+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 1
จาก 1 โพส

กระทู้: [เอกสารประกอบความรู้] : ประวัติของตั๋วรถเมล์

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    ที่อยู่
    กปด.24 (อู่ใต้ทางด่วนสาธุประดิษฐ์)
    โพส
    1,533
    ถูกใจ
    3,448
    โพสถูกใจ 4,287 ครั้ง ใน 1,102 โพส

    [เอกสารประกอบความรู้] : ประวัติของตั๋วรถเมล์



    -----------------------------------------------------------------------------------------------

    1.ประเทศไทย เริ่มใช้ตั๋วรถเมล์เมื่อไร ?

    - ต้นกำเนิดของรถเมล์ เริ่มเมื่อปี พ.ศ.2440 ผู้ริเริ่มคือ พระยาภักดีนรเศรษฐ (เลิศ เศรษฐบุตร) เป็นลักษณะรถเทียมม้าลากจูงบรรทุกผู้โดยสาร
    ได้คราวละ 2 คน เส้นทางสายแรกจากสะพานยศเส หมดระยะที่ประตูน้ำ อัตราค่าโดยสาร คนละ 2 ไพ ไม่มีการใช้ตั๋วรถเมล์

    สำหรับต้นกำเนิดของตั๋วรถเมล์ คาดว่าเริ่มช่วงที่มี บริษัทเอกชน หรือ การรวมกลุ่มผู้ให้บริการรถเมล์ร่วมกัน เปิดให้บริการเดินรถเมล์ในรูปแบบ
    ของเชิงธุรกิจ ซึ่งคาดว่าประมาณ ปี พ.ศ.2498

    2.ใครเป็นผู้ริเริ่มการใช้ตั๋วรถเมล์ ?

    - ไม่มีปรากฎหลักฐานเด่นชัดว่าใครเป็นผู้ริเริ่มการใช้ตั๋วรถเมล์ แต่เกิดจากวิวัฒนาการ ที่เริ่มจาก เมื่อมีบริษัทเอกชนดำเนินการให้บริการรถเมล์มากขึ้น
    จำนวนรถของแต่ละบริษัท เพิ่มจำนวนมากขึ้น รถเมล์ทุกคันจะระบุสายรถเมล์ และเ้ส้นทางผ่าน หมายเลขของรถแต่ละคัน รวมไปถึงการใช้ตั๋วรถเมล์
    เพื่อจะได้ทราบว่า พนักงานเก็บค่าโดยสาร ซึ่งแต่เดิมเรียกว่า "กระเป๋า" เก็บค่าโดยสารในแต่ละเที่ยวได้จำนวนเงินเท่าไหร่ โดยดูหลักฐานจากการ
    ตัดตั๋วรถเมล์ อีกทั้งเพื่อป้องกันการทุจริตในการเก็บค่าโดยสารของพนักงานด้วย

    ลักษณะของตั๋วรถเมล์ แต่เดิมนั้น แต่ละบริษัทจะพิมพ์ใช้กันเอง มีลักษณะเป็นม้วนเหมือนปัจจุบัน พิมพ์ด้วยกระดาษสีขาว ไม่มีสีสรร
    รายละเอียดของตั๋วรถเมล์ ประกอบด้วย
    - เครื่องหมาย และ ชื่อบริษัทของผู้ประกอบการ
    - ราคาของตั๋ว
    - หมายเลขหน้าตั๋ว
    โดยจะมีกระบอกใส่ตั๋วและฉีกตั๋วด้วย

    3.ปัจจุบันหน่วยงานใดเป็นผู้ควบคุมการใช้ตั๋วรถเมล์

    - รถเมล์ของ ขสมก. ขสมก. เป็นผู้ควบคุม จัดพิมพ์ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล
    - รถโดยสารขนาดเล็ก ,, ,,
    - รถเอกชนร่วมบริการ แต่ละบริษัทจะพิมพ์ตั๋วรถเมล์ใช้กันเองและควบคุมกันเอง

    4.ทำไมเวลาตรวจตั๋วจะต้องฉีกตั๋ว ? การฉีกตั๋วกระทำเป็น 2 กรณี ได้แก่

    กรณีที่ 1 - พนักงานเก็บค่าโดยสารเป็นผู้ฉีกตั๋ว เมื่อออกตั๋วให้กับผู้โดยสาร เพราะ
    1.1 - จะตัดตั๋วที่มุมบนด้านซ้าย ซึ่งมีคำว่า "ไป" และมุมล่างด้านขวา ซึ่งมีคำว่า "กลับ" สำหรับการให้บริการของรถเมล์ เที่ยวที่ได้วิ่งไป หรือวิ่งกลับ
    1.2 - จะฉีกตั๋วบริเวณรอบๆตัวเลขของตั๋ว ซึ่งตัวเลขรอบตั๋ว จะมีหมายเลข 1 ถึงเลข 14 ตัวเลขแต่ละตัวจะบอกระยะทาง จุดที่ผู้โดยสารขึ้นมา

    กรณีที่ 2 - พนักงานนายตรวจ จะเป็นผู้ฉีกตั๋วของผู้โดยสาร ขณะที่ขึ้นไปตรวจตั๋ว ทั้งนี้เพราะจะได้ทราบว่า ได้ตรวจตั๋วไปแล้ว และเป็นการ
    ป้องกันการทุจริตกรณีที่พนักงานเก็บค่าโดยสารนำตั๋วเก่าไปขายให้ผู้โดยสารใหม่

    5.ตัวเลขแต่ละหลักในตั๋วรถเมล์มีความหมายอย่างไร ?

