+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 13/13 หน้าแรกหน้าแรก ... 11 12 13
#181 - 182
จาก 182 โพส

กระทู้: โครงการ E-ticket - ตั๋วร่วม - บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

  1. #181
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    'ช ทวี'ฟ้อง ขสมก.เรียกค่าเสียหาย 1.55 พันลบ.
    กรุงเทพธุรกิจ
    6 กันยายน 2562



    'ช ทวี' ยื่นฟ้องขสมก. ต่อศาลปกครองกลาง เรียกค่าเสียหาย 1,556 .07 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5 % หลังบอกเลิกสัญญาตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน


    บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ ณ ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1998/2562 ระหว่างบริษัทฯผู้ฟ้องคดี และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือชดใช้ค่าการงาน และค่าเช่าที่ควรได้รับแก่บริษัทฯ เป็นเงินจำนวน 1,556 .07 ล้านบาท (ไม่รวมภาษี) พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระแล้วเสร็๗ และให้คืนหลักประกันสัญญาพร้อมค่าธรรมเนียมที่จะเกิดจากการคืนหลักประกันล่าช้าดังกล่าวแล้ว


    ก่อนหน้านี้ บริษัท ฯได้ทำสัญญาให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ E-Ticket กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 5 ปี มูลค่าโครงการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท ต่อมาบริษัทฯ ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐขอยกเลิกการทำสัญญาฯ ดังกล่าว มูลค่าโครงการที่บอกยกเลิกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท



    https://www.bangkokbiznews.com/news/detail/846414


    ----------

    “ช ทวี” ยื่นฟ้อง ขสมก.
    เรียก 1.55 พันล้าน ดอกเบี้ย 7.5% ต่อปี
    กรณีบอกเลิกสัญญาเช่า E-Ticket

    PPTV
    6 กันยายน 2562



    บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ยื่นฟ้อง ขสมก. ต่อศาลปกครอง กรณีบอกเลิกสัญญาเช่าระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์


    เมื่อวันที่ (6 ก.ย.62) นายสุรเดช กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งต่อกรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เรื่อง แจ้งเรื่องบริษัทฯ ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ ต่อศาลปกครอง กรณีบอกเลิกสัญญาเช่าระบบบัตรอิเล็กทรอนิกส์ พร้อมอุปกรณ์ (E-Ticket) ระบุว่า ตามที่บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) ได้ทำสัญญาให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ E-Ticket กับองค์การขนส่ง (ขสมก.) ซึ่งได้ติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 5 ปี มูลค่าโครงการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665,000,000 บาท ต่อมาบริษัทฯ ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐขอยกเลิกการทำสัญญาฯ ดังกล่าว มูลค่าโครงการที่บอกยกเลิกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665,000,000 บาท

    โดยเมื่อวันที่ 4 กันยายน 2562 บริษัทฯ ได้มอบหมายให้สำนักงานกฎหมายผู้เชี่ยวชาญ ยื่นคำฟ้องหน่วยงานรัฐ ณ ศาลปกครองกลาง ดดีหมายเลขดำที่ 1998/2562 ระหว่างบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) ผู้ฟ้องคดี และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ ผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือชดใช้ค่าการงาน และค่าเช่าที่ควรได้รับแก่บริษัทฯ เป็นเงินจำนวน 1,556,074,766.36 บาท (หนึ่งพันห้าร้อยห้าสิบหกล้านเจ็ดหมื่นสี่พันเจ็ดร้อยหกสิบหกบาทสามสิบหกสตางค์) (ราคาไม่รวมภาษี) พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปี นับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระแล้วเสร็จ และให้คืนหลักประกันสัญญา พร้อมค่าธรรมเนียมที่จะเกิดจากการคืนหลักประกันล่าช้าดังกล่าวแล้ว ทั้งนี้ถ้ามีความคืบหน้าประการใด บริษัทฯ จะแจ้งให้ทราบต่อไป



    https://www.pptvhd36.com/news/ประเด็นร้อน/109977


    ----------

    พิษยกเลิก E-Ticket
    'ช.ทวี' ยื่นฟ้อง ขสมก. 1.5 พันล้าน

    ฐานเศรษฐกิจ
    7 กันยายน 2562



    บริษัทช.ทวี ยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง เรียกค่าเสียหาย 1,556 .07 ล้านบาทพร้อมดอกเบี้ย 7.5 % จากขสมก. หลังถูกบอกเลิกสัญญาตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box


    บริษัท ช. ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า บริษัทฯได้ยื่นฟ้องหน่วยงานรัฐ ณ ศาลปกครองกลาง คดีหมายเลขดำที่ 1998/2562 ระหว่างบริษัทฯผู้ฟ้องคดี และองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ผู้ถูกฟ้องคดี เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายหรือชดใช้ค่าการงาน และค่าเช่าที่ควรได้รับแก่บริษัทฯ เป็นเงินจำนวน 1,556 .07 ล้านบาท (ไม่รวมภาษี) พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีนับถัดจากวันฟ้องจนถึงวันชำระแล้วเสร็จ และให้คืนหลักประกันสัญญาพร้อมค่าธรรมเนียมที่จะเกิดจากการคืนหลักประกันล่าช้าดังกล่าวแล้ว


    ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ได้ทำสัญญาให้เช่าระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์พร้อมอุปกรณ์ E-Ticket กับองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ซึ่งติดตั้งระบบบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) และ Cash-Box บนรถโดยสารประจำทาง จำนวน 2,600 คัน มีกำหนดระยะเวลาการเช่า 5 ปี มูลค่าโครงการรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท ต่อมาบริษัทฯ ได้รับหนังสือจากหน่วยงานรัฐขอยกเลิกการทำสัญญาฯ ดังกล่าว มูลค่าโครงการที่บอกยกเลิกรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,665 ล้านบาท



    https://www.thansettakij.com/content/409146

  2. #182
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    ประสบการณ์ (เกือบ) 1 เดือน “รถเมล์ไร้เงินสด” ขสมก.
    ผู้จัดการ
    29 ตุลาคม 2562



    หลังจากที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ขยายโครงการรับชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสดบนรถโดยสารของ ขสมก.ทุกคัน รวมกว่า 3,000 คัน ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2562 ดูเหมือนว่ายังคงขลุกขลักพอสมควร



    หากยังจำกันได้ ก่อนหน้านี้เราเคยรีวิว “บัตร ขสมก.คอนแทคเลส พรีเพด” มาตั้งแต่ ขสมก. ทดสอบการชำระค่าโดยสารโดยไม่รับเงินสด
    นำร่องสาย 510 ม.ธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต-อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ตั้งแต่วันที่ 9 เมษายน 2562
    กระทั่ง ขสมก. นำมาใช้จริงกับรถเมล์ทุกคัน ทีแรกมีคนดรามากันใหญ่ เพราะเข้าใจว่า รถเมล์ ขสมก. จะไม่รับเงินสด ภายหลังพบว่าเป็นเพียงทางเลือกหนึ่งในการจ่ายค่ารถเมล์เท่านั้น
    ใครสะดวกใช้เงินสดเหมือนเดิมก็ใช้ไป ใครมีบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ก็ใช้บัตรแตะที่เครื่องเพื่อจ่ายเพียงแค่นั้น

    นอกจากบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. แล้ว บัตรเครดิตและบัตรเดบิตที่มีสัญลักษณ์คอนแทคเลส เช่น VISA PayWave ยังชำระค่าโดยสาร ขสมก. ได้
    โดยรายการใช้จ่ายจะระบุว่า “BMTA ZONE … GRO” (ตามเขตการเดินรถที่ 1-8)
    แต่ก็กลัวว่าระบบจะไม่เสถียร ตัดสินใจใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. อย่างเดียวไปเลยดีกว่า



    สำหรับคนที่ใช้บัตรโดยสารล่วงหน้ารายสัปดาห์และรายเดือนเป็นบัตรกระดาษ
    ตอนนี้เปลี่ยนมาเป็นบัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์แบบบัตรแข็งแล้ว
    ซื้อบัตรเพียงครั้งเดียว แล้วเติมเงินตามรอบผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อใช้งาน

    ระบบนี้ดีกว่าบัตรโดยสารล่วงหน้าแบบกระดาษ เพราะจะต้องถูกพนักงานเก็บค่าโดยสารนำบัตรไปตรวจสอบที่เครื่อง EDC ทุกครั้ง
    ต่างจากเมื่อก่อนมีคนปลอมแปลงบัตรโดยสารล่วงหน้าแบบกระดาษเพื่อขึ้นรถเมล์ฟรี ซึ่งมีคนทำแบบนี้หลายราย

    ที่เห็นแล้วสงสารก็คือ “พนักงานเก็บค่าโดยสาร”
    เพราะเครื่อง EDC ที่ธนาคารกรุงไทยให้ ขสมก. กว่า 3,000 เครื่องมาตั้งแต่ต้นปี มีขนาดใหญ่เทอะทะและหนักมาก ต้องหิ้วสะพายคู่กับถือกระบอกตั๋วตลอดทั้งวัน การทำงานไม่สะดวก
    ยิ่งพนักงานที่เจอ อายุอานามไม่ใช่น้อยๆ นึกเป็นห่วงว่า หากไม่คิดจะเปลี่ยนเครื่อง EDC ออกแบบให้มีขนาดกะทัดรัด มีน้ำหนักเบากว่านี้ ใช้งานได้ยาวนาน
    เกรงว่าจะเกิดปัญหาสุขภาพ เช่น อาการกระดูกสันหลังคดเสียก่อน

    ครั้นจะให้เป็นระบบ e-Ticket ติดตั้งเครื่องแตะบัตรแบบคราวที่แล้ว ซึ่ง ขสมก.ยกเลิกสัญญาไป
    ก็อาจจะต้องเจอ “คนหัวหมอ” ทำเนียนไม่แตะบัตรอีก ทั้งที่การหลีกเลี่ยงไม่ชำระค่าโดยสาร ถือว่ามีความผิดตามกฎหมาย
    การมีพนักงานเก็บค่าโดยสารถือว่ามีประโยชน์ ในยามที่สังคมไทยทุกวันนี้มีแต่คนเห็นแก่ตัวมากขึ้น



    ผลสำรวจจาก “กรุงเทพโพลล์” ศูนย์วิจัยมหาวิทยาลัยกรุงเทพ น่าสังเกตว่า คนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เกินครึ่งทราบว่า ขสมก. เริ่มรับชำระค่ารถเมล์แบบไร้เงินสดเต็มรูปแบบทุกคัน ส่วนมากทราบจากข่าวผ่านสื่อหลักและสื่อโซเชียล
    แต่ส่วนใหญ่เกือบ 90% ยังคงจ่ายค่ารถเมล์ด้วยเงินสด มีเพียง 5% ที่ใช้บัตรโดยสารล่วงหน้าอิเล็กทรอนิกส์ ที่เปลี่ยนมาจากบัตรโดยสารล่วงหน้าแบบกระดาษ
    ส่วนคนที่ใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ (E-Ticket) เพียง 1.4% เท่านั้น

    แม้ความเห็นจากผลสำรวจส่วนใหญ่มองว่าสะดวก ไม่ต้องพกเหรียญหรือหาเหรียญไว้จ่ายค่ารถเมล์
    แต่ส่วนใหญ่กังวลระบบล่ม สัญญาณมีปัญหาขณะเก็บเงิน รวมทั้งคนยังไม่ค่อยเข้าใจวิธีใช้งาน โดยเฉพาะผู้สูงอายุ
    อีกทั้งยังมองว่า พนักงานเก็บเงิน หรือ “กระเป๋ารถเมล์” ยังคงมีความจำเป็นสำหรับสังคมไทย



    คนที่ชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสด อาจมีประสบการณ์แตกต่างกัน
    แต่สำหรับผู้เขียน ในรอบเกือบ 1 เดือนที่ผ่านมา ตัดสินใจใช้บัตรโดยสารอิเล็กรอนิกส์ ที่ซื้อมาตั้งแต่นำร่องสาย 510 มาใช้แทนเงินสด เพราะอยากจะพิสูจน์จริงว่าเป็นอย่างไร

    สัปดาห์แรกที่นำบัตรมาใช้ พบว่าพนักงานส่วนหนึ่งเข้าใจการชำระเงินผ่านเครื่อง EDC
    เพราะโดยปกติจะรับชำระค่าโดยสารผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่รัฐบาลให้วงเงินค่าโดยสารรถเมล์ และรถไฟฟ้า 500 บาทต่อเดือนอยู่แล้ว

    แต่บางสายพบว่าเครื่อง EDC ยังไม่อัพเกรดซอฟท์แวร์
    พอยื่นบัตรจ่ายค่ารถเมล์ พนักงานบอกว่าใช้ไม่ได้
    บางคนใจดีบอกว่า “ไม่ต้องจ่าย เพราะเป็นความผิดขององค์การฯ” เราต้องคะยั้นคะยอขอจ่ายเงินสดเพราะไม่อยากให้พนักงานขาดรายได้
    ผ่านไปประมาณ 2 สัปดาห์ เครื่อง EDC ถึงทยอยอัพเกรดซอฟท์แวร์จนครบทุกคัน

    ปัญหาต่อมาคือ สับสนว่าเมื่อไหร่จะได้จ่าย
    ปกติพนักงานเก็บค่าโดยสารหลายคนเดินถือกระบอกรถเมล์ด้วย สะพายเครื่อง EDC ไปด้วยก็ไม่เท่าไหร่
    ซึ่งก็แอบสงสารเหมือนกันเพราะเครื่องที่ธนาคารกรุงไทยให้มามีขนาดที่ใหญ่มาก

    แต่ถ้าพนักงานนำเครื่อง EDC ไว้ที่หน้ารถ เราต้องรอพนักงานเก็บค่าโดยสารคนอื่นด้วยเงินสดให้หมดก่อน
    ตอนนั้นเรากังวลเสียเองว่า เราจะกลายเป็นว่าชักดาบค่าโดยสาร (โดยที่เราไม่ได้ตั้งใจ) หรือเปล่า?

    ผ่านไปสักพัก พนักงานถึงหยิบเครื่อง EDC จากหน้ารถ ไล่แตะบัตรผู้โดยสารทีละคน รวมทั้งผู้เขียนจนครบ
    เราต้องคอยบอกพนักงานว่าขึ้นมาจากไหน เพื่อให้พนักงานคิดค่าโดยสารให้ถูกต้องตามระยะทาง



    อีกปัญหาหนึ่งที่อยากจะฝากไปถึงธนาคารกรุงไทยก็คือ เมื่อไหร่จะสามารถเช็กยอดเงินคงเหลือในบัตรผ่านมือถือ แอปพลิเคชัน หรือช่องทางออนไลน์
    โดยพัฒนาระบบบริการตัวเอง (Self service) ให้ผู้ใช้บัตรสะดวกมากขึ้นกว่านี้

    ทุกวันนี้เวลาจะเช็กยอดมีแค่สองวิธี คือ พนักงานเก็บค่าโดยสารต้องคอยบอกว่าเหลือกี่บาท ซึ่งหลายคนก็ไม่ค่อยจะบอก
    กับเอาบัตรไปให้ธนาคารกรุงไทยลงทะเบียนเพื่อขอรับรหัสผ่าน 6 หลัก นำไปเช็กยอดผ่านตู้เอทีเอ็มกรุงไทยซึ่งยุ่งยาก

    ต่อให้อ้างว่ามีตู้เอทีเอ็มกรุงไทยนับพันเครื่องทั่วประเทศ แต่ก็ต้องค้นหาตู้เอทีเอ็ม เสียเวลาทำรายการอยู่ดี

    แอปพลิเคชัน “Krungthai NEXT” มีเพียงแค่บริการด้านบัตรเดบิต บัตรเอทีเอ็ม และบัตรกรุงไทย TRAVEL CARD เท่านั้น
    แต่บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ รวมทั้งบัตร E-Money เช่น กรุงไทยพร้อมจ่าย ไม่สามารถเพิ่มเข้าไปในแอปพลิเคชันได้

    ส่วนการเติมเงินลงในบัตร แม้จะมีพร้อมเพย์คิวอาร์โค้ด (PromptPay QR Code) อยู่ด้านหลังบัตร
    แต่เวลาเติมเงินก็ต้องหยิบบัตรขึ้นมาสแกน จะเติมเงินผ่านแอปพลิเคชันโดยตรงแบบไม่ต้องควักบัตรออกมาก็ทำไม่ได้

    เปรียบเทียบกับแอปพลิเคชัน SCB EASY ธนาคารไทยพาณิชย์ ในหน้ารวมบัญชี นอกจากจะมีเมนูบัตรเดบิตและบัตรเอทีเอ็มแล้ว
    ยังมีเมนูบัตรเติมเงิน ที่สามารถเช็กยอดได้ทั้งบัตร SCB M PREPAID และบัตร PLANET SCB

    ที่เหลือเชื่อก็คือ ตอนที่นำบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. ไปสแกนคิวอาร์โค้ดที่แอปฯ SCB EASY เพิ่อเติมเงิน
    ยังสามารถ “กดติดดาว” หลังเติมเงินเพื่อบันทึกรายการโปรด ไว้เติมเงินลงในบัตรครั้งต่อไปผ่านเมนู “จ่ายบิล” ได้อีกด้วย

    ธนาคารกรุงไทยน่าจะใช้แอปฯ “Krungthai NEXT” หรือ “เป๋าตัง” ที่ผูกกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กับกองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.)
    มาต่อยอดกับบัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. ไม่จำเป็นต้องพัฒนาแอปพลิเคชันใหม่ให้ยุ่งยากโดยใช่เหตุ

    เวลาที่แต่ละค่ายเปิดตัวแอปพลิเคชันทีไร คิดในใจว่า บริการต่างๆ รวมอยู่ในแอปฯ เดียวกันไม่ได้หรือไง
    จะออกแอปฯ อะไรอีกเยอะแยะ หนักเครื่องชิบหาย ไม่สงสารคนที่ใช้มือถือสเปกต่ำ ประเภท RAM 1 GB, ROM 8 GB ราคาถูกบ้างเลยหรือ?



    ส่วนปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นก็คือ เป็นที่ทราบกันดีว่ารถร่วมบริการ ใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. ไม่ได้
    ปรากฎว่ามีผู้ประกอบการเดินรถรายใหม่ คือ “สมาร์ทบัส” ใช้รถโดยสารสีฟ้า คล้ายกับรถเอ็นจีวีของ ขสมก. อีกต่างหาก

    เหตุที่สีรถคล้ายกัน เพราะเป็นรถที่ซื้อมาจากบริษัท เบสท์ริน กรุ๊ป ซึ่งเคยชนะประมูลโครงการรถเมล์เอ็นจีวีของ ขสมก. มาก่อน
    แต่ถูกบอกเลิกสัญญา เพราะมีปัญหาการนำเข้ากับทางกรมศุลกากรจนส่งมอบรถไม่ทัน

    ปัจจุบัน “สมาร์ทบัส” นำรถเข้ามาให้บริการบางเส้นทาง เช่น สาย 104 ปากเกร็ด-หมอชิต 2, สาย 150 ปากเกร็ด-บางกะปิ, สาย 52 ปากเกร็ด-บางซื่อ, สาย 147 วงกลมเคหะธนบุรี-บางแค และสาย 167 เคหะธนบุรี-สถานีรถไฟฟ้าลุมพินี

    คนที่สับสนกับสีรถเมล์แล้วรีบขึ้นโดยไม่ทันสังเกต พอทราบว่าเป็นรถร่วมบริการ ก็ใช้บัตรไม่ได้ตามระเบียบ



    อย่างไรก็ตาม จากการใช้บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก. มาเกือบ 1 เดือน
    รู้สึกว่าสะดวกรวดเร็ว เพราะไม่ต้องควักเหรียญขึ้นมาจ่าย ไม่ต้องจ่ายธนบัตรแล้วรับเงินทอนเป็นเหรียญให้หนัก ไม่ต้องพกเงินสดในกระเป๋าสตางค์จำนวนมาก

    ทุกวันนี้เวลาเดินทางในกรุงเทพฯ จะใช้สารพัดบัตรแตะแล้วจ่ายแทนเงินสด
    ทั้งบัตรแรบบิท บัตรเอ็มอาร์ที บัตรแอร์พอร์ตลิงก์ บัตรโดยสารอิเล็กทรอนิกส์ ขสมก.
    จะมีก็แต่เรือโดยสาร แท็กซี่ และมอเตอร์ไซค์รับจ้างที่ยังต้องจ่ายเงินสด

    การผลักดันระบบชำระค่าโดยสารแบบไร้เงินสดของ ขสมก. ร่วมกับธนาคารกรุงไทย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี
    ไม่ใช่แค่เพียงก้าวสู่สังคมไร้เงินสดตามนโยบายไทยแลนด์ 4.0 แต่ผู้ใช้ยังสามารถควบคุมค่าใช้จ่ายได้ สะดวกสบายและปลอดภัย

    เพียงแต่ว่ายังมีคนกรุงเทพฯ ส่วนใหญ่เคยชินกับการจ่ายค่ารถเมล์ด้วยเงินสด ซึ่งต้องใช้เวลาและสิ่งจูงใจในการเปลี่ยนพฤติกรรม
    ขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองหน่วยงานอย่าง ขสมก. และธนาคารกรุงไทยจะขับเคลื่อนต่อไปอย่างไร



    https://mgronline.com/columnist/detail/9620000103625




+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 13/13 หน้าแรกหน้าแรก ... 11 12 13

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด