+ ตอบกลับกระทู้
#1 - 12
จาก 12 โพส

กระทู้: ประสบการณ์การเรียนรักษาดินแดน และฝึกภาคสนาม ณ เขาชนไก่

  1. #1
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    103
    ถูกใจ
    13
    โพสถูกใจ 126 ครั้ง ใน 50 โพส

    ประสบการณ์การเรียนรักษาดินแดน และฝึกภาคสนาม ณ เขาชนไก่

    เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว (17-19) ผมได้ไปเข้ารับการฝึกนักศึกษาวิชาทหาร ภาคสนาม ชั้นปีที่ 2 ณ เขาชนไก่ จ.กาญจนบุรี จึงมาเขียนเล่าประสบการณ์ให้อ่านกันครับ



    วันแรก

    ตื่นนอนตี4 อาบน้ำแต่งตัว ออกจากบ้าน ขึ้นแท็กซี่ไปเพราะ เป็นช่วงเวลาเปลี่ยนกะของรถเมล์ ช่วงเวลานี้จะไม่ค่อยมีรถเมล์วิ่ง ไปถึงสวนเจ้าเชษฐ์ยังไม่ตี5 เลยครับ

    ก็เข้าไปนั่งรอข้างใน มีของขายเป็นที่ครึกครื้น ทั้งอาหาร น้ำเติมกระติก ของใช้ต่างๆในค่าย พอซักตี5 ครึ่งก็เรียกรวมครับ แบ่งคันรถ ผมได้คันที่7 ก็ได้ขึ้นรถไป โดยรถที่นำมารับส่ง เป็นรถหวานเย็น ต่างจังหวัด สีส้มๆ วิ่งแถวสิงห์บุรี พอรถออก ข้ามสะพานปิ่นเกล้า ก็ได้รับอนุญาตให้ถอดหมวก ด้วยความที่ตื่นเช้า พอเลย สาย2ไป ผมก็หลับครับ มาตื่นอีกทีก็กาญจนบุรี จะถึงแล้ว รถก็เลี้ยวเข้าวัดป่าเลไลย์ หรือวัดนางพิม ไปซื้อของกินจากชาวบ้าน และนั่งฟังบรรยายประวัติของสงคราม 9 ทัพ ทีเกิดขึ้นบนทุ่งลาดหญ้า ซึ่งเป็นที่ตั้งของเขาชนไก่

    สักพักก็ได้เข้าไปทำพีธีเปิดครับ แดดค่อนข้างร้อนเพราะเป็นเวลาเที่ยง อ้อ ลืมบอกไป ใช้เวลาเดินทาง 2ชั่วโมงครึ่งครับ

    พอพิธีเปิดเสร็จก็นั่งรถเข้าไปยังกองพัน เข้าไปทำการจัดแบ่งกองร้อย และหมวด ซึ่งผลัดที่ผมไปเป็นผลัดที่ 10 มีทั้งหมด 6 โรงเรียน โดยหลักๆได้แก่ หอวัง สวนกุหลาบรังสิต เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ รัชดา โดยผมได้อยู่กองพันที่ 2 2 กองร้อยที่ 2 หมวดที่ 1

    พอจัดแบ่งเสร็จ ก็ไปทานข้าว โดยกินในถาดหลุม อาหารมื้อแรกมี แกงส้มกับปลาทอด เค้าให้นั่งกินกับพื้นดินสีแดงฝุ่นคลุ้งตลบ แต่อาหารผมว่าอร่อยนะครับ แกงส้มนี่มีกุ้งเต็มเลย แถมเป็นกุ้งแกะเปลือก ผ่าหลังเรียบร้อยแล้วด้วย

    พอกินข้าวเสร็จ ก็เอาถาดไปล้าง โดยมีการล้าง 5 ขั้นตอน ได้แก่
    1.กวาดเศษอาหารทิ้ง
    2.นำไปจุ่มน้ำผสมน้ำยาล้างจาน
    3.นำไปจุ่มน้ำเปล่า
    4. น้ำไปจุ่มน้ำร้อน
    5. นำไปผึ่งไว้

    หลังจากนั้น ก็ได้รับแจกปืน ซึ่งเป็นปืน CARBINE ปี2487 รุ่นเดียวกะที่ใช้ฝึก
    และก็ได้เดินทางไปยังสนามฝึกซึ่งอยู่ไม่ไกลนัก
    การฝึกในชุดนี้ มีอยู่ 3 ฐาน ได้แก่
    การพักแรม - สอนวิธีตั้งเต๊นท์
    การพราง - สอนวิธีพรางแบบต่างๆ จับคู่กันพรางหน้า
    ป้อมสนาม - หลุมบุคคลต่างๆ

    หลังจากนั้น ก็ได้กลับกองพัน อาบน้ำ ซึ่งเห็นน้ำแล้วไม่อยากอาบเลยครับ เป็นสีเขียวขุ่น มองไม่เห็นก้นบ่อเลย

    ผมก็กะเข้าไปล้างหน้าที่พรางไว้อย่างเดียว เข้าไปด้วยชุดแต่งกายครึ่งท่อน แต่ผมเข้าไป เปียกเลยครับ อาบกันรุนแรงเหลือเกิน หลังจากนั้นก็เข้าไปนั่งฟัง ผู้พัน พันโท สมชาย บางน้อย พูด จนถึง 3 ทุ่ม ก็ได้เข้านอนครับ

    ปล.วันแรกโดนเก็บตังค์ไป 110 บาท ค่าเสื้อ กับผ้าพันคอ



    วันที่สอง

    วันนี้เป็นวันที่หนักสุดของการฝึกแล้วล่ะครับ

    ตื่นมาตอนตี5 ลืมบรรยายสภาพเต๊นท์ไปเลยละครับ เต๊นท์เป็นกระโจมเล็กๆ ไม่มีพื้น เราต้องเอาผ้าไปปูเอง ตอนนอนพื้นแข็งมากๆ เต็มไปด้วยหิน ขยับตัวที หินก็ทิ่มหลัง พอเช้ามา รู้สึกโชคดีที่นอนในถุงนอน เพราะอากาศหนาวพอสมควรครับ

    หลังจากนั้นก็ได้ทานข้าวเช้า ซึ่งมีต้มเลือดหมู กับไข่เค็ม 1 ฟอง และนมถั่วเหลือง 1 กล่อง หลังจากนั้นก็ได้รับแจกปืน เดินทางไปฝึกเลยครับ

    พอถึงที่ฝึก ก็มีการอบรมเรื่องหมู่ปืนเล็ก 11 คน ยาวนานพอสมควร หลังจากนั้นก็ได้ทดลองปฏิบัติจริง ซึ่งอันนี้ก็ค่อนข้างง่ายครับ มีแค่หมอบ คลาน ลอดเชือก หลังจากนั้นก็พักและทานข้าว มื้อนี้จำกับข้าวไม่ได้ แต่มีครูจากที่โรงเรียนมาเยี่ยมด้วย จากนั้นก็ได้ฝึกภาคบ่าย ซึ่งเป็นการฝึกที่โหดสุดของการไปฝึกครั้งนี้แล้ว นั่งฟังบรรยายอยู่เกือบชั่วโมง แบ่งหมู่ และใส่หมวกเหล็ก เข้าตี โดยประกอบไปด้วยการหมอบ คลาน โผ แถกลอดลวดหนาม

    ซึ่งระยะทางไกลมาก ลืมตาก็ไม่ได้ฝุ่นคลุ้มเต็มหน้าไปหมด ต้องไส หมวกเหล็กไปเรื่อยๆ พอถึง ต้องวิ่งกลับอีก พอจบ ได้พัก ซื้อผ้าเย็นมาเช็ดหน้าแค่ปื๊ดเดียว ผ้าเย็นจากสีขาวสะอาดกลายเป็นน้ำตาลในทันที รู้สึกไม่สบายตัวอย่างมาก ฝุ่นและหินเข้าไปในเสื้อผ้าเยอะมาก แม้แต่กางเกงในยังมีหินอยู่เลย จากนั้นก็พัก แล้วก็ทานข้าวเย็น กับข้าวมีแกงจืดหน่อไม้ น้ำพริกอ่อง และถั่วเขียวต้มน้ำตาล มีคนเล่นมุกแบบในหนังเขาชนไก่เยอะมาก
    "มีแต่ถั่วเขียวเหรอ"
    "หรือจะเอาถั่วดำละ"

    แล้วก็เคลื่อนพลไปรับการฝึกช่วงกลางคืน
    ซึ่งเป็นการฝึกบุคลลทำการรบในเวลากลางคืน
    สอนพวก การเดิน การเคลื่อนที่ต่างๆในเวลากลางคืน การดูดาว ฯลฯ
    จากนั้นก็ได้ฝึกปฏิบัติจริง

    พอเสร็จก็เดินกลับกองพัน มืดมาก สองข้างทางเป็นป่า
    มีคนเดินผิดเข้าไปหาศาลเจ้าแม่ด้วย
    จากนั้นก็อาบน้ำนอน คราวนี้อาบด้วยความเต็มใจอย่างยิ่งเพราะร่างกายเละมากๆ และเข้านอน ประมาณ 5 ทุ่ม



    วันสุดท้าย

    วันนี้ตื่นตี 5เหมือนเดิม แต่งตัว ทานข้าวเช้า มีต้มผักกาดดอง กับอะไรอีกอย่างจำไม่ได้แล้วครับ แล้วก็นมถั่วเหลือง จากนั้นก็ไปฝึกที่เดียวกับวันแรก แต่ฝึกการเคลื่อนที่ คราวนี้ได้เดินไปในไร่อ้อย เดินไปหมอบไปตลอดทาง จนถึงเที่ยงก็กลับมา ทานข้าว พะโล้ กับไส้กรอก แล้วก็นั่งคุยกันเล่นรอ ครูชุดเคลื่อนย้ายมา

    พอมาถึง ก็จัดขึ้นรถไปทำพิธีปิด ซึ่งต้องยืนตากแดดรอประธาน ซึ่งเป็นคนมีวินัยมากกกก อยู่เกือบชั่วโมง พอเสร็จก็นั่งรถกลับกรุงเทพ

    ผมนั่งหน้าสุด คราวนี้ไม่หลับเลย ดีใจจะได้กลับบ้านแต่มองไปหลับก้นทั้งรถ

    ถึงกรุงเทพประมาณ 5 โมง รวมพลถวายความเคารพ พระบรมราชานุสาวรีย์ ร.6 เสร็จแล้วก็ปล่อย
    กระหายเป๊บซี่ใส่น้ำแข็งมากครับ ทั้งที่ปกติผมไม่ชอบดื่มน้ำอัดลม แต่พอออกจากศูนย์ได้นี่ ล่อไป 2ถุง รู้สึเป็นครั้งแรกว่าอากาศกรุงเทพ สดชื่น หายใจได้เต็มปอด หลังจากนั้นก็เดินไปวัดโพธิ์ ขึ้น ปอ.44 กลับบ้านครับ

    เป็นอันจบชั้นปีที่ 2 ครับ

    เฮ้อ ผ่านมา1อาทิตย์นึกว่าจะจำไม่ได้แล้ว แต่ก็ยังจำได้ดีอยู่

    พี่ๆ เพื่อนๆ มีประสบการณ์มาเล่าสู่กันฟังได้ครับ

  2. #2
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    211
    ถูกใจ
    28
    โพสถูกใจ 1,205 ครั้ง ใน 129 โพส
    แหม ปี2 เท่าที่อ่านๆดูก็น่าสนุกน้า ผมก็เช่นกันที่ไม่ได้ไปในปี2 (งบหมด)

    แต่ปี3 นี่มันส์ใช่ย่อยเลย เดินทางไปฝึกแบบไร้จิตวิญญาณ(ทางมืด+ไม่มีไฟ+ง่วง)

    สำหรับผมปีนี้...ปี4 31ม.ค.นี้ไปแล้วจ้า

  3. #3
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    ที่อยู่
    Chatuchak
    โพส
    1,201
    ถูกใจ
    815
    โพสถูกใจ 5,701 ครั้ง ใน 733 โพส
    น้องโอมเล่าซะเห็นภาพเลย สมัยพี่ปี 2 ก็ไป 3 วันเหมือนกัน ว่าแต่ว่าเมนูวันแรกเหมือนกับสมัยพี่เลย

  4. #4
    สมัครเมื่อ
    Oct 2010
    ที่อยู่
    26 - 37 - 143 - 180 - 517 - 554 - 751
    โพส
    5,343
    ถูกใจ
    11,414
    โพสถูกใจ 26,021 ครั้ง ใน 4,341 โพส
    ผมก็ฝึก รด ทุกเย็นครับ หลังจากว่างจากการทำงาน เครียดๆ

    ออกมาหน้าบ้าน ออกมา รด ต้นมะม่วง ต้นเข็ม
    บางทีก็ไปฝึก รด กับผักสวนครัว เช่นกะเพรา พริก คะน้า

    ถ้ามีเวลา ก็จะฝึกหลักสูตรใส่ปุ๋ยพรวนดินด้วยนะ
    บางวันฝนตกก็ไม่ต้องฝึก รด

    อุปกรณ์การฝึกภาคสนาม
    1. บัว สายยาง สปริงเกอร์ หรือกระบวย
    2. ช้อนปลูก ส้อมพรวน
    3. บุ้งกี้ ถุงดำ
    4. ปุ๋ยต่างๆ ยกเว้นปุ๋ย ภรณ์ทิพย์

    ห้วงเวลาการฝึก
    เช้าหรือเย็น ถ้าเป็นตอนเที่ยงแดดจะแรง ทำให้ครูฝึกเหี่ยวเฉาได้
    หรือเป็นตอนกลางคืนยิ่งไม่ดีใหญ่ สภาพทัศนวิสัยที่มืด อาจทำให้ถูกศัตรูกัดได้

    ฝึก รด ทุกวัน ตันไม้เจริญงอกงาม

  5. #5
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    127
    ถูกใจ
    245
    โพสถูกใจ 239 ครั้ง ใน 55 โพส
    ของผมเสียดายที่ได้ไปแค่ปี 3 ปีเดียวแต่ก็มันส์มาก ออกจากบ้านไปถึงกรม ร.ด. แถวสนามหลวง รถก็คงแบบเดียวกัน ของเป็นรถ กรุงเทพ-กาญจนบุรี มีกฏ อยู่ 1 ข้อ ห้ามเปิดกระจก ขึ้นเกินกว่า ล๊อคแรกของบานกระจก เนื่องจากเคยเกิดเหตุ นักศึกษาคอขาดระหว่างทางไป เมื่อไปถึงก็แยกย้ายไปเข้าเต้นท์ที่พัก พร้อมแจกปืน อาหารมือแรก เป็นแกงหน่อไม้+กุงเชียง (และมือต่อๆ ไป ซะส่วนใหญ่) จากนั้นไปยิงปืน และคืนนั้นเป็นคืนเดียวที่ได้อาบน้ำ ที่แสบสุดให้ใช้ที่รองกระติกอาบ ตามเสียง ปิ๊ด..ปิ๊ด.... นับได้ประมาณ 20 ปิ๊ดเอง ใครฟอกสบู่เยอะก็ซวยไป คืนต่อไปนอนกลางป่า ดาวสวยมาก ตื่นเช้ามายังกับมีใครมาฉี่ใส่ เปียกทั้งตัว ใครไม่ได้เอาถุงนอนไป คืนนั้นไม่ต้องนอนทั้งคืนไปนั่งอุ่นที่กองไฟ ตอนทำกับข้าว โดนครูฝึกแกล้งเอาน้ำไปราดไม้ที่แห้งๆ ให้เปียก ใครอยากได้ต้องเดินลุยก่อไฝ่ที่มีหนามเข้าไป ออกมาได้คนละแผลสองแผล ไม่งั้นคืนนั้นอดกิน วันสุดท้ายขึ้นเขาชนไก่ เป็นอะไรที่ สุดๆ ละ ทั้งชันทั้งลาด มีหลายคนไม่ไหว นั่งรอระหว่างทางก็มี พอตอนกลับระหว่างที่นั้งรถออกมา ก็จะเจอผลัดถัดไป สิ่งที่พลาดไม่ได้นั้นคือ ตะโกนออกนอกหน้าต่าง แล้วพูดว่า " มึงตายแน่" เหมือนกลับตอนที่มาก็เจอผลัดก่อนนั้น ตะโกนใส่เช่นกัน

  6. #6
    สมัครเมื่อ
    Nov 2010
    ที่อยู่
    Nakhonprathom
    โพส
    97
    ถูกใจ
    130
    โพสถูกใจ 89 ครั้ง ใน 33 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ UMMODELBUS ดูโพส
    ฝึก รด ทุกวัน ตันไม้เจริญงอกงาม
    แล้วเมื่อไหร่ค่าโดยสารจะ "ร(ล) ด" คะ????
    ฝึกทุกวัน เมื่อไหร่จะประสบความสำเร็จสักทีคะ ^^

    ---------
    เมื่อเราไปอาทิตย์นี้ ไปทั้งหมด 2 ผลัดด้วยกัน
    อยากติดกระเป๋าเป้ไปด้วยจัง 55*
    ที่โรงเรียน ก็มีคนถ่ายรูปมาให้ดูด้วย รู้สึกจะเน้นห้องน้ำเป็นพิเศษ = =''

    คิดซะว่าไป ชิว ดีกว่านะ 55*

  7. #7
    สมัครเมื่อ
    Nov 2010
    โพส
    45
    ถูกใจ
    68
    โพสถูกใจ 134 ครั้ง ใน 36 โพส
    ปี 2 นี้แค่เศษเสี้ยวของปี 3 นะโอม เหอะๆ
    พี่เพิ่งกลับมาจากค่ายเมื่อเย็นนี้เอง (30 ม.ค. 51) ขอเล่าแบบย่อๆ

    วันที่ 1
    ขาไปได้ไปรถแอร์ (กรุงเทพฯ-อ.วัดสิงห์) แวะอุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ แล้วเข้าทำพิธีเปิดที่ค่าย เสร็จแล้วเอาของไว้ที่กองพัน (33) นั่งรถต่อไปที่สนามยิงปืน เพื่อแนะนำการปฏิบัติในวันต่อมา

    วันที่ 2
    ช่วงเช้า ยิงปืน HK-33 ด้วยกระสุนจริง ช่วงบ่ายเดินขึ้นเขาชนไก่ (ผลัดนี้เป็นผลัดสุดท้ายที่ได้ขึ้น เพราะจากนี้จะทำถนนขึ้นเขาแล้ว)

    วันที่ 3
    รับอาวุธ เดินไปสถานี 32 ฝึกวิชายุทธวิธี กลางคืนฝึกวิชาบุคคลทำการรบเวลากลางคืน แต่ฝนตก เลยไม่ต้องฝึก และต้องมาเจอปัญหาพื้นดินแฉะ เหนียว และเต็นท์รั่วแทน และวันนี้ไม่มีน้ำให้อาบ -*-

    วันที่ 4
    เดินจากสถานี 32 ไปสถานี 33 เข้าตีและตั้งรับ ซึ่งเหนื่อยที่สุด เลอะที่สุด ช่วงเย็นเดินกลับกองพัน

    วันที่ 5
    สถานี 34 โดดหอและข้ามลำน้ำด้วยเชือก ใครจะเล่นหรือไม่ก็แล้วแต่ กินข้าวกลางวันตามอัธยาศัย ทำพิธีปิดกลางแดดจัด ขึ้นรถกลับสวนเจ้าเชตุ ด้วยรถร้อน (ลพบุรี-สิงห์บุรี)
    กลับถึงบ้าน นอน 23.30 น. ตื่นมา 11.00 น.

  8. #8
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    20
    ถูกใจ
    0
    โพสถูกใจ 58 ครั้ง ใน 12 โพส
    ตอนไปฝึกรด. นานแล้ว จำได้ว่ากระเทยมันล่อเกย์ในเต้นท์กลางดึกๆ ไม่กล้าเดินไปดู 55555+

  9. #9
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    โพส
    211
    ถูกใจ
    28
    โพสถูกใจ 1,205 ครั้ง ใน 129 โพส
    แฮะๆ ในที่สุดก็เอาตัวรอดกลับมาจากค่าย 7 วันแล้วครับ ขอแบ่งปันประสบการณ์ส่วนตัวของปี4 นะครับ

    วันแรก
    รถออก 06.10น แวะอุทยานประวัติศาสตร์สงคราม 9 ทัพ ถึงค่ายก็ทำพิธีเปิด แล้วก็เข้ากองพัน41(โคตรลึก) ทานข้าวกลางวันที่นั่นแบบรวมมิตรเพราะโดนลงโทษ(ปลาทอดเค็ม+แกงมะเขือ) มีเวลาแต่ละมื้อให้ทานประมาณ 3 นาทีเท่านั้น หลังจากนั้นก็แจกปืนคนละกระบอก หม้อข้าวสนามคนละหม้อ แจกพลั่วหมู่ละอัน และแจกวิทยุสื่อสารหมวดละเครื่อง รุ่น ANP อะไรสักอย่าง(แบบสะพายหลังที่มีสายยาวๆ)แล้วก็ฝึกจนถึง3ทุ่ม

    วันที่ 2
    เรียนวิชาการรบรูปแบบพิเศษ(กองโจร) โดยเรียนทฤษฎีในช่วงเช้าและปฏิบัติในช่วงบ่าย ช่วงดึกเรียนภาคปฏิบัติวิชาเล็ดลอดหลบหนี เข้าที่พักประมาณ 4 ทุ่ม

    วันที่ 3
    เรียนวิชาการยิงฉับพลัน ใช้ปืนM16A1 ในช่วงเช้า ช่วงบ่ายก็เรียนภาคทฤษฎีวิชาแผนที่เข็มทิศ ช่วงดึกเรียนภาคปฏิบัติวิชาเดียวกัน

    วันที่ 4
    ฝึกการโรยตัวจากเฮลิคอปเตอร์จากหอสูง 35 ฟุตในช่วงเช้า และฝึกการข้ามลำน้ำโดยใช้ทุ่นในช่วงบ่าย ช่วงดึกมีการคลายเคลียดเล็กน้อยจากครูฝึก แต่มีได้ไม่นานเพราะฝนตกห่าใหญ่ตั้งแต่ 2 ทุ่มยัน 7 โมงเช้า ตกหนักจนกองพันพัง น้ำท่วม เต็นท์จมน้ำไปกว่า 70% แถมพวกตะขาบ งู เพ่นพ่านออกมาจากป่า ทั้งครูฝึกและนักเรียนโดนกัดกันถ้วนหน้า ส่ง รพ.กันวุ่นวายไปหมด

    วันที่ 5
    ช่วงเช้า ผบ.กองพันอนุญาตให้งดการฝึกในช่วงเช้า ให้นักเรียนปรับปรุงพื้นที่ขึ้นมาใหม่ทั้งหมด รวมทั้งพักผ่อนจากการทนหนาวมาทั้งคืน ส่วนช่วงบ่ายเดินไปฝึกภาคปฏิบัติวิชาการซุ่มโจมตีกลางป่า แล้วกลับมาปรับปรุงพื้นที่ค่ายต่อในช่วงดึก แต่ฝนก็ตกลงมาอีก

    วันที่ 6
    เดินทางไปฝึกวิชารับของจากเฮลิคอปเตอร์กลางป่า โดยได้รับการสนับสนุนเฮลิคอปเตอร์จริง(นักบินแอบแกล้งนิดๆ) ครั้งนี้เป็นการวัดฝีมืออย่างมาก เพราะต้องติดต่อกับนักบิน และกำหนดจุดที่ตั้งเอง รวมทั้งต้องระวังแนวป้องกันมิให้มีใครมาแบ่งอาหารได้(ของที่ถูกส่งมาจากเฮลิคอปเตอร์คือ อาหารวันนี้ทั้งวัน) แต่สุดท้ายก็ผ่านไปได้ด้วยดี ช่วงบ่ายเดินทางไปยังอีกจุดหนึ่งเพื่อพักผ่อน แล้วก็ฝึกวิชาซุ่มโจมตีจนถึงประมาณ 2 ทุ่มก็ให้ไปยังประจำจุดในป่าเพื่อพักแรม โดยให้แบ่งเวรยามกันแต่ละจุดรักษาฐานที่ตั้ง (ดึกๆครูฝึกจะเป็นข้าศึกคอยหาทางแอบเข้ามาตีฐาน ถ้ารักษาฐานถึงเช้าไม่ได้ โดนปรับ"สอบตก" )

    วันที่ 7
    การสอบที่ยาวนานทั้งคืนก็ผ่านไปได้ด้วยดี เดินกลับกองพัน41 ตั้งแต่ 04.30น เตรียมเก็บข้าวของแล้วก็เดินทางกลับตั้งแต่ 14.00น จนถึงกรุงเทพฯเวลา 16.20น



    สรุป

    - ทุกคืนจะได้นอนประมาณ 4 ทุ่มตื่นประมาณ ตี5 ยกเว้นคืนที่ 3 และ 6 ที่ไม่ได้นอนเลย
    - อาหารจะค่อนข้างดีและให้มาก เพราะใช้หม้อข้าวสนามเป็นที่บรรจุอาหาร จึงได้ค่อนข้างมาก + แจกนมให้เพิ่มวันละกล่อง
    - ทุกมื้อมีเวลาให้ไม่เกิน 5 นาที และไม่มีร้านค้ารอบๆฐานเหมือนตอนไปค่ายปี3 จึงต้องกินให้ได้มากที่สุดในเวลา 5 นาที
    - งบประมาณที่สนับสนุนให้ค่อนข้างมาก โดยดูจากอาวุธยุทโธปกรณ์ที่นำมาใช้สนับสนุนการฝึก
    - ค่อนข้างลำบากมาก เหนื่อย บาดเจ็บได้ง่าย ต้องรับผิดชอบสูง ถ้าใจไม่รักจริงๆไม่แนะนำ เพราะมีคนทนไม่ไหวกลับก่อนก็มี(ถือว่าสอบไม่ผ่าน)
    และตลอด 7วันจะไม่ได้อาบน้ำเลย (ยกเว้นคืนที่4 ที่แช่น้ำหลายชั่วโมง คิดซะว่าได้อาบน้ำ)
    - นศท.ปี4-5 ทั่วประเทศจะต้องมาฝึกที่นี่ที่เดียว!!!

  10. #10
    สมัครเมื่อ
    Dec 2010
    ที่อยู่
    Thaling Chan and Bangphee
    โพส
    497
    ถูกใจ
    2,122
    โพสถูกใจ 2,047 ครั้ง ใน 353 โพส
    แสดงความยินดีด้วยครับที่ทุกๆคนรอดมาได้ ...แฮะ แฮะ พูดเล่น ต้องบอกว่ายินดีด้วยครับที่ทุกคนๆได้รับประสบการณ์อันมีค่ากลับมา ความลำบากที่ได้เจอ ความสนุกที่ได้รับ มิตรสหาย ต่างสถานศึกษา ความสามัคคีของผู้ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อน เหงื่อแต่ละหยดนั้น สร้างมิตรแท้ได้มากมาย รับรู้ถึงการใช้ชีวิตแบบทหาร(ซึ่งต้องไปรบกันในป่า) แม้มันจะเพียงแค่เศษเสี้ยวก็เถอะ แต่มันก็คุ้มค่าที่ได้รับมา

    จบออกไปก็ยังมีเรื่องประสบการณ์ที่เขาชนไก่ พูดคุยได้อย่างไม่รู้ลืม และที่นี่ก็คือเขาชนไก่

    ส่วนตัวผมพูดได้เพียงว่า มันส์มากๆ

  11. #11
    สมัครเมื่อ
    Nov 2010
    ที่อยู่
    Nakhonprathom
    โพส
    97
    ถูกใจ
    130
    โพสถูกใจ 89 ครั้ง ใน 33 โพส
    มีคนเล่าให้ฟังว่า คนหนึ่งไปเขาชนไก่ 5 วัน แต่ไม่ได้ฝึกเลย
    อ้างไม่สบายตลอดการฝึก พอกลับถึงกรุงเทพฯก็หายเลย
    ( ปวดหัว,นิ้วเจ็บถือปืนไม่ได้, บลาๆ)
    ^______^

    ---------------------------------------

    เขาชนไก่ทำให้ผู้ชายหลายคนไปเสริมความงาม (ทำให้ตัวเองขาวขึ้น) เยอะนะ ><

  12. #12
    สมัครเมื่อ
    Nov 2010
    โพส
    45
    ถูกใจ
    68
    โพสถูกใจ 134 ครั้ง ใน 36 โพส
    อ้างอิง โพสต้นฉบับโดยคุณ billabuzz ดูโพส
    เขาชนไก่ทำให้ผู้ชายหลายคนไปเสริมความงาม (ทำให้ตัวเองขาวขึ้น) เยอะนะ ><
    รอไปไม่เกิน 1 เดือนก็กลับมาขาวเหมือนเดิมแล้ว ปุย
    อย่างตอนนี้ พี่ก็ใกล้จะขาวเท่าเดิมแล้ว 555+




+ ตอบกลับกระทู้

กฎการโพสข้อความ

  • ท่าน ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ ตอบกระทู้ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แนบไฟล์ได้
  • ท่าน ไม่สามารถ แก้ไขข้อความโพสได้
  • BB code สถานะ เปิด
  • Smilies สถานะ เปิด
  • [IMG] สถานะ เปิด
  • HTML สถานะ ปิด