+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 3
จาก 3 โพส

กระทู้: [บทความ] "กระเป๋ารถเมล์"

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,675
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส

    [บทความ] "กระเป๋ารถเมล์"

    "กระเป๋ารถเมล์"
    สจร.สาร คอลัมน์มุมมองจากบาทวิถี
    กรกฎาคม-สิงหาคม 2544







    แสงไฟนีออนหลายหลายสีสันดับลงพร้อมกับเสียงอึกทึกครึกโครมของสถานบันเทิงที่ดังมาตั้งแต่หัวค่ำ กลุ่มนักเที่ยวราตรีทั้งหลายเริ่มเดินทางกลับไปหลับไปนอนกันแล้ว ความเงียบกลับเข้าปกคลุมท้องถนนอีกครั้ง......แต่ทว่าเพียงแค่เวลาชั่วครู่เท่านั้น เพราะเช้าวันใหม่กำลังจะเริ่มต้น และท้องถนนก็จะต้อนรับล้อรถยนต์และรองเท้าของเหล่ามนุษย์งานที่ต้องออกเดินทางไปบนวิถีแห่งชีวิตเขาอีกครั้ง เช่นเดียวกับชีวิตของประภาที่ต้องรีบตื่นอาบน้ำแต่งตัวและเดินทางออกจากบ้านก่อนคนอื่นในครอบครัวเพื่อไปทำงานให้ทัน เพราะมีคนอีกมากมายกำลังรอเธออยู่

    หลังจากก้าวขึ้นไปบนห้องทำงานที่คุ้นเคย ประภาก็นั่งลงบนเก้าอี้หน้าห้องทำงานของเธอแล้วตรวจสอบสิ่งของที่เธอเพิ่งเซ็นรับมาเพื่อสักครู่

    ชัยเพื่อนร่วมงานของเธอก้าวเข้ามาในห้อง เขาเปิดเครื่องปรับอากาศแล้วนั่งลงบนเก้าอี้ประจำของเขา เสียงเครื่องปรับอากาศดังกระหึ่ม ความเย็นเริ่มแผ่กระจาย ประภานึกในใจว่าเธอเองยังโชคดีกว่าเพื่อนร่วมอาชีพอีกหลายคนที่ได้ทำงานในห้องที่มีเครื่องปรับอากาศเย็นสบาย ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนระอุของกรุงเทพฯ เพราะเพื่อนบางคนห้องทำงานของเขาไม่มีแม้แต่พัดลม

    ห้องทำงานของเธอเป็นห้องสี่เหลี่ยมยาวๆ มีเก้าอี้มากมายตั้งเรียงรายอยู่ติดริมหน้าต่างกระจกโดยมีทางเดินอยู่ตรงกลางห้อง ประภาค่อยๆ รูดม่านเปิดให้แสงสว่างภายนอกส่องเข้ามาในห้องทำงานของเธอ ไม่นานนักลูกค้าของเธอก็ก้าวเข้ามาในห้องแล้วนั่งบนเก้าอี้ริมหน้าต่างตัวหนึ่ง รายนี้เป็นลูกค้าที่มาประจำเกือบทุกวัน เวลาผ่านไปสักครู่ลูกค้าเริ่มมากขึ้นประภาจึงได้เริ่มทำงานของเธอ

    กระบอกโลหะยาวๆ ในมือของเธอส่งเสียงดังตลอดเวลาที่เธอเดินไปเดินมาอยู่ในห้องทำงาน เป็นสัญญาณบอกให้รู้ว่าเธอมาแล้ว ภายในกระบอกมีกระดาษม้วนยาวๆ พิมพ์สีต่างๆ อยู่หลายม้วน เมื่อเธอเดินไปถึงเก้าอี้ที่มีลูกค้านั่ง ลูกค้าคนนั้นก็บอกสถานที่ที่เขาจะไปและยื่นเงินให้ ประภารับเงินมาแล้วฉีกกระดาษใบเล็กๆ ที่ใครๆ ขนานนามมันว่า "ตั๋ว" ยื่นให้ลูกค้า ตามจำนวนราคาที่กำหนดไว้
    ประภาบอกกับเราว่า "ตอนแรกๆ ที่มาทำงาน เธอเองก็ยังจำไม่ได้ว่าจากไหนถึงไหนราคาเท่าไหร่จนเธอต้องอาศัยการจดไว้บนกระดาษแล้วติดกระดาษนั้นลงบนกระบอกตั๋ว เพื่อใช้ดูเวลาคิดเงิน"

    เมื่อได้เวลา ชัยก็เริ่มทำงานของเขาบ้าง......เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่ม ห้องทำงานของเธอเริ่มเคลื่อนตัวออกจากตรงนั้นช้าๆ แล้วมุ่งตรงไปตามเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ ห้องทำงานของเธอเคลื่อนที่......ใช่! ห้องทำงานของเธอเคลื่อนที่ได้ หรือจะมองอีกมุมหนึ่งคือ เธอทำงานไม่เป็นที่ เพราะวันทั้งวันเธอต้องเดินทางตลอดเวลา และใช้ชีวิตอยู่บนท้องถนนที่เต็มไปด้วยอันตรายทุกๆ วินาที แต่จะทำอย่างไรได้ มีลูกค้ามากมายเฝ้ารอคอยเธอและห้องทำงานของเธออยู่มากมาย บางวันมากถึงขนาดต้องยืนเบียดเสียดยัดเยียดอัดกันไว้ในนั้นจนแย่ยิ่งกว่าปลากระป๋องเสียอีก และเหตุการณ์เช่นนี้เองก็ทำให้เธอต้องคอยตะโกนบอกและจัดระเบียบลูกค้าและคอยเป็นหูเป็นตาให้ชัยเวลาที่ลูกค้าจะขึ้นหรือลง





    ประภาเล่าให้ฟังว่า "การทำงานอาชีพนี้ไม่ง่ายอย่างที่หลายคนคิด เพราะผู้ที่จะทำได้นั้นจะต้องมีคุณสมบัติหลายอย่าง อย่าางแรก คือต้องมีความอดทน ทนต่อการยืนนานๆ บางทียืนทั้งวันเลยก็มี บางทีคนแน่นก็ต้องคอยตะโกนบอกให้ผู้โดยสารที่ขึ้นมาก่อนยืนชิดๆ กัน เพราะคนขึ้นใหม่ไม่มีที่ยืน ต้องทนต่อกลิ่นต่างๆ ที่แต่ละคนพาขึ้นมาบนรถ ทั้งน้ำหอมทั้งเหงื่อ เวลาคนแน่นๆ นะกลิ่นพอๆ กับถุงเท้าไม่ได้ซักเลยล่ะ และข้อสำคัญคือต้องทนต่อความแออัดและการเบียดเสียดยัดเยียด ยิ่งช่วงเย็น ช่วงเช้าและก็ตอนฝนตกนะ ไม่ต้องพูดถึงเลยล่ะ แทบจะขี่คอกันแน่ะ เวลาเดินเก็บค่าโดยสารก็ลำบากเพราะที่ยืนก็แทบจะไม่มีอยู่แล้ว เรายังต้องแทรกเข้าไปเก็บค่าโดยสารอีก ตัวเล็กๆ อย่างพี่นี้ก็ไม่เท่าไหร่ บางคนสิตัวอ้วนเดินแทรกเข้าไปลำบาก นอกจากนี้ก็ยังต้องใจเย็นเพราะเราต้องคอยรับอารมณ์ของผู้โดยสารที่มีหลากหลายอารมณ์"





    ห้องทำงานของประภาเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ โดยหยุดจอดเป็นระยะๆ ตามแต่จะมีลูกค้าขึ้นหรือลง ลูกต้าต่างก็กวักมือเรียก ขึ้นมานั่ง จ่ายเงิน กดกริ่ง แล้วก็ลงไป เป็นอย่างนี้ตลอดเส้นทางจนในที่สุดห้องทำงานสี่เหลี่ยมที่ตั้งอยู่บนยางสีดำเส้นกลมๆ หกเส้น ก็วนกลับมาจอดที่เดิมของมันอีกครั้ง......วันหนึ่งผ่านไป เหมือนหลายๆ วันก่อน......ประภารอคอยวันรุ่งขึ้นเพื่อที่จะดำเนินชีวิตเช่นนี้อีก.....เหมือนเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า แตกต่างกันเพียงตัวเลขบนปฏิทินที่เปลี่ยนไปและลูกค้าหน้าใหม่ๆ ที่หมุนเวียนมาใช้บริการเท่านั้น นี่เองที่เป็นวัฏจักรชีวิตของคนในอาชีพ พนักงนเก็บเงินบนรถโดยสารประจำทาง หรือที่ใครๆ เรียกกันอย่างติดปากว่า "กระเป๋ารถเมล์" ซึ่งหากเปรียบไปแล้วชีวิตของพวกเขาก็คงจะต้องหมุนวนอยู่อย่างนี้ เฉกเช่นเดียวกันกับยางรถยนต์ที่ต้องหมุนวนอยู่บนเส้นทางเดิมๆ วันแล้ววันเล่าจนกว่ายางจะสึกหรอและหมดอายุการใช้งานไปในที่สุด แต่หากว่ายางเส้นนั้นๆ มีเจ้าของที่ดีคอยดูแลเอาใจใส่เช็คสภาพ ทำความสะอาด ขับขี้อย่างระมัดระวัง และคอยเติมลมยางอยู่อย่างสม่ำเสมอไม่ปล่อยให้ยางแห้งแบน ยางเส้นนั้นก็คงจะสามารถยืดอายุการใช้งานไปได้อีกนาน......


  2. #2
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    335
    ถูกใจ
    1,846
    โพสถูกใจ 356 ครั้ง ใน 124 โพส
    สาย80 เบนซ์เน่าคิดถึงมากๆ ผ่านมาเป็นสิบกว่าปีเเล้ว ผมว่าอาชีพนี้เป็นอาชีพที่ยากนะ ความจำต้องดี มีไหวพริบ ต้องใจเย็น เเล้วก็เหนื่อยน่าดู ยิ่งรถคันไหนคนเเน่นด้วยนี่เเบบ บางทีก็สงสารเลยอะครับ

  3. #3
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    ที่อยู่
    26 - 37 - 143 - 180 - 517 - 554 - 751
    โพส
    5,334
    ถูกใจ
    11,416
    โพสถูกใจ 26,009 ครั้ง ใน 4,341 โพส
    เบนซ์เน่ายุคเรเนซองส์ รุ่งเรืองมาก ชอบจริงๆ

  4. 10 คนถูกใจสิ่งนี้





+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด