหายังตามหลอกหลอน องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) อยู่ไม่จบไม่สิ้น


    กลับกลายเป็นว่าจะหนักหนาสาหัสมากขึ้นกว่าเดิม ภายหลังศาลปกครองกลางได้ให้ทุเลาการบังคับใช้มติคณะกรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ขสมก. ครั้งที่ 15/2560 เรื่องการอนุมัติผลประมูลโครงการจัดหารถเมล์เอ็นจีวี พร้อมซ่อมแซมและบำรุงรักษา จำนวน 489 คัน วงเงิน 4,261 ล้านบาท ที่กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ประกอบด้วย บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และ บริษัท สแกน อินเตอร์ จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ชนะการประมูล และมติบอร์ดครั้งที่ 16/2560 ที่รับรองรายงานการประชุมครั้งก่อนหน้า ตามคำร้องของ บริษัท สยาม สแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด โดยศาลปกครองกลางไม่ให้นำมติบอร์ดทั้ง 2 ครั้งไปดำเนินการใดๆ ที่มีผลผูกพันเป็นการชั่วคราว จนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาหรือคำสั่งเป็นอย่างอื่น



    สั่งชดเชยค่าเสียหายเบสท์ริน

    ทั้งนี้ยังให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายให้กับบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป จำกัด บริษัท อาร์แอนด์เอ คอมเมอร์เชียล วิฮีเคิลส์ เอสดีเอ็น บีเอชดี จำกัด บริษัท รถยนต์เซินหลง (เซี่ยงไฮ้) จำกัด และบริษัท เทคโนโลยีพลังงานใหม่เป่ยฟังกวางโจว จำกัด เนื่องจากบอกเลิกสัญญาจัดซื้อจัดจ้างรถโดยสารปรับอากาศเอ็นจีวีและบำรุงรักษา จำนวน 489 คัน โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เป็นเงิน 1,159 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปีของเงินต้น 1,147 ล้านบาท นับถัดจากวันที่ 7 มิถุนายน 2560 ซึ่งเป็นวันฟ้องคดีเป็นต้นไปจนกว่าจะชำระเสร็จ และให้ ขสมก.ส่งมอบหนังสือค้ำประกันของธนาคารไอซีบีซี (ไทย) จำกัด (มหาชน) ลงวันที่ 30 กันยายน 2559 จำนวน 547,427 บาท คืนแก่บริษัทเบสท์ริน กับพวก ภายใน 60 วัน นับแต่วันที่คดีถึงที่สุด หากคืนไม่ได้ ให้ชดใช้เป็นเงินตามจำนวนหนังสือค้ำประกันดังกล่าว

    ทำเอาสะเทือนแผนการดำเนินงานที่ ขสมก.วางไว้ทั้งหมดทันที

    สำหรับรถเมล์เอ็นจีวีใหม่ดังกล่าวเป็นรถโดยสารชานต่ำขนาด 12 เมตร 35 ที่นั่ง รองรับการใช้งานของผู้พิการและผู้สูงอายุ ระบบเบรกเอบีเอส พร้อมปรับลดระดับความสูงของตัวรถ มีถังก๊าซ 9 ใบ ภายในห้องโดยสารบุฉนวนกันความร้อนและเสียงรบกวน เก้าอี้โดยสารปกติ 31 ที่นั่ง และแบบพับได้ 4 ที่นั่ง มีป้ายไฟดิจิทัลบอกเส้นทาง กล้องซีซีทีวี 5 จุด พื้นที่จอดวีลแชร์ 2 คัน พร้อมที่ล็อกล้อ กริ่งสัญญาณหยุดรถสำหรับคนพิการ มีระบบจีพีเอสเพื่อให้ตรวจสอบพิกัดของรถโดยสารผ่านสมาร์ทโฟน มีระบบอี-ทิคเก็ต รองรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและตั๋วร่วม เป็นต้น



    แผนส่งมอบรถเมล์ใหม่ชะงัก

    ตามแผนการดำเนินงานที่วางไว้ จะเริ่มรับมอบล็อตแรกก่อน จำนวน 100 คัน เพื่อนำมาวิ่งให้บริการใน 8 เส้นทาง ของเขตการเดินรถที่ 5 ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคมเป็นต้นไป ประกอบด้วย สาย 20 ป้อมพระจุลจอมเกล้า-ท่าน้ำดินแดง, สาย 21 วัดคู่สร้าง-จุฬาฯ, สาย 138 พระประแดง-หมอชิต 2, สาย 140 แสมดำ-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และสาย 105 มหาชัยเมืองใหม่-คลองสาน

    ส่งมอบล็อตที่ 2 อีก 100 คัน ภายในวันที่ 26 เมษายน ล็อตที่ 3 อีก 100 คัน ภายในวันที่ 26 พฤษภาคม และล็อตสุดท้าย 189 คัน จะส่งมอบภายในวันที่ 25 มิถุนายน เมื่อรับมอบครบทั้ง 489 คัน ขสมก.จะนำไปบรรจุในเส้นทางของเขตการเดินรถที่ 5, 2, 1 และ 3 รวม 25 เส้นทาง ครอบคลุมการให้บริการในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล

    นอกจากนี้ทางกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO จะต้องลงทุนสร้างศูนย์บำรุงรักษาและซ่อมแซมรถโดยสารตามสัญญาว่าจ้างซ่อมบำรุง ระยะ 10 ปี เพื่อดูแลการบำรุงรักษาและซ่อมแซมรถโดยสารในเขตการเดินรถที่ 1, 2, 3 และ 5 ด้วย

    แต่พอศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาออกมา กระบวนการต่างๆ ทั้งหมดก็จะต้องชะลอไว้ก่อน โดยระหว่างนี้ ขสมก.ก็จะต้องยื่นอุทธรณ์คำสั่งคุ้มครองและจะเดินหน้ารับรถเมล์เอ็นจีวีที่เหลืออีก 389 คันจากกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ต่อไป ส่วนคดีที่ 2 ขสมก.ก็จะยื่นอุทธรณ์ตามขั้นตอนเช่นกัน เนื่องจาก ขสมก.มีข้อมูลที่นำไปโต้แย้งในชั้นศาลปกครองสูงสุดได้ เช่น ศาลปกครองกลางเห็นว่า ขสมก.ไม่ได้กำหนดเรื่องแหล่งกำเนิดรถไว้ในเงื่อนไขการประมูล (ทีโออาร์) แต่ในข้อเสนอของเบสท์รินระบุว่าจะผลิตรถในประเทศจีนและจะประกอบตัวรถในประเทศมาเลเซีย เป็นต้น

    ขณะเดียวกันทาง ขสมก.ก็ยืนยันว่าเรื่องดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นที่น่าหนักใจ เพราะที่ผ่านมา ขสมก.ก็ต่อสู้ตามขั้นตอน เช่น กรณีศาลมีคำสั่งคุ้มครองให้ ขสมก.รับมอบรถเมล์จากเบสท์ริน แต่ ขสมก.ก็ยื่นอุทธรณ์และศาลปกครองสูงสุดก็รับพิจารณา รวมถึงกรณีที่ศาลมีคำสั่งไม่ให้ยึดเงินค้ำประกันจากเบสท์ริน ซึ่ง ขสมก.ก็ยื่นอุทธรณ์และศาลก็กลับคำพิพากษาให้ยึดเงินค้ำประกันได้ เป็นต้น



    มอบ ขสมก. อุทธรณ์ใน 30 วัน

    เรื่องนี้ นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ระบุในเบื้องต้นว่า เท่าที่ทราบคำสั่งยังไม่ค่อยสอดคล้องกัน จึงมอบให้ ขสมก.ไปพิจารณา วิเคราะห์ และแยกแยะประเด็นต่างๆ เพื่อหารือกับอัยการ เกี่ยวกับความชัดเจนในข้อคำสั่งดังกล่าวเพื่อที่จะเดินหน้ายื่นอุทธรณ์ภายใน 30 วัน ส่วนกรณีที่บริษัท ช ทวี ได้ส่งมอบรถเมล์เอ็นจีวีไปแล้ว 100 คัน พร้อมเดินรถแล้วนั้น

    ตามหลักการเมื่อสัญญาเดินแล้วต้องเดินตามสัญญา เพราะหากไม่ปฏิบัติตามสัญญาอาจจะเป็นปัญหาอีกด้าน ขณะเดียวกันก็ต้องดูคำสั่งศาลด้วยว่าจะเป็นปัญหากับการเดินสัญญาต่อหรือไม่ สำหรับการให้บริการประชาชนของรถเมล์เอ็นจีวี 100 คันแรกที่รับมอบมาแล้วนั้นก็ดำเนินการต่อไป โดยไม่หยุด ส่วนการรับมอบรถเมล์เอ็นจีวีล็อตต่อไป ต้องดูผลการวิเคราะห์ของ ขสมก.ก่อน ซึ่งทั้งหมดต้องยึดประโยชน์ของส่วนรวมเป็นหลัก ส่วนความเป็นไปได้ในการฟ้องกลับบริษัทเบสท์รินนั้น เวลานี้
    ยังตอบไม่ได้ ขอให้ ขสมก.ไปพิจารณาอย่างละเอียดก่อน ทั้งนี้เชื่อมั่นและมั่นใจว่าระบบและขั้นตอนต่างๆ ของ ขสมก.ที่ดำเนินการมาถูกต้องตามระเบียบทั้งหมด



    อี-ทิคเก็ตžยังรับมอบไม่ได้

    นอกจากปัญหานี้แล้ว โครงการเช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ หรืออี-ทิคเก็ต บนรถเมล์ จำนวน 2,600 คัน วงเงิน 1,665 ล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี ที่มีนิติบุคคลร่วมทำงาน โดยบริษัท ช ทวี เป็นผู้ชนะการประมูล ก็มีปัญหาเช่นเดียวกัน โดยเมื่อวันที่ 22 มีนาคมที่ผ่านมา นิติบุคคลร่วมทำงาน โดย ช ทวี ได้ส่งมอบระบบอี-ทิคเก็ต บนรถเมล์ 100 คันแรกให้ ขสมก.ตรวจสอบเป็นรอบที่ 2 แต่ ขสมก.ก็ไม่สามารถรับมอบได้ เพราะยังไม่ผ่านเกณฑ์ตามทีโออาร์ โดยปัญหาที่พบคือ เครื่องอี-ทิคเก็ต ยังอ่านค่าโดยสารไม่ถูกต้อง เช่น ผู้โดยสารลงรถเมล์ระหว่างทางแต่กลับคิดค่าโดยสารเต็มจำนวน แต่ ขสมก.ก็ยอมรับว่ามีพัฒนาการดีขึ้นจากการส่งมอบครั้งแรก และใช้งานได้ประมาณ 80% แล้ว แต่ที่น่าเป็นห่วง คือ เครื่องเก็บค่าโดยสารแบบหยอดเหรียญอัตโนมัติ หรือแคชบ็อกซ์ ยังพบปัญหาแบบเดิมและยังไม่สามารถใช้งานได้

    จากนั้นในวันที่ 28 มีนาคม คณะกรรมการตรวจรับได้เชิญผู้เกี่ยวข้องเข้าหารือเพื่อสรุปปัญหาและอุปสรรคที่พบ พร้อมขอให้ทางบริษัทกลับไปแก้ไขข้อบกพร่อง และนัดส่งมอบระบบอี-ทิคเก็ตอีกครั้งในช่วงปลายเดือนเมษายนนี้

    ในเรื่องนี้ นางพนิดา ทองสุข รักษาการรองผู้อำนวยการฝ่ายบริหาร ขสมก. ยืนยันว่า หากตรวจรับครั้งที่ 3 แล้วยังไม่ผ่านก็อาจพิจารณายกเลิกสัญญา โดยเอกชนจะอ้างไม่ได้ว่าความบกพร่องดังกล่าวเกิดจากปัญหาอื่นๆ เช่น ปัญหาระบบไฟฟ้าบนรถเมล์หรือระบบตั๋วร่วม เพราะเอกชนต้องรู้สภาพรถเมล์ ขสมก. ตั้งแต่ก่อนเข้าประมูลอยู่แล้ว หากปล่อยไปก็อาจเกิดความเสียหายกับ ขสมก. ขณะเดียวกัน ขสมก.ได้นำเรื่องการยกเลิกติดตั้งแคชบ็อกซ์บนรถเมล์ 2,600 คัน ภายใต้สัญญาโครงการเช่าระบบอี-ทิคเก็ต ให้ฝ่ายกฎหมายและกรมบัญชีกลางพิจารณาด้วยว่าจะสามารถดำเนินการได้หรือไม่


    นางพนิดาระบุอีกว่า ขสมก.ได้ส่งหนังสือถึงนิติบุคคลร่วมทำงานโดยบริษัท ช ทวี เพื่อเรียกค่าเสียหายจากโครงการติดตั้งระบบอี-ทิคเก็ต รวม 22 ล้านบาท แบ่งเป็น

    1.กรณีที่ทำให้ ขสมก.สูญเสียรายได้วงเงินรวม 21 ล้านบาท เพราะ ขสมก.ต้องสำรองจ่ายค่าโดยสารให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐและไม่สามารถเบิกเงินคืนจากกรมบัญชีกลางได้
    2.กรณีส่งมอบระบบอี-ทิคเก็ตและแคชบ็อกซ์ล่าช้า คิดเป็นวงเงินค่าปรับราว 1.6 ล้านบาท เพราะในทีโออาร์กำหนดให้ส่งมอบงวดแรก 100 คัน ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2560

    ทั้งนี้การที่บริษัท ช ทวี ไม่สามารถส่งมอบอี-ทิคเก็ตและแคชบ็อกซ์ได้ ยังจะส่งผลกระทบต่อเนื่องไปถึงแผนการฟื้นฟูกิจการของ ขสมก. ในการเปิดโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด หรือเออร์ลี่รีไทร์ ที่ตั้งเป้าหมายจะลดพนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานตรวจบัตรโดยสารลง 3,774 คน โดยตามแผนงานที่กำหนด ขสมก.จะใช้ระบบอี-ทิคเก็ตอย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นไป โดยการเออร์ลี่รีไทร์จะใช้งบประมาณรวมทั้งหมด 4,774 ล้านบาท แบ่งเป็นปี 2561 วงเงิน 401 ล้านบาท ปี 2562 วงเงิน 4,328 ล้านบาท และปี 2563 วงเงิน 45 ล้านบาท



    ณัฐชาติžทิ้งเก้าอี้ประธานบอร์ด

    อย่างไรก็ตาม จากสารพัดปัญหาที่เกิดขึ้น หลายคนก็เชื่อว่าเป็นส่วนหนึ่งให้กรรมการบริหารกิจการ (บอร์ด) ทยอยลาออกไป โดย นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานบอร์ด ได้ลาออกไปเมื่อวันที่ 31 มีนาคมที่ผ่านมา ขณะเดียวกันยังมีกรรมการบอร์ดลาออก คือ พล.อ.วราห์ บุญญะสิทธิ์ นายสมศักดิ์ ห่มม่วง รองปลัดกระทรวงคมนาคม นายธำรงรัตน์ มุ่งเจริญ และ นายชัยชนะ มิตรพันธ์

    ซึ่งการลาออกในครั้งนี้ นายณัฐชาติยืนยันว่าจะไม่กลับไปดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด ขสมก.อีกอย่างแน่นอน พร้อมระบุสาเหตุของการยื่นหนังสือลาออก เพราะได้ปฏิบัติภารกิจ 4 เรื่องที่ได้ประกาศไว้กับบอร์ด ขสมก.เสร็จสิ้นแล้ว ประกอบด้วย

    1.การจัดทำแผนฟื้นฟู ขสมก. โดยขณะนี้จัดทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว เหลือปรับแก้อีกเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
    2.จัดหารถเมล์เอ็นจีวี ซึ่งได้ดำเนินการเปิดตัวอย่างเป็นทางการ พร้อมทั้งทยอยรับมอบรถ และเปิดให้บริการประชาชนแล้ว
    3.การสรรหาผู้อำนวยการ ขสมก. โดยได้เสนอไปให้นายอาคมพิจารณาแล้ว
    4.การแก้ปัญหาหนี้สินให้กับพนักงาน ขสมก. โดยให้พิจารณาหาธนาคารเข้ามารีไฟแนนซ์หนี้สินให้แก่พนักงานแล้ว เพราะปัจจุบันมีพนักงานหลายรายที่เป็นหนี้สินที่ต้องจ่ายดอกเบี้ยต่อเดือน 10% ของเงินต้น บางคนติดหนี้สินสหกรณ์ และมีพนักงานบางคนถูกหักจนเหลือเงินเดือนไม่ถึง 5 พันบาท ซึ่งเรื่องนี้เป็นปัญหาสำคัญ เพราะหากพนักงานไม่พร้อมยังเป็นหนี้สินอยู่ก็ไม่สามารถเข้าร่วมโครงการเออร์ลี่รีไทร์ของ ขสมก.ได้

    ขณะเดียวกันก็ยืนยันว่าตนจะไม่กลับไปดำรงตำแหน่งประธานบอร์ด ขสมก.อย่างแน่นอน



    สหภาพยื่นบิ๊กตู่žช่วยแก้ปัญหา

    ด้านสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) ซึ่งมองเห็นปัญหาที่เกิดขึ้นจึงได้มีการประชุมกรรมการบริหารสหภาพ ขสมก.เมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา พร้อมมีมติเห็นชอบให้ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นากยกรัฐมนตรี และผู้เกี่ยวข้องในการแก้ไขปัญหาของ ขสมก. ในวันที่ 24 เมษายนนี้

    โดย นายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธาน สร.ขสมก. ระบุว่า เรื่องที่จะเสนอคือขอให้ปลดบอร์ดชุดเดิมและเร่งรัดแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหา ขสมก. และปัญหาความเดือดร้อนของพนักงานที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข ขณะเดียวกันก็ขอให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมสั่งการให้บรรจุแต่งตั้งพนักงานที่ผ่านการสอบคัดเลือกในตำแหน่งต่างๆ ที่ขาดอัตรากำลังของฝ่ายเดินรถ และฝ่ายสนับสนุนการเดินรถให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ เพราะเป็นตำแหน่งที่หารายได้ให้กับองค์กร ซึ่งปัจจุบันขาดอัตรากำลังเป็นจำนวนมาก ทำให้งานเดินรถขาดประสิทธิภาพ

    ทั้งนี้ยังให้พิจารณาทบทวนคำสั่งย้าย นายสุระชัย เอี่ยมวชิระสกุล ผู้อำนวยการ ขสมก. ที่ไปประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กลับมาปฏิบัติหน้าที่เหมือนเดิม เนื่องจากปัจจุบัน ขสมก.ว่างเว้นผู้อำนวยการมาบริหารงานทำให้การแก้ไขปัญหาองค์การไม่เป็นตามนโยบายและแผนงานที่วางไว้ นอกจากนี้ยังเห็นว่าการปรับโครงสร้างองค์การไม่เป็นไปตามความเห็นของคณะทำงาน ซึ่งมีผู้แทนสหภาพเป็นคณะทำงาน ที่ได้ให้ความเห็นในการปรับปรุงบางหน่วยงานและยุบบางหน่วยงานที่ไม่จำเป็น โดยเฉพาะฝ่ายบริหารบางหน่วยงานมีอัตรากำลังมากเกินความจำเป็น คนล้นงาน เช่น การจัดซื้อจัดจ้าง ซึ่งปัจจุบันเขตเป็นผู้ดำเนินการในกระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง และยังมีอีกหลายหน่วยงานในสำนักงานใหญ่ โดยควรมีการทบทวนอย่าให้ข้างบนโต ข้างล่างลีบ ดังนั้นจึงควรทบทวนกรอบอัตรากำลังที่ไม่จำเป็น หรือหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็นในสำนักงานใหญ่ และให้ใช้ระบบไอทีทดแทน



    วอนเคลียร์ปัญหาคดีฟ้องร้อง

    นายวีระพงษ์ยังระบุด้วยว่า ยังจะขอให้รัฐบาลพิจารณารับผิดชอบหนี้สินของ ขสมก.ที่ขาดทุนตามนโยบายของรัฐบาลและให้จัดสรรงบประมาณให้ ขสมก. ชดเชยส่วนต่างที่ขาดหายไปในการบริการเชิงสังคม ที่เก็บราคาต่ำกว่าต้นทุน หากไม่สนับสนุนงบประมาณ ก็เห็นควรให้ ขสมก.ปรับอัตราค่าโดยสารให้เป็นไปตามต้นทุนที่แท้จริงได้ พร้อมกันนี้ก็ขอให้รัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหากรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ ขสมก.ชดเชยค่าเสียหายทางแพ่งให้กับบริษัทเบสท์ริน กรณีไม่รับรถโดยสารเอ็นจีวีจำนวน 292 คัน ที่ได้ดำเนินการติดตั้งจีพีเอสและได้รับการจดทะเบียนจากกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) แล้ว เพื่อหาทางออกร่วมกัน และให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนกรณีปัญหาที่เกิดขึ้นกับการจัดซื้อจัดจ้างรถเมล์ เอ็นจีวี 489 คัน สหภาพขอให้นายกฯมีคำสั่งให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อหาผู้รับผิดชอบ หาก ขสมก.ได้รับความเสียหายในเรื่องดังกล่าว


    ท้ายที่สุดจะสามารถแก้สารพัดปัญหาที่รุมเร้า และจะพลิกวิกฤตที่เกิดขึ้นกับ ขสมก.ในครั้งนี้ได้หรือไม่
    ยังต้องติดตามใกล้ชิด!!



    https://www.matichon.co.th/news/926742

  4. #3
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,687
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,598 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    สหภาพแรงงาน ขสมก.ร้อง 'บิ๊กตู่'
    สางปัญหาในองค์กร 7 ข้อ

    แนวหน้า
    24 เมษายน 2561






    24 เม.ย.61 ที่ศูนย์บริการประชาชน ทำเนียบรัฐบาล กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 150 คน นำโดย นายวีระพงษ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ปธ.สร.ขสมก.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอการแก้ไขปัญหาขององค์การ ทั้งนี้ มติ สร.ขสมก.เห็นชอบให้ดำเนินการ ดังนี้


    1.ให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องปลดบอร์ดชุดเดิม และเร่งรัดแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ เพื่อเข้ามาแก้ไขปัญหาองค์การ และปัญหาความเดือดร้อนของพนักงาน

    2.ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม บัญชาสั่งการให้บรรจุแต่งตั้งพนักงานที่ ผ่านการสอบคัดเลือกในตำแหน่งต่างๆ ที่ขาดอัตรากำลังของฝ่ายเดินรถและฝ่ายทรัพย์คุมการเดินรถให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้ใช้บริการ

    3.ให้พิจารณาเร่งรัดการสรรหาผู้อำนวยการขอสปกตัวจริงมาบริหารงานเพื่อแก้ไขปัญหาองค์การ ส่วนเรื่องการทบทวนคำสั่งย้าย นายสุระชัย เอี่ยมวชิรสกุล ผอ.ขสมก.ที่ไปประจำสำนักนายกฯ สหภาพแรงงานได้ทำหนังสือติดตามทวงถามไปหลายครั้งแล้วตามมติ แต่ยังไม่ได้รับคำตอบจากนายกฯ เนื่องจากปัจจุบันเพราะสเปกว่างเว้นผู้อำนวยการมาบริหารงาน ทำให้การแก้ไขปัญหาขององค์การไม่สามารถดำเนินการได้

    4.การปรับโครงสร้างองค์การไม่เป็นไปตามความเห็นของคณะทำงาน โดยให้กรมการขนส่งทางบกเร่งรัดปฏิบัติตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 27 ก.ย.59 โอนรถร่วมเอกชนไปสังกัดกรมการขนส่งทางบก เพื่อจะได้เดินหน้าปรับโครงสร้างองค์กร ซึ่งสภาพมีความเห็นให้มีการปรับปรุงบางหน่วยงาน และยุบบางหน่วยงานที่ไม่มีความจำเป็น

    5.ให้รัฐบาลพิจารณารับผิดชอบหนี้สินของ ขสมก.ที่ขาดทุนตามนโยบายรัฐบาล และให้จัดสรรว่า ขสมก.สามารถชดเชยส่วนต่างที่ขาดหายไป

    6.ให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไขปัญหากรณีศาลปกครองกลางมีคำพิพากษาให้ ขสมก.ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งให้กับบริษัท เบสท์รินกรุ๊ป จำกัด กรณีไม่รับรถโดยสาร NGV จำนวน 292 คัน และกรณีที่บริษัท สยามสแตนดาร์ด เอนเนอจี้ จำกัด ฟ้อง ขสมก.ดำเนินการจัดหารถมิชอบ และศาลมีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับเป็นการชั่วคราวจนกว่าศาลจะมีคำพิพากษาเป็นอย่างอื่น

    7.การปฏิรูปเส้นทางเดินรถ สภาพแรงงานยังยืนยันให้ ขสมก.เดินรถในเส้นทางเดินรถ จำนวน 138 เส้นทาง

    อย่างไรก็ตาม ขอให้นายกฯ รีบสั่งการในการแก้ปัญหาองค์กรเพื่อให้สามารถบริหารจัดการงานให้เกิดการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นประโยชน์สูงสุดในการให้บริการแก่ประชาชนและประเทศชาติ อย่างไรก็ตาม ทางสหภาพแรงงานขอรับทราบผลความคืบหน้าในการดำเนินการภายใน 30 วัน



    http://www.naewna.com/business/334723


    --------

    สหภาพแรงงาน ขสมก.ร้องนายกฯ เร่งแก้ปัญหาองค์กร
    ผู้จัดการ
    24 เมษายน 2561



    กลุ่มสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 150 คน นำโดย นายวีระพงษ์ วงแหวน ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์กรขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ปธ.สร.ขสมก.) ยื่นหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เพื่อเสนอการแก้ไขปัญหาขององค์กร


    ทั้งนี้ มติสหภาพแรงงาน เห็นชอบให้รัฐบาลและผู้ที่เกี่ยวข้องปลดบอร์ดชุดเดิม และเร่งรัดแต่งตั้งบอร์ดชุดใหม่ เข้ามาแก้ไขปัญหาองค์การให้นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม สั่งการให้บรรจุแต่งตั้งพนักงานที่ผ่านการสอบคัดเลือก ให้รัฐบาลพิจารณารับผิดชอบหนี้สินของ ขสมก.ที่ขาดทุนตามนโยบายรัฐบาล โดยสหภาพแรงงานขอรับทราบผลความคืบหน้าในการดำเนินการภายใน 30 วัน



    https://mgronline.com/uptodate/detail/9610000040390

  5. #4
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,687
    ถูกใจ
    7,937
    โพสถูกใจ 22,598 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    สหภาพ ขสมก.ยื่น 11 ข้อ
    เพิ่มสวัสดิการ-เร่งรัฐรับหนี้ จากนโยบายคุมราคา

    ผู้จัดการ
    1 พฤษภาคม 2561



    สหภาพฯ ขสมก.ยื่น 11 ข้อเรียกร้องต่อผู้บริหาร ขอปรับสิทธิประโยชน์ทางค่าจ้าง ค่าโอที และเพิ่มสวัสดิการ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของพนักงาน ขณะที่ขอให้รัฐเร่งรับผิดชอบหนี้สินที่เกิดจากนโยบายคุมค่าโดยสารทำให้เก็บต่ำกว่าต้นทุน


    สหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (สร.ขสมก.) นำโดยนายวีระพงษ์ วงศ์แหวน ประธานสหภาพฯ และสมาชิกประมาณ 300 คน เข้ายื่นหนังสือเรียกร้องต่อนายประยูร ช่วยแก้ว รองผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ รักษาการในตำแหน่งผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) จำนวน 11 ข้อเพื่อให้ผู้บริหาร ขสมก.พิจารณาดำเนินการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพนักงาน เนื่องในวันแรงงานแห่งชาติ


    โดยนายประยูร รักษาการผู้อำนวยการ ขสมก.กล่าวว่า แนวทางการแก้ปัญหาต่างๆ ที่สหภาพฯ ขสมก.นำเสนอมาทั้ง 11 ข้อนั้น สามารถแบ่งได้เป็น 2 ส่วน คือ 1.) ส่วนสิทธิประโยชน์ทางด้านการเงิน 2.) ส่วนสิทธิประโยชน์ด้านคุณภาพชีวิตของพนักงาน ซึ่ง ขสมก.จะรับข้อเรียกร้องดังกล่าวมาพิจารณาดำเนินการ หากเรื่องใดอยู่ในกรอบและมีกฎหมายรองรับอยู่แล้วก็สามารถดำเนินการได้ทันที สำหรับข้อเรียกร้องที่เกี่ยวกับด้านการเงินจะต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพราะต้องคำนึงถึงสภาพคล่องทางการเงินของ ขสมก.ด้วย


    สำหรับข้อเสนอ 11 ข้อ ได้แก่

    1. ให้ ขสมก.ปฎิบัติตามมติคณะกรรมการกิจการสัมพันธ์ และคำสั่งองค์การที่ 166 ในการให้สิทธิ์พนักงานขับรถ พนักงานเก็บค่าโดยสารและพนักงานตำแหน่งอื่นๆ

    2. ให้กำหนดระดับและปรับบัญชีเงินเดือนพนักงานฝ่ายเดินรถ เท่ากับพนักงานธุรการเป็นระดับเดียวกัน

    3. ให้พนักงานฝ่ายเดินรถมีวันหยุดเพิ่มอีก 1 วัน รวมหยุดเดือนละ 5 วัน

    4. ให้รัฐบาลรับผิดชอบหนี้สิน ขสมก.ที่มีในปัจจุบัน เพราะกำเนินการตามนโยบายของรัฐบาลที่ให้บริการประชาชนต่ำกว่าต้นทุน

    5. ให้ ขสมก.จ่ายเงินเบี้ยเลี้ยงพนักงานเดินรถในเวลาทำการตามปกติ นายท่า 100 บาท พกส.60 บาท

    6. ให้ ขสมก.จ่ายค่าทำงานวันหยุดประเพณี และค่าทำเกินเวลาปกติ (ค่าล่วงเวลา) ให้กับพนักงานทุกตำแหน่งตามกฎหมายกำหนดอย่างเคร่งครัด

    7. ให้จัดหาสวัสดิการห้องน้ำต้นทาง ปลายทาง และน้ำดื่ม ให้แก่พนักงานเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีของลูกจ้าง

    8. ให้จัดรถสวัสดิการรับ-ส่ง ให้พนักงานทุกตำแหน่ง กรณีครอบครัวเสียชีวิต โดยไม่คิดค่าเช่า

    9. ให้ปรับเพิ่มเงินสมทบพนักงานที่เป็นสมาชิกกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ ตามอายุงาน 20 ปีลงมา จ่ายสมทบ 12% อายุงาน 20 ปีขึ้นไป จ่ายสมทบ 15% เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมระหว่างกองทุนสำรองเลี้ยงชีพฯ และกองทุนเงินบำเหน็จ

    10. ให้แต่งตั้งผู้แทนสหภาพแรงงานฯ เข้าร่วมเป็นกรรมการจัดซื้อจัดจ้างทุกกรณีที่มีมูลค่าตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป เพื่อให้เกิดความโปร่งใส

    11. ให้สหภาพแรงงานฯ เข้าไปมีส่วนร่วมในการสังเกตการณ์ในการประชุมบอร์ดทุกครั้ง และเป็นกรรมการในการประชุมฝ่ายบริหารเกี่ยวกับแผนนโยบาย หรือการปรับโครงสร้างที่ส่งผลกระทบต่อพนักงาน



    https://mgronline.com/business/detail/9610000042804




+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด