+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 1
จาก 1 โพส

กระทู้: แก้ปัญหารถติดในกรุงโซล

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    32
    ถูกใจ
    2
    โพสถูกใจ 25 ครั้ง ใน 8 โพส

    แก้ปัญหารถติดในกรุงโซล

    การปฏิรูปรถเมล์ในกรุงโซล
    นรินทร์ โอฬารกิจอนันต์ กรุงเทพธุรกิจ วันพุธที่ 06 ตุลาคม พ.ศ. 2553

    กรุงโซลได้ชื่อว่าเป็นเมืองหนึ่งของโลกที่การจราจรติดขัดมาก แต่เดิมระบบรถเมล์ที่เมืองนี้มีการจัดการที่ค่อนข้างแย่ ทำให้เดินทางได้ช้าและไม่สะดวก คนเกาหลีจึงไม่ค่อยอยากใช้บริการ เมื่อคนใช้บริการน้อย ก็ต้องขึ้นค่าบริการ ทำให้ยิ่งไม่น่าใช้ขึ้นไปอีก เมื่อทุกคนต้องหันไปใช้รถส่วนตัวหรือรถแท็กซี่กันหมด ปริมาณรถบนถนนก็ยิ่งมาก รถก็ยิ่งติด กลายเป็นวงจรชั่วร้ายที่ไม่รู้จบ

    ปี 2004 รัฐบาลเกาหลีใต้ได้ริเริ่มโครงการปฏิรูปรถเมล์ขึ้น เริ่มต้นด้วยการปรับโครงสร้างการบริหารงานใหม่หมดโดยให้เอกชนเป็นผู้ให้บริการทั้งหมด ในขณะที่องค์กรของรัฐ จะทำหน้าที่แค่กำหนดนโยบายและประเมินผลเอกชนเท่านั้น รายได้ของเอกชนก็ให้ขึ้นอยู่กับจำนวนเที่ยวที่บริการแทนที่จะขึ้นกับจำนวนผู้โดยสารเพื่อให้เอกชนใส่ใจเฉพาะการให้บริการ แทนที่จะมุ่งหาลูกค้าให้มากที่สุด (จะได้ไม่ต้องจอดแช่ป้าย หรือซิ่งแข่งกับเวลา เป็นต้น)

    มีการปรับเปลี่ยนเส้นทางเดินรถทั้งระบบด้วย โดยให้รถส่วนหนึ่งวิ่งเป็นวงกลมรอบเมือง อีกส่วนหนึ่งคอยเชื่อมต่อวงกลมเหล่านั้นเป็นใยแมงมุม ทำให้ผู้โดยสารสามารถจดจำเส้นทางได้ง่ายขึ้น และวิ่งทับซ้อนเส้นทางกันน้อยลง ที่สำคัญ มีการอุทิศเลนนอกสุดของถนนให้รถเมล์วิ่งโดยเฉพาะเพื่อให้รถเมล์ไปได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเร็วได้เมื่อเทียบกับรถส่วนตัว

    นอกจากนี้ยังมีการจัดซื้อรถเมล์รุ่นใหม่ที่ดูทันสมัยน่าใช้กว่าเดิมมา เพื่อดึงดูดใจให้ประชาชนรู้สึกอยากใช้บริการรถเมล์มากกว่าเดิม มีทางขึ้นพิเศษสำหรับผู้สูงอายุหรือคนพิการด้วย มีการใช้สมาร์ทการ์ดในการจัดเก็บค่าโดยสาร โดยทำให้สามารถเก็บค่าโดยสารตามต้นทางและปลายทางได้ แทนที่จะเก็บค่าโดยสารตามจำนวนเที่ยวรถที่ต่อเหมือนแบบเดิม ซึ่งไม่ make sense ในมุมมองของผู้โดยสาร

    ในช่วงแรกที่เริ่มเปิดให้บริการ มีเสียงบ่นจากประชาชนมากมายว่า ระบบใหม่นี้ทำให้รถติดมากขึ้น เพราะรถเมล์แย่งพื้นที่รถส่วนตัวไปมาก แต่หลังจากนั้นไม่นาน ประชาชนส่วนหนึ่งก็เริ่มรู้สึกว่า การใช้รถเมล์เดินทางในช่วงที่รถติดมากๆ เช่น เย็นวันศุกร์นั้นจะไปได้เร็วกว่าการใช้รถส่วนตัวมาก เมื่อได้ลองใช้บริการกันก็เริ่มติดใจ และหันมาใช้บริการกันมากขึ้นเรื่อยๆ รวมทั้งในช่วงเวลาอื่นๆ ด้วย ส่งผลให้จำนวนรถบนถนนในชั่วโมงเร่งด่วนลดน้อยลงไป ในขณะที่จำนวนผู้ใช้รถเมล์ก็เพิ่มขึ้นด้วยทำให้จัดเก็บค่าโดยสารได้เพิ่มขึ้น ทำให้ถึงจุดคุ้มทุนได้ง่าย ไม่ช้าไม่นานระบบใหม่นี้ก็กลายเป็นที่ชื่นชมของประชาชน และกรุงโซลก็กลายเป็นตัวอย่างของเมืองที่ประสบความสำเร็จในการปฏิรูประบบขนส่งมวลชน

    ระบบขนส่งมวลชนถือเป็นหนึ่งในเกมที่นักเศรษฐศาสตร์เรียกว่า Prisoners’ Dilemma กล่าวคือ เวลารถติดมากๆ รถส่วนตัวมักไปได้เร็วกว่ารถเมล์ ทำให้ทุกคนเลือกที่จะใช้รถส่วนตัวเพื่อทำให้ตัวเองไปได้เร็วกว่าคนอื่น เมื่อทุกคนคิดอย่างนี้กันหมด จำนวนรถบนท้องถนนก็มากขึ้นเป็นทวีคูณ ทำให้การจราจรยิ่งติดขัด

    แต่ถ้าทุกคนหันมาร่วมมือกันใช้รถเมล์ให้หมด จำนวนรถบนท้องถนนจะหายไปกว่าสิบเท่า ปัญหาการจราจรติดขัดจะหมดไป และยังช่วยให้ประเทศลดค่าใช้จ่ายด้านการขนส่งได้อย่างมหาศาล แต่ความร่วมมือร่วมใจนี้มักไม่เกิดขึ้น เพราะระบบการจราจรส่วนใหญ่มักออกแบบมาให้รถส่วนตัวไปได้เร็วกว่ารถเมล์ เช่น ให้รถส่วนตัววิ่งได้สี่เลน แต่รถเมล์แบ่งกันวิ่งได้แค่เลนเดียว การให้รางวัลคนที่ใช้รถส่วนตัวและลงโทษคนที่ใช้ระบบขนส่งมวลชน ทำให้ไม่มีใครอยากใช้รถเมล์

    การปฏิรูปรถเมล์ในกรุงโซลยืนอยู่บนหลักการที่ว่าจะต้องให้คนที่เลือกใช้รถเมล์มีความสะดวกมากกว่าและไปได้เร็วกว่าคนที่ใช้รถส่วนตัวให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนอยากขึ้นรถเมล์ สุดท้ายแล้วระบบจราจรทั้งระบบจะดีขึ้น เพราะทำให้รถบนท้องถนนมีจำนวนลดลงได้อย่างมาก ทุกคนฝ่ายจะได้ประโยชน์ทั้งคนที่ใช้รถเมล์และคนที่ยังคงใช้รถส่วนตัวอยู่ (win-win situation)

    บ้านเราก็มีโครงการคล้ายอย่างนี้อยู่เหมือนกัน คือ โครงการรถ BRT โดยหลักการแล้ว ผมว่าโครงการนี้เป็นโครงการที่ดี เพราะเป็นการแก้ปัญหาการจราจรโดยการจูงใจให้คนหันมาใช้รถขนส่งมวลชนมากขึ้น ดีกว่าการแก้ปัญหาด้วยการสร้างสะพานข้ามแยกไปเรื่อยๆ อย่างที่เป็นอยู่ ซึ่งเป็นการแก้ปัญหาโดยมองคนใช้รถส่วนตัวเป็นศูนย์กลาง ทำให้คนยิ่งอยากใช้รถส่วนตัวกันมากขึ้น ต้องสร้างสะพานข้ามแยกเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ ไม่รู้จบ

    เวลานี้ BRT อาจดูมีปัญหาบ้าง เพราะไม่ได้ปฏิรูปใหม่ทั้งระบบ และยังเป็นแค่เฟสเริ่มต้นเท่านั้น ทำให้ยังเห็นผลไม่ได้เต็มที่ แต่ปัญหาเหล่านี้สามารถค่อยๆ แก้ไขไปเรื่อยๆ ได้ ดีกว่าที่จะบอกว่าต้องยกเลิก BRT เสีย เพราะว่าทำให้รถส่วนตัวไปได้ช้า แล้วหันไปแก้ปัญหาด้วยวิธีการแบบเดิมที่ยึดคนใช้รถส่วนตัวเป็นศูนย์กลางอีก

    ถึงเวลาแล้วที่เราจะหันมาแก้ปัญหาสังคมด้วยการสร้างแรงจูงใจให้ทุกคนอยากหันมาใช้ทรัพยากรสาธารณะในรูปแบบที่มีประสิทธิภาพครับ

    credit : http://www.nidambe11.net/ekonomiz/20...ctober06p2.htm

  2. 2 คนถูกใจสิ่งนี้





+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด