+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 2/2 หน้าแรกหน้าแรก 1 2
#16 - 16
จาก 16 โพส

กระทู้: [รวมข่าว] โครงการเปิดเช่าอู่รถเมล์ เพื่อพัฒนาในเชิงพาณิชย์

  1. #16
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    โพส
    10,676
    ถูกใจ
    7,938
    โพสถูกใจ 22,595 ครั้ง ใน 6,271 โพส
    เบรก ขสมก.พลิกที่ดินหาเงิน
    ไทยรัฐ
    31 กรกฎาคม 2561



    นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการผู้อำนวยการองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้ ตามแผนฟื้นฟูกิจการของ ขสมก. ว่า จากเดิม ขสมก.ตั้งเป้าจะนำอู่รถเมล์ซึ่งมีพื้นที่ตั้งอยู่ในทำเลทองที่มีศักยภาพจำนวน 2 แห่ง คือ บางเขน และมีนบุรี มาพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ ด้วยการเปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนา แต่ขณะนี้เกิดปัญหา ไม่สามารถดำเนินการได้ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคมได้ทำความเห็นแย้งมาว่าการนำพื้นที่ซึ่งเป็นอู่รถเมล์ราว 80% ของพื้นที่ทั้งหมด มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ไม่เหมาะสม หากจะดำเนินการต่อจะต้องกลับไปปรับลดสัดส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ลงให้น้อยกว่าพื้นที่สำหรับการเดินรถ เนื่องจากวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ขสมก.ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ภารกิจหลักของ ขสมก. คือ การให้บริการเดินรถเท่านั้น


    "หากจะต้องปรับลดขนาดพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เหลือน้อยลงกว่าพื้นที่เดินรถ คงไม่มีเอกชนรายใดสนใจ เพราะไม่คุ้มค่า ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์เป็นสิ่งจำเป็นที่ ขสมก.ต้องทำให้สำเร็จ เพื่อหารายได้มาเสริม เพราะรัฐบาลไม่อนุญาตให้ปรับขึ้นค่าโดยสารมานานแล้ว ดังนั้น จะส่งเรื่องให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ"


    ทั้งนี้ หากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความแล้วมีความเห็นเหมือนกับฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคม ทาง ขสมก.จะผลักดันให้แก้ไขพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 โดยจะขอเพิ่มอำนาจหน้าที่ให้นำที่ดินของ ขสมก.มาประกอบธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินรถได้ เช่นเดียวกับบริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจเหมือน ขสมก. แต่นำที่ดินมาเปิดประมูลทำร้านกาแฟได้ รวมทั้งจะขอให้แก้ไขเพิ่มเติมให้ ขสมก.ออกพันธบัตรได้ในอนาคตด้วย ซึ่งขั้นตอนการขอแก้ไขกฎหมายนี้จะถูกบรรจุเป็นส่วนหนึ่งของแผนฟื้นฟูธุรกิจของ ขสมก.


    สำหรับแผนการพัฒนาเชิงพาณิชย์นั้น มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ศึกษาแล้วระบุว่า ให้นำอู่บางเขนและมีนบุรีมาเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ในรูปแบบพีพีพี สัญญาเช่า 30 ปี โดยอู่บางเขน มีพื้นที่ 12 ไร่ มีมูลค่าที่ดินมากกว่า 1,000 ล้านบาท อู่มีนบุรี มีพื้นที่ 14 ไร่ มีมูลค่าที่ดินราว 1,000 ล้านบาท เบื้องต้นคาดว่า ขสมก.จะมีรายได้จากการนำอู่ทั้ง 2 มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ ปีละไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท



    https://www.thairath.co.th/content/1344777


    --------

    ดับฝัน ขสมก. คมนาคมเบรก ห้ามนำอู่รถเมล์ประมูลเชิงพาณิชย์
    ข่าวสาร
    31 กรกฎาคม 2561



    ฝ่ายกฏหมายคมนาคม ดับฝัน ขสมก. ห้ามนำอู่รถเมล์ บางเขน-มีนบุรี มูลค่า 2 พันล้าน ทำเลทองย่านชุมชมมีรถไฟฟ้าวิ่งผ่าน เปิดให้เอกชนประมูลเชิงพาณิชย์ อ้างต้องปรับสัดส่วนให้ใช้พื้นที่เดินรถมากกว่าพาณิชย์ บิ๊ก ขสมก. ยันส่งกฤษฎีกาตีความ ยันต้องหารายได้เสริมค่าโดยสารถูกแช่แข็งนาน