    - ตัวเลขที่ปรากฎอยู่กลางใบตั๋ว จะมีตัวเลขทั้งหมด 7 หลัก โดยตั๋ว 1 ม้วน จะมีตั๋วจำนวน 500 ใบ และ 1,000 ใบ ตั๋วใบแรกของม้วน เริ่มต้นที่ตัวเลข 1
    และตามด้วยตัวเลข 0 อีก 6 ตัว (1000000) และตั๋วไปสุดท้ายของม้วน จะปรากฏตัวเลข 9999999 (ตัวเลข 9 ทั้งหมด 7 ตัว)

    ตัวเลขเหล่านี้จะมีประโยชน์อย่างยิ่ง เพื่อใช้สำหรับเช็คหน้าตั๋วทุกครั้ง เมื่อรถเมล์สิ้นสุดการให้บริการผู้โดยสารในแต่ละเที่ยว พนักงานเก็บค่าโดยสาร
    จะต้องส่งกระบอกตั๋วเพื่อให้นายท่าจดหมายเลขของตั๋วใบสุดท้ายที่ขายได้ในแต่ละเที่ยว ลงในใบเที่ยว ที่เรียกว่า "บชข.1" และเมื่อสิ้นสุดการให้บริการ
    ของรถเมล์ทุกคันในแต่ละวัน พนักงานเก็บค่าโดยสารจะต้องนำกระบอกตั๋วพร้อมทั้งตั๋วรถเมล์ที่เหลือ นำไปเช็คยอดจำนวนเงิน เพื่อให้ตรงกับจำนวน
    ตั๋วรถเมล์ที่ขายได้ทั้งหมดใน 1 วัน มอบให้แก่พนักงานการเงิน พร้อมต้องฝากกระบอกตั๋วไว้ที่ส่วนบัญชีและการเงิน ของแต่ละกลุ่มงานปฏิบัติการเดินรถ
    เพื่อป้องกันการสูญหาย

    [hr]

    ส่วนประชาสัมพันธ์
    กองประชาสัมพันธ์
    สำนักอำนวยการ
    องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ

    ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆครับผม...

    -------------------------------------------------------------------------------------------------

    อันนี้นำข้อมูลมาจากเว็บไซต์ : http://www1.dek-d.com/content/all/14957/

    “โปรดเก็บตั๋วไว้ให้ตรวจด้วยนะครับพี่... ขอบคุณครับ”


    ไม่ว่าจะขึ้นรถเมล์หรือเข้าโรงหนัง เรามักจะได้ยินประโยคนี้จากคนขายตั๋วอยู่เสมอๆ และในทุกๆ ครั้งที่เขาบอกเราก็มักจะ...ขยำทิ้งบ้าง
    เก็บใส่กระเป๋าเลยบ้าง หรือไม่ก็เหน็บไว้เบาะข้างหน้าบ้าง!หลายๆ คนมักจะมองข้ามความสำคัญของกระดาษใบเล็กๆ อย่างตั๋วไป แม้ว่าตั๋วจะไม่ใช่
    ซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่จะต้องเก็บไว้แล้วส่งชิงโชค! แต่ตั๋วบางชนิดมีค่าแทนหรือเทียบเท่าเงินเลยทีเดียว เพราะข้อความที่อยู่บนตั๋วทุกใบ ตัวเลข
    ตัวหนังสือ สัญลักษณ์ สี สามารถบอกถึงความหมายและรายละเอียดของตั๋วใบนั้นๆ ได้ แถมยังเป็นประโยชน์ทั้งผู้ที่ออกตั๋วและผู้ที่รับตั๋วอีกด้วย
    แม้ว่าตั๋วบางชนิดจะมีแต่ตัวเลข ที่มองดูแล้วยังไงก็ไม่มีความหมาย แต่หารู้ไม่ว่าตัวเลขเหล่านั้นซ่อนความหมายมากมายอย่างที่คุณคาดไม่ถึง!


    ตั๋วรถเมล์
    การเดินทางที่ถือว่าเป็นที่นิยมมากที่สุด ทั้งราคาและความสะดวก เป็นปัจจัยที่ทำให้คนไทยใช้บริการรถเมล์นั่นเอง ยิ่งเดี๋ยวนี้
    ตั๋วรถเมล์เป็นมากกว่ากระดาษธรรมดาๆ ซะแล้ว โดยเฉพาะใครที่มักจะลืมของบนรถเมล์เป็นประจำ แล้วไม่รู้ว่าจะไปตามของที่หายได้จากที่ไหน
    ไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง เอาเป็นว่า เพียงแค่คุณเก็บตั๋วรถเมล์ไว้ คุณก็ได้ของคืนแล้ว เพราะไม่ว่าจะเป็นเลขรหัสม้วนตั๋ว, เลขหมวดตั๋ว, โลโก้
    ที่ปรากฏอยู่บนตั๋วใบเล็กนี่แหละ สามารถสืบทราบถึงสายรถเมล์ กระเป๋ารถเมล์ที่เบิกม้วนตั๋วม้วนนั้น ช่วงเวลาที่คุณใช้บริการรถเมล์สายนั้นๆ ได้
    รับประกันได้ว่าถ้าคุณลืมแม้แต่กระเป๋าเหรียญใบกระจิ๊ด ก็ได้คืน

    1. เลข 1-15 หมายถึง ตัวเลขแทนช่วงระยะทาง ตัวเลขเหล่านี้หมายถึงระยะทางที่กรมการขนส่งได้กำหนดไว้เป็นมาตรฐาน
    ซึ่งรถเมล์ทุกสายไม่ว่าจะเป็นเมล์ขององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หรือรถร่วมบริการต้องใช้ร่วมกัน อย่างเช่นเลขที่แทนช่วงระยะทางที่ 1
    ก็จะมีระยะทางตั้งแต่ตลาดอตก.3 เลี้ยว ถึงถนนประชาราษฎร์ ระยะทางที่ 2 ก็จะมีระยะทาง ตั้งแต่ถนนประชาราษฎร์ถึงสะพานพระราม 7 เป็นต้น
    ตัวเลขแทนช่วงระยะทางนี้จะมีมากกว่าหรือน้อยกว่า 15 ช่วง ระยะก็ได้ ขึ้นอยู่กับองค์กรที่ให้บริการว่าจะให้บริการเส้นทางที่ใกล้ไกล มากน้อยขนาดไหน

    นอกจากจะแทนช่วงระยะทางแล้ว ตัวเลขเหล่านี้ยังสามารถบอกให้กับผู้โดยสารและนายตรวจตั๋วได้รู้อีกว่า ผู้โดยสารขึ้นจากรถเมล์ป้ายไหน
    และนับเป็นช่วงระยะทางที่เท่าไหร่ และถ้าเป็นรถเมล์ที่จ่ายเงินตามระยะทาง ก็จะบอกถึงราคาในแต่ละระยะทางอีกด้วย


    2. โลโก้ของบริษัท บริษัทที่ให้บริการผู้โดยสารขึ้นอยู่กับแต่ละบริษัทว่าจะใช้โลโก้แบบไหน ถ้าหากเป็นรถของขสมก. ก็จะเป็นตราของขสมก.
    แต่ถ้าเป็นบริษัทเอกชน ก็จะมีตราบริษัทที่ต่างกันออกไป จะเห็นได้จากตั๋วใบนี้ที่โลโก้เป็นตรา ขสมก.


    3. เลข รหัสม้วนตั๋ว เป็นเลข 3-4 หลักแรก (ซึ่งในแต่ละองค์กรที่ให้บริการจะกำหนดไม่เท่ากัน) ใน 7 หลัก ซึ่งจะแทนเส้นทางการเดินรถ
    ที่ทาง ขสมก. กำหนดขึ้น รวมทั้งยังแทนสายรถเมล์สายนั้นๆ ด้วย


    4. เลข จำนวนผู้โดยสาร เป็นเลข 3-4 หลักต่อท้ายจากเลขรหัส ม้วนตั๋ว ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่ 000 ในทุกๆ ม้วนตั๋วและจะเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ
    ตามจำนวนผู้โดยสารในแต่ละวัน รู้อย่างนี้แล้วใครที่อยากได้ตั๋วที่ลงท้ายด้วย 000 ไป รอกันที่ท่ารถตั้งแต่รถออกได้เลย


    5. เลข หมวดตั๋ว เป็นเลขที่แทนรอบการผลิตตั๋วและแทนรถเมล์สายนั้นๆ ซึ่งจะมีตั้งแต่ 1-1000 เลยทีเดียว อย่างเช่นตั๋วรถเมล์ในรูปนี้ เลขหมวดตั๋วคือ 55


    6. สี ของตั๋ว สีของตั๋วนอกจากจะบอกถึงราคาแล้ว สำหรับรถเมล์ปรับอากาศคำนวณราคาตามระยะทางยังสามารถบอกถึงช่วงระยะในการเดิน
    ทางของผู้โดยสารอีกด้วย


    รู้อย่างนี้แล้ว ลงจากรถเมล์เมื่อไหร่ก็อย่าลืมที่จะเก็บตั๋วมาไว้ด้วยล่ะ เพื่อว่าถ้าลืมของจะได้บอกได้ว่ารหัสม้วนตั๋วคือตรงไหน เลขหมวดตั๋วคือเลขอะไร

  2. 8 คนถูกใจสิ่งนี้





+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด