กฟน. ผนึกกำลัง กฟผ. กฟภ. ขสมก.และ สวทช.
ร่วมพัฒนาผลิตรถโดยสารไฟฟ้าจากรถเมล์เก่าครั้งแรกในประเทศไทย

การไฟฟ้านครหลวง
19 กันยายน 2561



วันนี้ (19 กันยายน 2561) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) พร้อมด้วย การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) และ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) แถลงข่าวและลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการการพัฒนารถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. เป็นรถโดยสารไฟฟ้าครั้งแรกในประเทศไทย พร้อมจัดทำบทวิเคราะห์ความเป็นไปได้ ความคุ้มค่าในการนำรถโดยสารไฟฟ้าที่ได้รับการพัฒนามาขยายผลใช้งานเป็นรถโดยสารประจำทางจริง เพื่อสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจไทยให้สูงขึ้น และสร้างขีดความสามารถแข่งขันกับต่างประเทศ ณ โรงแรม เซ็นจูรี่ พาร์ค กรุงเทพฯ


นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ รองผู้ว่าการ กฟน. เปิดเผยว่า กฟน. มุ่งเป็นผู้นำเทคโนโลยีสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าที่ทันสมัย ได้เตรียมความพร้อมรองรับการใช้รถยนต์ไฟฟ้าทดแทนรถยนต์น้ำมันในอนาคตเนื่องจากเป็นพลังงานที่สะอาดและประหยัด โดย กฟน. ได้ร่วมสนับสนุนและให้ความร่วมมือกับหน่วยงานต่าง ๆ ทั้งภาครัฐและภาคเอกชน อย่างต่อเนื่อง สำหรับประเทศไทยเองนั้นมีผู้ประกอบการที่สามารถผลิตรถโดยสารใช้เองมานาน ประกอบกับนโยบายของรัฐบาลที่ส่งเสริมให้เกิดการใช้รถไฟฟ้าในประเทศ ในครั้งนี้จึงมีความเห็นร่วมกันที่จะส่งเสริมอุตสาหกรรมสำหรับผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของตนไปสู่การผลิตรถโดยสารไฟฟ้า โดยการลงนามความร่วมมือในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อจัดทำโครงการปรับเปลี่ยนรถประจำทางให้กลายเป็นรถยนต์ไฟฟ้า (E-Bus) โดยใช้งบวิจัยจาก 3 การไฟฟ้ารวม 30 ล้านบาท ซึ่งจะดำเนินโครงการเป็นเวลา 2 ปี เริ่มตั้งแต่วันที่ 19 ก.ย. 2561 เป็นต้นไป


โดยเบื้องต้นจะนำรถโดยสารประจำทางประเภทปรับอากาศของ ขสมก. ที่ไม่ใช้แล้วแต่มีสภาพดี จำนวน 4 คัน มาดัดแปลงเครื่องยนต์จากเชื้อเพลิงน้ำมันให้กลายเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้า เพื่อใช้เป็นต้นแบบให้ 4 หน่วยงาน (กฟน. กฟผ. กฟภ. และ สวทช.) นำไปทดลองขับใช้งานจริง ก่อนจะขยายไปสู่การให้บริการประชาชนในอนาคต โดยโครงการนี้จะเป็นส่วนสำคัญช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ให้สามารถเรียนรู้พัฒนาไปสู่การผลิตและประกอบรถ EV รวมถึงรถ E- Bus ขึ้นภายในประเทศไทย โดยผลที่ได้จากโครงการนี้สามารถดำเนินการต่อยอดในเชิงนโยบายให้เกิดประโยชน์สูงสุดกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าและประเทศต่อไป



https://www.mea.or.th/content/detail/87/4015


----------

โล๊ะ"รถเมล์เก่า"ยกเครื่องใหม่ใช้ไฟฟ้าแทนน้ำมัน
เดลินิวส์
19 กันยายน 2561



สวทช. จับมือ 4 หน่วยงาน ทุ่มงบ 35 ล้านบาท นำรถเมล์ปลดระวาง ขสมก. 4 คัน มาพัฒนาเป็นรถเมล์ไฟฟ้า เร่งเฟ้นหาเอกชน 4 ราย มาทำรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ คาดใช้เวลา 9 เดือนแล้วเสร็จ


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 19 ก.ย. ที่โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค ดร.วีระศักดิ์ อุดมกิจเดชา ประธานคณะกรรมการยานยนต์สมัยใหม่ สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) พร้อม ดร.ฐิตาภา สมิตินนท์ รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) นายกีรพัฒน์ เจียมเศรษฐ์ รองผู้ว่าการการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) นายภัทรพงศ์ เทพา ผู้ช่วยผู้ว่าการนโยบายการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) นายศรัณย์พงศ์ อาชว์สุนทร ผู้ช่วยผู้ว่าการวางแผนและพัฒนาระบบไฟฟ้าการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) และ นายสาคร รุ่งสวัสดิ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายการเดินรถองค์การ 2 องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือด้านการวิจัยและพัฒนา โครงการพัฒนารถโดยสารประจำทางใช้แล้วของ ขสมก. เป็นรถโดยสารไฟฟ้าเพื่อพัฒนาขีดความสามารถของผู้ประกอบการไทยครั้งแรกในประเทศไทย 


ดร.วีระศักดิ์ เปิดเผยว่า สวทช. ได้หารือกับผู้แทนหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง อาทิ กฟน. กฟผ. กฟภ. ขสมก. กรมการขนส่งทางบก (ขบ.) สำนักงานมาตรฐานอุตสาหกรรม (สมอ.) สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร(สนข.) สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมสถาบันยานยนต์ และ บีโอไอ เพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า มาตั้งแต่กลางปี 60 ภายใต้ชื่อกลุ่ม ภาคีเครือข่ายพัฒนาการผลิตรถโดยสารไฟฟ้าไทย  ซึ่งมีความเห็นร่วมกันว่าไทยมีผู้ประกอบการที่สามารถผลิตรถโดยสารใช้เองมานานและ รัฐบาลได้ส่งเสริมให้มีการผลิตรถไฟฟ้ามาใช้ในประเทศ การ MOU ครั้งนี้ ทำให้ส่งเสริมอุตสาหกรรมผู้ประกอบการไทยที่มีศักยภาพได้พัฒนาต่อยอดเทคโนโลยีของตนไปสู่การผลิตรถโดยสารไปฟ้าคาดว่าในอนาคตหากมีรถไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพภาครัฐเองจะสนใจนำมาใช้งานในกิจการภาครัฐ โดยเฉพาะ ขสมก. ที่มีรถเก่าอยู่จำนวนมาก หากสามารถนำรถปลดระวางมาปรับปรุงเป็นรถเมล์ไฟฟ้าจะช่วยสร้างมูลค่าของรถปลดระวางได้


ด้านนายณัฏฐวัชช์ รุ่งเสถียรธร ผู้อำนวยการโปรแกรมอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ สวทช. กล่าวว่า โครงการดังกล่าวใช้วงเงิน 35 ล้านบาท แบ่งเป็นสนับสนุนผู้ประกอบการในด้านงบประมาณไม่เกิน 75% ของมูลค่าโครงการหรือไม่เกิน 7 ล้านบาท และเงินทุนสนับสนุนให้เฉพาะว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษาบริษัทละ 4 แสนบาท รวมทั้งสิ้น 1.6 ล้านบาท โดยประกาศให้ผู้ประกอบการที่สนใจและมีคุณสมบัติเป็นไปตามเกณฑ์สามารถยื่นขอรับการพิจารณาสนับสนุนได้โดยต้องเป็นผู้ประกอบการไทยมีทุนจดทะเบียนไม่เกิน 200 ล้านบาท มีประสบการณ์ด้านการประกอบรถเมล์หรือผลิตแม่พิมพ์สำหรับโครงสร้างขนาดใหญ่มาแล้วไม่ต่ำกว่า 1 ปีและไม่เป็นนิติบุคคลที่ล้มละลายหรือถูกฟ้องร้องสามารถส่งข้อเสนอโครงการเพื่อพิจารณาได้วันที่ 19 ก.ย.- 30 ต.ค.61 ผู้ประกอบการที่สนใจศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.nstda.or.th หรือโทร. 021776449 


นายณัฏฐวัชช์ กล่าวต่อว่า หลังจากปิดสมัคร แล้วจะคัดเลือกบริษัทที่ผ่านตามคุณสมบัติที่ระบุไว้ เช่น อัตราการใช้เชื้อเพลิง ระบบแอร์ ระยะทางในการวิ่ง 100-150 กม. ต่อการชาร์จ 1 ครั้ง วิ่งในสภาวะน้ำท่วม และวิ่งขึ้นสะพานพระราม 9 ที่มีความลาดชันสูงได้ บรรทุกผู้โดยสารได้ 50 คน ต้องใช้แบตเตอรี่ลิเทียมอิออน และสามารถนำมาจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก (ขบ.) ได้ ตลอดจนจัดทำสรุปการพัฒนาวิจัย คาดว่าคัดเลือกบริษัทที่ผ่านเกณฑ์ 4 บริษัท ประมาณ ธ.ค. 61 และ ลงนามสัญญากับบริษัทที่ผ่าน ม.ค.62 จากนั้นใช้เวลาดำเนินการไม่เกิน 9 เดือน คาดว่าจะเริ่มโครงการได้ 1 ก.พ.-30 ต.ค.62 หลังจากส่งมอบรถเมล์ไฟฟ้า 4 คัน แล้ว จะนำไปมอบให้ กฟน., กฟผ. กฟภ. หน่วยงานละ 1 คัน และ ขสมก. 1 คัน


ด้านนายสาคร กล่าวว่า ปัจจุบัน ขสมก. มีรถเมล์ 2,674 คัน ให้บริการ 118 เส้นทาง รถเมล์ส่วนใหญ่ใช้ระบบเครื่องยนต์ดีเซล อายุการใช้งาน 19-27 ปี มีสภาพเก่าทรุดโทรมและมีอัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงสูงรวมทั้งมีค่ามลพิษจากไอเสียสูงส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ขณะเดียวกันในแผนพื้นฟูของ ขสมก. มีแผนจัดหารถเมล์ใหม่ 3,000 คัน เพื่อทดแทนรถเมล์ปลดระวาง ซึ่งต้องจัดหารถที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยประหยัดพลังงานและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และมีแผนจัดหารถเมล์ไฟฟ้าด้วย ปัจจุบันต้นทุนรถเมล์ไฟฟ้าตกคันละ 10-15 ล้านบาท ซึ่งเป็นราคาที่สูง หากอนาคตโครงการนี้สำเร็จและมีผู้ประกอบการไทยผลิตได้จำนวนมากจะช่วยลดต้นทุนรถเมล์ไฟฟ้าให้ถูกลงได้ การลงนามครั้งนี้ ขสมก. ได้บริจาครถเมล์ปรับอากาศ (รถเมล์แอร์) ยูโรทู สีส้ม-เหลือง ที่ปลดระวาง 4 คัน เพื่อเข้าร่วมโครงการนำมาปรับปรุงเป็นรถเมล์ไฟฟ้าต้นแบบ รวมทั้งสนับสนุนงบประมาณในการจัดตั้งสถานีอัดประจุสำหรับรถเมล์ไฟฟ้าซึ่งตั้งอยู่เขตการเดินรถที่ 1 อู่บางเขน ร่วมกับ สวทช. 2 สถานี 4 หัวจ่าย ใช้วงเงินลงทุน 1 ล้านบาท หรือสถานีละ 5 แสนบาท เมื่อโครงการแล้วเสร็จ ขสมก. จะนำไปทดลองวิ่งให้บริการในเส้นทางเดินรถของเขตการเดินรถที่ 1 ต่อไป



https://www.dailynews.co.th/economic/667003