    นายประยูร ช่วยแก้ว รักษาการ ผอ.องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการดำเนินการตามยุทธศาสตร์เพิ่มรายได้ ตามแผนฟื้นฟูกิจการของขสมก. ว่า เดิมขสมก. ตั้งเป้าจะนำอู่รถเมล์ในทำเลทอง 2 แห่ง คือ บางเขน และมีนบุรี มาพัฒนาเป็นพื้นที่เชิงพาณิชย์ เปิดประมูลให้เอกชนเข้ามาร่วมลงทุนพัฒนา แต่เกิดปัญหาไม่สามารถทำได้ เนื่องจากฝ่ายกฎหมายของกระทรวงคมนาคม ทำความเห็นแย้งว่า การนำพื้นที่ซึ่งเป็นอู่รถเมล์ 80% ของพื้นที่ทั้งหมด มาพัฒนาเชิงพาณิชย์ไม่เหมาะสม


    หากจะดำเนินการต่อ ต้องปรับลดสัดส่วนพื้นที่เชิงพาณิชย์ลง ให้น้อยกว่าพื้นที่สำหรับการเดินรถ เนื่องจากวัตถุประสงค์การจัดตั้ง ขสมก. ตามพระราชกฤษฎีกา จัดตั้งองค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ พ.ศ.2519 กำหนดไว้ชัดเจนว่า ภารกิจหลักของ ขสมก. คือการให้บริการเดินรถเท่านั้น


    “หากจะต้องปรับลดขนาดพื้นที่เชิงพาณิชย์ให้เหลือน้อยลงกว่าพื้นที่เดินรถ คิดว่าคงไม่มีเอกชนรายใดสนใจที่จะเข้ามาลงทุนพัฒนาที่ดินแน่นอน เพราะว่าไม่คุ้มค่า ขณะที่การพัฒนาพื้นที่เชิงพาณิชย์ เป็นสิ่งจำเป็นที่ ขสมก.ต้องทำให้สำเร็จ เพื่อหารายได้มาเสริม นอกเหนือไปจากรายได้จากการเดินรถที่ได้รับ ซึ่งทุกวันนี้ก็ไม่คุ้ม เพราะรัฐบาลไม่อนุญาตให้เราปรับขึ้นค่าโดยสารมานานแล้ว ดังนั้น ขสมก. จะส่งเรื่องดังกล่าวไปให้ สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ช่วยตีความอีกครั้งเพื่อให้เกิดความชัดเจน พร้อมเพิ่มอำนาจของ ขสมก. ให้สามารถนำที่ดินของ ขสมก. มาประกอบธุรกิจอื่นๆที่เกี่ยวเนื่องกับการเดินรถได้ เช่นเดียวกับกรณีของ บริษัท ปตท. จำกัด มหาชน”


    สำหรับแผนการพัฒนาเชิงพาณิชย์ของ ขสมก. ว่าจ้างมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศึกษาความเหมาะสม ระบุให้ ขสมก. นำอู่บางเขน และมีนบุรี มาเปิดประมูลพื้นที่เชิงพาณิชย์ ในรูปแบบพีพีพี สัญญาเช่าระยะ 30 ปี อู่บางเขน มีพื้นที่ 12 ไร่ มูลค่าที่ดินมากกว่า 1,000 ล้านบาท เพราะอยู่ในย่านธุรกิจ อนาคตมีรถไฟฟ้าผ่าน 2 สาย คือสายสีชมพูและสายสีเขียว หมอชิตสะพานใหม่-คูคต เสนอให้พัฒนาเป็นศูนย์การค้าหรือคอมมูนิตี้ มอลล์ ส่วนอู่มีนบุรี พื้นที่ 14 ไร่ มูลค่าที่ดินราว 1,000 ล้านบาท เสนอให้พัฒนาเป็นอาคารพาณิชย์ แบ่งชั้นล่างเป็นอู่รถเมล์ และชั้นบนเป็นตลาดขายสินค้า เพราะอยู่ในพื้นที่ชุมชนหนาแน่น อยู่ปลายสายรถไฟฟ้า สายสีชมพู แคราย-มีนบุรี เบื้องต้นคาดว่า ขสมก.จะมีรายได้ จากนำอู่ทั้ง 2 แห่ง พัฒนาเชิงพาณิชย์ ปีละไม่ต่ำกว่า 600 ล้านบาท



    https://www.khaosod.co.th/economics/news_1390860
    แก้ไขครั้งล่าสุดโดย Th_jung : 31/07/18 เมื่อ 13:16




+ ตอบกลับกระทู้
หน้า 2/2 หน้าแรกหน้าแรก 1 2

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด